การประชุมนี้จัดระหว่างวันที่ ๕ – ๘ ก.ค. ๕๒   ทีมไทยจัดทีมโดยท่านเลขาธิการ สกอ. ดร. สุเมธ แย้มนุ่น    ประกอบด้วย ผม  ท่านเลขาฯ สุเมธ  ท่านรองเลขาฯ ฉันทวิทย์  ดร. กฤษณพงศ์  ศ. นพ. สุทัศน์ ฟู่เจริญ  และคุณนวลพรรณ

          เขามี website http://www.unesco.org/education/hed/2009-worldconference   ให้เข้าไปอ่านทำความเข้าใจว่าเขาจะทำอะไรกันในการประชุม   การประชุมนี้จัด ๑๐ ปีครั้ง   ครั้งแรกจัดปี ๑๙๙๘   ทีมไทยที่ไปได้จัดทำรายงานไว้ที่นี่

          มีการประชุมเตรียมตัวในภูมิภาคเอเซีย ๒ ครั้ง คือเมื่อเดือน ก.ย. ๕๑ ที่มาเก๊า (อ่านรายงานได้ที่นี่)   และเดือน ก.พ. ๕๒ ที่นิวเดลฮี (อ่านข้อมูลที่นี่)   ผมอ่านรายงานคร่าวๆ แล้วตั้งใจไว้ว่า จะเข้าไปเป็นนักเรียนทำการบ้านส่งครู GotoKnow ได้มาเป็นสิบตอน  

          สาระหลัก (theme) ของการประชุมมี ๓ เรื่อง
               • ความท้าทายระดับโลก
               • ความรับผิดชอบต่อสังคม
               • โฟกัสพิเศษ : อัฟริกา
          สาระรอง (subtheme) มี ๓
               • Internationalization, regionalization และ globalization
               • Equity, access และ quality
               • Learning, research และ innovation 

          ในฐานะที่ผมคุ้นเคยกับ WHO ผมจึงมอง UNESCO เทียบกับ WHO   ในขณะที่คล้ายๆ กับ WHO ทำหน้าที่ประสานงานระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาสุขภาพของประชากรโลก   UNESCO ก็ทำหน้าที่ประสานงานระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาการศึกษาของประชากรโลก   ทั้งสององค์กรได้ทำคุณประโยชน์มาก    และในขณะเดียวกันก็มีข้อจำกัดในการทำงาน    ผมมีข้อระแวงว่าองค์การระหว่างประเทศเหล่านี้มีวิธีทำงานแบบ bureaucracy สูง    มีการเมืองรุนแรง   ทำให้ข้อสรุปหลายอย่างมีผลประโยชน์แอบแฝงของบางประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศมหาอำนาจ    อย่างที่ได้ไปเห็นมาใน WHO   แต่ขณะเดียวกันเขาก็เป็นองค์กรที่มีความรู้มาก   แต่เท่าที่ผมเคยรู้มา สหรัฐอเมริกาไม่ให้เงินสนับสนุน UNESCO เลย    คงเป็นเพราะ UNESCO ไม่ยอมทำตามที่สหรัฐอเมริกาต้องการ 

   
          ผมเข้าไปอ่านเอกสารในเว็บไซต์ของการประชุมแล้วรู้สึกว่า เจ้าหน้าที่ของ UNESCO เก่งในการสรุปสาระของแต่ละประเด็นให้กระชับไม่เยิ่นเย้อ  

 
          คณะที่จะเดินทางไปประชุมนัดหมายมาทำ BAR – Befroe Action Review กันตอนเช้ามืดวันที่ ๑๖ มิ.ย. ๕๒ ตามโจทย์ที่ผมส่งให้ทางอี-เมล์ ดังนี้


          Before Action Review  16 มิ.ย. 2552
                แต่ละคนมีเป้าหมายอะไรบ้างในการไปประชุม  
                จะกลับมาทำอะไร 
                แบ่งภารกิจเก็บเกี่ยวความรุ้   เชื่อมโยงความร่วมมือ   เขียนรายงาน

 

