เครือข่ายที่ขยายตัว ซับซ้อนขึ้น เชื่อมกับเรื่องของสุขภาพอื่น เครือข่ายที่ไม่นิ่ง ไม่คงที่ เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ

ตอนที่

วันเสาร์ที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๒
ดิฉันตื่นแต่เช้า ตั้งใจจะออกไปเก็บภาพของรีสอร์ท เปิดม่านหน้าต่างดูเห็นสว่างแล้วจึงออกไปสำรวจรอบๆ รีสอร์ทตั้งแต่ยังไม่ ๐๖.๓๐ น. อากาศเย็นสบาย ไม่ถึงกับหนาว ดิฉันเดินถ่ายภาพไปเรื่อยๆ เจอหมอนิพัธและโต้งออกมาเดินออกกำลังกาย สักพักก็เจอลูกสาวและลูกเขยออกมาชื่นชมบรรยากาศตอนเช้าเช่นกัน

 

ยามเช้า

ประมาณ ๐๗ น. กว่าๆ พวกเราเริ่มทยอยกันมารับประทานอาหารเช้า กินอาหารไปคุยกันไป ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช และภรรยา ศ.พญ.อมรา เดินทางมาถึงตั้งแต่เช้า ดิฉันได้มีโอกาสได้คุยและรับฟังคำแนะนำของอาจารย์วิจารณ์เกี่ยวกับการทำงานต่อไป

เวลา ๐๙ น. เราเริ่มกิจกรรมวันที่สอง วันนี้ที่ห้องประชุมเปลี่ยนผ้าปูพื้นจากสีขาวเป็นสีส้มสดใส เนื่องจากมีอาจารย์วิจารณ์และหมอแอ (เพื่อนหมอฝน) มาเพิ่ม เราจึงมีการแนะนำตัวเองและแนะนำเพื่อนกันอีก ต่อด้วยการร่วมกันร้องเพลง If we hold on together……(ฝึกร้องกันมาตั้งแต่เมื่อวาน โดยมีอาจารย์อารยาเป็น conductor)

ต่อไปคุณอิ่มนำทำกิจกรรม “ปั้นดิน” ให้พวกเราได้สัมผัสดิน เล่นดิน ดินก้อนนี้หมอฝนซื้อมาจากที่เขาทำเครื่องปั้นดินเผา เป็นดินที่มีความนุ่ม เนียน และละเอียดมาก ดินที่เราปั้นได้แม้จะเป็นโจทย์เดียวกัน แต่ของแต่ละคนก็มีความแตกต่างกัน สอนเรื่องการยอมรับความแตกต่างความเหมือน.... เราได้ฟังและร้องเพลง “บ้านแสนสุข” มีเนื้อร้องโชว์ในสไลด์ที่คุณอิ่มและมดที่นอนอยู่ห้องเดียวกัน ตื่นมาช่วยกันตกแต่งตั้งแต่ตีสี่

 

พวกเราได้ลองจัดหมวดหมู่ของดินที่เราปั้นกันเป็นรูปร่างต่างๆ

คุณธวัชสะท้อนว่าเมื่อให้โอกาสทุกคนได้ทำ ก็ได้เห็นมุมมองแปลกๆ แต่ละคนมีเหตุผล ตรรกะ creative สุนทรียะ...

ถึงเวลาประมาณ ๑๑ น. เราจึงได้หยุดพักรับประทานอาหารว่าง และกลับเข้าสู่กิจกรรมอีกเมื่อตอน ๑๑.๓๐ น. หมอฝนให้พวกเราล้อมวงร้องเพลง “ต้นไม้ของพ่อ” คนละประโยค ๒-๓ รอบ ถามความรู้สึก...แล้วให้พวกเราแยกกลุ่มตามโทนเสียงสูง กลาง ต่ำ ปรึกษากันและเลือกเพลงที่เหมาะกับเสียงของตนเอง

กลุ่มของดิฉัน (จำไม่ได้แล้วว่าเสียงกลางหรือต่ำ) เลือกเพลง “ทรายกับทะเล” ของนันทิดา อีก ๒ กลุ่มเลือกเพลง “สายลมที่หวังดี” กลุ่มเสียงสูงเลือกเพลง “ผู้ชนะสิบทิศ”

