การบรรยาย OM แล้วให้ทำแบบฝึกหัดทีละขั้นตอน

มหกรรม KM เบาหวาน ครั้งที่ ๒ เริ่มงานวันแรกเป็น Pre-conference เรื่อง “OM ทำเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องโต” วิทยากรคือทีมงาน สคส. นำโดย ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด ผู้อำนวยการ สคส.

วันนี้ผู้เข้าประชุมที่ลงทะเบียนไว้มาเกือบครบ ขาดเพียงไม่กี่คน แต่ก็มีผู้ที่ลงทะเบียนจ่ายเงินไว้แล้ว แต่ไม่ได้ส่งรายชื่อให้เรามาเข้าประชุมเพิ่ม ห้องประชุมที่จัดเก้าอี้ไว้เกินจำนวนที่แจ้งไว้ครั้งแรกก็เต็มพอดี ผู้เข้าประชุมพากันนั่งหน้าๆ จนเต็มก่อนที่นั่งด้านหลัง คุณสุภาพรรณบอกว่าการลงทะเบียนวันนี้ราบรื่นดี เพราะเอาประสบการณ์ปีที่แล้วมาปรับปรุง

ก่อนเริ่มประชุมพบกับ นพ.อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล ผอ.พรพ. และ นพ.สมเกียรติ โพธิสัตย์ ผอ.สถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ กรมการแพทย์ ได้คุยกันเรื่องการดำเนินการให้มีเครือข่าย DM Alliance เชื่อมโยงเครือข่ายที่มีอยู่แล้ว งานนี้ก็เป็นการขยายบทบาทของเราอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้คุณหมออนุวัฒน์ยังบอกว่าจะให้เครือข่าย KM เบาหวานร่วมจัดกิจกรรมในงาน HA Forum เดือนมีนาคมปีหน้าด้วย

ผู้เข้าประชุมเต็มห้องก่อนเวลาเล็กน้อย เราจึงเริ่มประชุมกันเลย คุณเก๋ สุนทรี ไพรศานสันติ ทำหน้าที่ MC (มีคุณแอน ชุติมาเป็นพี่เลี้ยงแบบนางงามเลย) แนะนำอาจารย์ประพนธ์ให้ผู้เข้าประชุมได้รู้จัก

 

คุณสุนทรี ทำหน้าที่ MC เป็นปีที่ ๒ <p style="text-align: left;">อาจารย์ประพนธ์กล่าวกับผู้เข้าประชุมเป็นการอุ่นเครื่องก่อนว่าขอต้อนรับทุกท่านที่เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ กว่าจะมาถึงได้ก็เหน็ดเหนื่อยทั้งกายและจิตใจ ๓ วันนี้ขอให้ทำใจให้สบาย วันนี้เปรียบเหมือนวันสุกดิบหรือที่เรียกว่า Pre-conference เป็นวันของการเรียนรู้เครื่องมือบางอย่าง ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์</p>

การประชุมวันนี้เป็นการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ผู้เข้าประชุมคงไม่ได้นั่งฟังเฉยๆ อาจบรรยายไป ๑๐ นาทีแล้วให้ทำงาน ๕ นาทีเป็นต้น วันนี้จะอยู่ด้วยกันทั้งวันจนเบื่อกันไปข้างหนึ่ง สุดท้ายจะมาสะท้อนการเรียนรู้ร่วมกัน

 

ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด

ดิฉันไม่ได้นั่งอยู่ในห้องประชุมตลอดเวลา แต่เมื่อเข้าห้องทีไรก็เห็นผู้เข้าประชุมตั้งอกตั้งใจฟังการบรรยายและทำแบบฝึกหัดตามที่อาจารย์ประพนธ์มอบหมาย โดยมีทีมงาน สคส.ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง เดินดูและเอาผลงานของผู้เข้าประชุมบางคนส่งให้อาจารย์ประพนธ์ฉายผ่านเครื่องฉายแผ่นทึบให้ทั้งห้องได้เห็น และให้ comment

 

ผู้เข้าประชุมฟังการบรรยายและทำแบบฝึกหัดอย่างตั้งใจ

อาจารย์ประพนธ์อธิบายเรื่อง OM ให้เข้าใจง่าย เปิดให้ถามคำถามพร้อมทั้งย้ำหลักคิดหลักการที่สำคัญเป็นระยะ เช่น

“......พันธกิจ mission เป็นความมุ่งมั่นของเรา วิสัยทัศน์เป็นความฝัน mission เป็นฉันทะ พันธกิจไม่ใช่อะไรที่พรุ่งนี้ไปทำแล้วเสร็จ ถ้าจบง่ายๆ ไม่น่าใช่พันธกิจ เป็นกิจกรรมมากกว่า พันธกิจต้องเป็นอะไรที่ใหญ่และยาวหน่อย ต้องมีพลัง.......”