          ดร. กฤษณพงศ์ ติดไปต่างจังหวัดจึง BAR ทางอี-เมล์ ดังนี้
เรียนคุณหมอวิจารณ์ที่นับถือ
          ผมมีความเห็นดังนี้
           ก. ในส่วน background
               : ผมได้เห็นรายงานการไปประชุมเมื่อปี 2541   มีข้อเสนอของผู้
ไปร่วมประชุม   และมีกิจกรรมตามมาที่ปรากฏในรายงานสามเรื่อง  ทางสกอ.อาจสรุปให้ทราบว่าได้ outcome อย่างไร
               :  ถ้าฝ่ายเลขานุการหาเอกสารการประชุมภูมิภาคที่เกี่ยวข้องเช่นจีน (Macao 2551) และอินเดีย (Delhi 2552)    ผมเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์  ผมพร้อมจะอ่านและศึกษาไว้ว่าคิดอะไรกันไว้แล้ว

ข. ผมเห็นว่าอุดมศึกษาควรมียุทธศาสตร์ต่างประเทศที่มองทั้งพหุภาคี (UNESCO, ASEAN, APEC, GMS etc.)  และทวิภาคีควบคู่กันไป   ไม่มองเป็นชิ้นๆ   ผมพยายามทำให้เกิดการมองภาพรวมภาพเชื่อมต่อด้านวิทยาศาสตร์  แต่ไม่สำเร็จนัก

  
         คำถามหลักคือประเทศไทยจะใช้อุดมศึกษาเป็น instrument ของ foreign policy หรือไม่ (หรือเพื่อ consumption ของตนเอง)   ถ้าใช่  ควรมี roadmap มองภาพยาวภาพรวม  ก่อนถอดออกมาเป็นชิ้น  เป็นกิจกรรม/โครงการพหุภาคีทวิภาคี   ผมอยากเห็นภาพแรกและภาพหลัง

          ค. ส่วนตัว   จากโปรแกรมที่เห็น ผมสนใจการประชุมเรื่องอุดมศึกษา
กับสังคมครับ  คิดว่าเอามาใช้กับเครือข่ายอุดมศึกษาและการวิจัยที่ส่งผลต่อสังคมได้   แต่ถ้าสกอ.จะให้ไปเข้าร่วมเรื่องอื่น  ก็ไม่ขัดข้องครับ


                                                   นับถือ
                                             กฤษณพงศ์  กีรติกร


          การทำ BAR ในวันที่ ๑๖ มิ.ย. ๕๒ ให้ประโยชน์มาก   เราตกลงกันว่าขอให้ชวน รศ. ดร. วันชัย ดีเอกนามกูลไปอีก ๑ คน (ต้องหาเงินเพิ่ม) เพื่อไปจับประเด็นใน subtheme : Learning, research and innovation เอามาใช้กับโครงการมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ   สิ่งที่เราตกลงกันได้แก่

 ตกลงกันว่าใครจะไปเข้าห้องย่อยไหน
 แต่ละคนจะสรุปแต่ละ session ที่เข้าร่วม สั้นๆ ครึ่ง - ๑ หน้า    ว่ามีสาระสำคัญอะไร    น่าจะนำไปปรับใช้กับประเทศไทยอย่างไร
 กำหนดคร่าวๆ ว่าหลังจากกลับมาจะจัด Workshop เพื่อนำหลักการสำคัญๆ มาประยุกต์ใช้ในเมืองไทย

          ผมบอกที่ประชุมว่า เนื่องจากผมมีข้อสังเกตว่า   ข้อด้อยของไทยคือการประยุกต์ใช้ (implementation) ของหลักการดีๆ เหล่านั้น   ผมจึงสนใจประเด็น implementation เป็นพิเศษ


          ผมเสนอข้อสังเกตว่า การประชุมครั้งนี้ ค่อนข้างจะมองอุดมศึกษาแยกจากการศึกษาส่วนอื่น  มองแยกจากส่วนอื่นของสังคมมากไป   คือยกอุดมศึกษาเป็นพระเอกนางเอกมากเกินไป   จนอ่อนด้อยด้านการมองเชื่อมโยง

 

วิจารณ์ พานิช
๑๖ มิ.ย. ๕๒