เราใช้ KM เรียนรู้เทคนิคที่ทำให้ร้องเพลงได้ดีจากคนที่ร้องเพลงได้อยู่แล้ว เช่น หมอนิพัธ โต้ง คุณธวัช อาจารย์อารยา ในกลุ่มของเรามีดิฉันและอาจารย์ยุวนุชที่ไม่เคยร้องเพลงมาก่อน เราฝึกกันเต็มที่ กะว่าคืนนี้ร้องได้แน่ๆ

 

แต่ละกลุ่มได้ร้องเพลงที่เลือก

ตอนรับประทานอาหารกลางวัน หมอนิพัธถามอาจารย์วิจารณ์ถึง vision หรือความฝันในการเอา KM เข้ามาใช้ คำตอบที่ได้..คนในสังคมต้องมีการเรียนรู้เป็นประจำ จึงไปลองในชาวนา สถานที่ทำงานทั้งหลาย...LO มีมานาน คนพูดกันแต่ไม่มีเทคนิควิธีการ...ลึกที่สุดคือเป็นเครื่องมือที่ถ้าฝึกให้ดีแล้ว คนจะรู้วิธีเรียน....

ที่ สคส. ใช้เวลาประมาณ ๑๕% กับการเรียน พวกหมอพยาบาลก็เรียน แต่ไม่ได้ใช้ mode KM ใช้ mode discussion… เฉือดเฉือน เช่น interesting case มีคนอื่นเข้าร่วม แต่คนพูดคือหมอ ส่วน KM ทุกคนได้พูด KM คือเครื่องมือ learning ที่ใช้ง่ายสำหรับคนที่ทำเป็น

เรายังคุยกันถึงเรื่องการทำอะไรที่ใหม่กว่า อะไรที่เป็น risk ของเครือข่าย...พูดถึงหน่วยงานให้ทุนบางหน่วยที่มีอำนาจเงิน...

ช่วงบ่ายหมอฝนให้พวกเราวาดภาพสีน้ำ มีสีให้ ๓ สีคือเขียว เหลือง แดง ให้คิดว่าอยากเห็นเครือข่ายเบาหวานเป็นอย่างไร หลังจากนั้นให้แต่ละคนได้อธิบายความหมายของภาพที่ตนเองวาด

 

วาดภาพด้วยสีน้ำ

อาจารย์วิจารณ์ (นอนพูด) ให้มองจากล่างซ้ายขึ้นไป message คือเครือข่ายที่ขยายตัว ซับซ้อนขึ้น เชื่อมกับเรื่องของสุขภาพอื่น เครือข่ายที่ไม่นิ่ง ไม่คงที่ เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ

ภาพเครือข่ายของอาจารย์วิจารณ์

คนอื่นๆ ต่างอธิบายความหมายของภาพที่ตัวเองวาดได้อย่างน่าสนใจ เช่น

น้องกิ๊ก - พลุคือความสวยงาม ยิงจากจุดเดียวกันแต่กระจายได้เยอะ เป็นจุดเล็กๆ แต่เมื่อรวมกัน มองแล้วสวยงาม...
ปราณี - ดอกไม้ เครือข่ายเป็นแต่ละกลีบ เป็นดอกไม้ที่เบ่งบานตลอดไม่เหี่ยวเฉา
มด - อยากให้เครือข่ายมีความอบอุ่น มีผู้ใหญ่ใจดีดูแล..
หมอนิพัธ -  ย้อนอดีต อยากให้อนาคตเหมือนอดีต ดึงบรรยากาศเดิมๆ...คุยกันเรื่องปัจจุบัน ผู้ใหญ่จะร่วมกันให้ความคิดเห็น อยากให้ทุกคนพูดคุยกันได้...
อาจารย์ยุวนุช – เหมือนกรอบรูป มีพื้นที่ว่างมาก เครือข่ายเบาหวานยังมีพื้นที่อีกเยอะที่คนอื่นๆ จะมาร่วมได้
นุชเนตร – บ้านใหญ่ๆ จากการที่เราช่วยทำงานกันมา เปรียบเหมือนบ้านหลังใหญ่ ต้นไม้จากเล้กก็ใหญ่ ที่ทำได้เพราะเรามีความรัก...ประเทศไทยสบายดี ลดความขัดแย้ง...ภาคใต้สงบสุข
หมอนก – ต้นไม้มีหลาย stage ...ดอกผลที่ได้มา คนอื่นก็มาเก็บเกี่ยวไปใช้ประโยชน์ได้
ฯลฯ

วัลลา ตันตโยทัย