นี่คือหัวข้อของการประชุมแบบ retreat ครั้งที่ ๒ ของ กกอ. เป้าหมายของการประชุมก็เพื่อร่วมกันหาทางที่จะให้ระบบกำกับดูแล (governance) ต่อระบบอุดมศึกษา เป็นระบบที่ได้ผล ทำให้อุดมศึกษาเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมไปในทางที่ดี เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์สังคมที่เป็นสังคมเรียนรู้ มีพัฒนาการต่อเนื่อง มีความเข้มแข็งยั่งยืน ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
การประชุมนี้จัดระหว่างวันที่ ๑๔ – ๑๕ ธ.ค. ๕๒ ที่สวนสามพราน
ในฐานะประธาน กกอ. ผมได้รับมอบหมายให้กล่าวเปิด จึงได้ให้ความเห็นดังต่อไปนี้
๑. ขอให้การประชุมลงสู่สาระด้านการลงมือทำ และผลของการลงมือทำให้มากที่สุด อย่ามัวเสียเวลาพูดกันแต่หลักการและทฤษฎีโดยไม่ไปถึงการลงมือทำ
๒. อุดมศึกษาเพื่อสังคม ต้องไม่ใช่อุดมศึกษาเพื่ออุดมศึกษา ไม่ใช่อุดมศึกษาเพื่อคนในวงการอุดมศึกษา จะเป็นเช่นนี้ได้ การกำกับดูแลระบบอุดมศึกษาต้องพุ่งเป้าของกิจกรรมไปที่ประโยชน์ที่จะเกิดต่อสังคม และต้องหาทางวัดผลเพื่อเอามาใช้ปรับวิธีการกำกับดูแล
๓. น่าจะได้ตรวจสอบว่าได้กำกับดูแลโดยใช้ทั้ง fiduciary mode, strategic mode และ generative mode ที่สำคัญคือ ต้องไปให้ถึง strategic mode และ generative mode ต้องไม่หยุดอยู่แค่ fiduciary mode เรื่อง 3 modes of governance นี้ อ่านได้ที่นี่
ซึ่งหมายความว่า การทำหน้าที่กำกับดูแลนั้น ต้องใช้ creative mode ของการกำกับดูแล และต้องเปิดช่องให้สถาบันอุดมศึกษาร่วมใช้ creativity แล้วจึงหาทางวัดผล และกำกับระบบให้เคลื่อนไปในทางที่ก่อคุณประโยชน์แก่สังคมยิ่งขึ้น
นั่นคือ ในอิสระในการสร้างสรรค์เพื่อสังคมแก่สถาบัน ภายใต้การตรวจสอบผล และรายงานผลการตรวจสอบให้สังคมรับรู้
ในฐานะประธาน กกอ. ผมได้รับมอบหมายให้กล่าวเปิด จึงได้ให้ความเห็นดังต่อไปนี้
๑. ขอให้การประชุมลงสู่สาระด้านการลงมือทำ และผลของการลงมือทำให้มากที่สุด อย่ามัวเสียเวลาพูดกันแต่หลักการและทฤษฎีโดยไม่ไปถึงการลงมือทำ
๒. อุดมศึกษาเพื่อสังคม ต้องไม่ใช่อุดมศึกษาเพื่ออุดมศึกษา ไม่ใช่อุดมศึกษาเพื่อคนในวงการอุดมศึกษา จะเป็นเช่นนี้ได้ การกำกับดูแลระบบอุดมศึกษาต้องพุ่งเป้าของกิจกรรมไปที่ประโยชน์ที่จะเกิดต่อสังคม และต้องหาทางวัดผลเพื่อเอามาใช้ปรับวิธีการกำกับดูแล
๓. น่าจะได้ตรวจสอบว่าได้กำกับดูแลโดยใช้ทั้ง fiduciary mode, strategic mode และ generative mode ที่สำคัญคือ ต้องไปให้ถึง strategic mode และ generative mode ต้องไม่หยุดอยู่แค่ fiduciary mode เรื่อง 3 modes of governance นี้ อ่านได้ที่นี่
ซึ่งหมายความว่า การทำหน้าที่กำกับดูแลนั้น ต้องใช้ creative mode ของการกำกับดูแล และต้องเปิดช่องให้สถาบันอุดมศึกษาร่วมใช้ creativity แล้วจึงหาทางวัดผล และกำกับระบบให้เคลื่อนไปในทางที่ก่อคุณประโยชน์แก่สังคมยิ่งขึ้น
นั่นคือ ในอิสระในการสร้างสรรค์เพื่อสังคมแก่สถาบัน ภายใต้การตรวจสอบผล และรายงานผลการตรวจสอบให้สังคมรับรู้