“OM เหมาะกับการเคลื่อนงานใหญ๋ ต้องมีสหายร่วมอุดมการณ์.......” “OM เป็นมากกว่าการวางแผน....”

คุณอุไรวรรณ เทิดบารมี ทำหน้าที่จดบันทึกการบรรยายของอาจารย์ประพนธ์อย่างละเอียด ต้องคอยติดตามดูว่าจะบันทึกในบล็อกหรือเปล่า

การบรรยาย OM แล้วให้ทำแบบฝึกหัดทีละขั้นตอน น่าจะช่วยให้ผู้เข้าประชุมเข้าใจได้ดีขึ้น แบบฝึกหัดเด็ดคือเรื่อง Progress Markers ของ Outcome Challenge : Expect to see, Like to see, Love to see ที่อาจารย์บอกว่าคุณอ้อ วรรณา เลิศวิจิตรจรัส เป็นคนคิด ชื่อแบบฝึกหัดคือ พัฒนา “บันไดแห่งรัก” ให้ผู้เข้าประชุมใช้ประสบการณ์ของตนเองตอบคำถาม ๓ ข้อ
- รู้ได้อย่างไรว่าคนๆ นั้น “สนใจ” เรา – เขาแสดงพฤติกรรมอะไร?
- รู้ได้อย่างไรว่าคนๆ นั้น “ชอบ” เรา – เขาแสดงพฤติกรรมอะไร?
- รู้ได้อย่างไรว่าคนๆ นั้น “รัก” เรา – เขาแสดงพฤติกรรมอะไร?
อาจารย์ประพนธ์ให้ผู้เข้าประชุมนำเสนอด้วยตนเอง เรียกเสียงเฮฮาได้ดีมาก แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ใกล้เที่ยงแล้ว

 

ผู้เข้าประชุมกำลังนำเสนอ “บันไดแห่งรัก”

ช่วงบ่ายมีการแบ่งกลุ่มตามหัวข้อ ผู้เข้าประชุมยังเต็มห้องเช่นเดิม มีทีมงาน สคส. และคุณเด่น พัฒนพงษ์ สุขมะดัน จาก สสส. ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง ดูแลกันเป็นโซนๆ ดิฉันไม่ได้อยู่ในห้องประชุมจนจบรายการ ออกมาประสานบริษัทจินตนาการเรื่อง VDO เปิดงาน ประสานวิทยากรอีก ๒ วันที่ต้องเดินทางจากต่างจังหวัด รวมทั้งบริษัทที่ให้ยืมอุปกรณ์/เครื่องมือมาใช้ในฐานการเรียนรู้

 

การประชุมกลุ่มย่อยในภาคบ่าย

เรานัดประชุมทีมวิทยากร Walk Rally ทั้ง ๒ วัน ระหว่างรอทีมให้ครบ น้องๆ ก็จัดเอกสารใส่กระเป๋าเพิ่มสำหรับผู้ที่ลงทะเบียนเข้าประชุม ๒ วัน ที่จะมาในวันพรุ่งนี้อีกประมาณ ๑๐๐ คน การประชุมทีมวิทยากร Walk Rally เราลงรายละเอียดของกิจกรรม มอบหมายหน้าที่ กำหนดห้องที่จะใช้ กว่าจะเสร็จก็ใก้ล ๑๗ น. ไม่ได้ขอบคุณและร่ำลาอาจารย์ประพนธ์เลย

 

บรรยากาศการประชุมทีมงาน Walk rally

ในนามของเครือข่าย ดิฉันขอถือโอกาสนี้ขอบคุณอาจารย์ประพนธ์และทีมงาน สคส., สสส. ที่ทำให้ Pre-conference ของเรามีคุณค่า วิธีการบรรยายที่อาจารย์บอกไว้ว่าคิดขึ้นมาใหม่ทำให้เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่น่าเบื่อ ดิฉันได้ยินหลายคนคุยว่าอาจารย์สอนเข้าใจง่าย ประเมินจากพฤติกรรมของผู้เข้าประชุมที่เข้า-ออกห้องประชุมอย่างตรงเวลา ตั้งใจฟังและทำงานที่ได้รับมอบหมาย ถามคำถาม ฯลฯ แสดงให้เห็นว่าเขาสนใจจริง สำหรับผู้สนใจหัวข้อนี้รอติดตาม VCD นะคะ

วัลลา ตันตโยทัย