วิธีคิด
วันนี้ยกวิธีคิดขึ้นมาเป็นหัวข้อแลกเปลี่ยน
ก่อนอื่นขอย้อนไปเมื่อครั้งก่อนที่ผมจะเข้ามาเป็นสามาชิกโกทูโน เป็นเพราะผมค้นหา Google ในคำว่า “วิธีคิด” จนได้พบ Gotoknow ทำให้ผมดีใจมากที่ได้เห็นความหลากหลายในเชิงความรู้ การแลกเปลี่ยนและบรรยากาศแห่งมิตรภาพ ผมจึงไม่ลังเลเลยในการเข้าเป็นสมาชิก
วิธีคิด สำคัญไฉน
เรามาพูดกันก่อนว่า ทำไมจึงมาถึงคำว่า วิธีคิด
ก่อนจะมาคิดเราคงจะต้องรับรู้สิ่งต่างๆรอบๆตัว ปัจจุบันมีอินเตอร์เนท เป็นข้อมูลให้สมองได้รับรู้ สมองทำหน้าที่กลั่นกรองความรู้และข้อมูลต่างๆ แล้วสู่การปฏิบัติ ฉะนั้นพวกเราก็จะมาพูดถึง
วิธีคิด สำคัญไฉน
มีคำพูดมามากนักว่า คิดดี มีชัยไปกว่าครึ่ง ไม่ผิดครับ คิดดีย่อมมีชัยไปแล้ว นำไปซึ่งรูปธรรมก็จะได้ผลที่ดีตามมา แล้วถ้าคิดไม่ดีละ มันก็พัง ทำไม่จึงคิดไม่ดี นี่ก็เป็นคำถามซึ่งหลายๆคนคงอยากรู้ บางครั้งตัวเราคิดว่าถูกแล้วทำไมจึงผิด เราทำดีแล้วทำไมละจึงผิด
เราจะเริ่มแลกเปลี่ยนกันครับว่า วิธีคิด เป็นสิ่งสำคัญมาก ยิ่งในยุคปัจจุบันความหลากหลายในปํญหาที่พวกเราจะต้องแก้กันเป็นรายวัน
การคิดหรือความคิด เป็นการตอบสนองสองด้าน ด้านการรับรู้ กับปัญญา ความคิดของแต่ละคนจึงไม่เหมือนกัน ร้อยคน ร้อยความคิด เพราะปฏิกิริยาในการรับรู้ก็ต่างกัน การตอบสนองการรับรู้ก็ต่างกัน สิ่งแวดล้อมต่างกัน พฤติกรรมในสังคมก็ต่างกัน สรุปได้ว่าตำแหน่งของแต่ละคนต่างกัน
ฐานะในสังคมต่างกัน ก็เป็นเงื่อนไขหนึ่งที่สำคัญในการคิด
ระดับการเปลี่ยนแปลงในสังคมก็เป็นเงื่อนไขหนึ่งในความคิด
สิ่งแวดล้อมที่แหลมคม หรือ สุขสบาย ก็เป็นเงื่อนไขหนึ่งในความคิด
คนหมู่มาก ย่อมคิดกันมาก ความหลากหลายก็มาก ในขณะความขัดแย้งก็มาก รอวันที่จะระเบิดขึ้น ถ้าไม่มีการควบคุม
ฉะนั้น วิธีคิด จึงสำคัญมากและไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ถ้ายังอยู่ในสังคมหมู่มากอย่างนี้
ฐานคิด ก่อกำเนิดวิธีคิด
ฐานคิด ประกอบด้วยแกนในความคิด ไม่ใช่เปลือก
การสรุปบทเรียนต่างๆในอดีตได้รวบรวมปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคมมนุษย์ รวบรวมมาซึ่งบันทึกในตำรับตำรามากมาย ผู้รอบรู้ ผู้มีอำนาจทั้งหลาย ผู้ที่รับผิดชอบองค์กรต่างๆย่อมรู้ดีและพึงศึกษา
ฐานบางคนนำเอาคำสอนในศาสนามาใช้
ฐานบางคนนำเอาปรัชญามาปรับใช้
ฐานบางคนนำคติของบรรพบุรุษมา
ฐานบางคนนำภูตผีปีศาจมาชีนำ
ฐานบางคนนำความเชื่อต่างๆ แม้ไสยศาสตร์ก็ไม่เว้น
บางคนไม่มีฐาน เอาความรู้สึกเป็นครั้งๆไปจากความเข้าใจที่ได้รับ
ฉะนั้นวิธีคิดของคนเราย่อมมีกรอบฐานความคิด เพราะการรับรู้หลากหลาย
สรรพสิ่งมีสองด้าน สรรพสิ่งพัฒนาไม่เคยหยุดนิ่ง สรรพสิ่งย่อมเปลี่ยนแปลง
วิธีคิด ไม่ควรอยู่ในกรอบแคบๆของมัน สร้างฐานความคิดที่แข็งแกร่ง ฝังสู่ปัญญา แก้ปัญหาอย่างมีสติมีวิธี มีความหมาย มีอัจฉริยภาพ มีความลงตัว มีเป้าหมาย
ผมคงไม่ลงรายละเอียดกันมากนัก ให้พวกเรามาแลกเปลี่ยนกันดู โดยเฉพาะผู้รอบรู้ ผู้ที่เกี่ยวข้อง และเพื่อนๆ พี่น้อง ผมอาจจะค่อยๆบันทึกเพิ่มเติมขึ้นจากผู้รู้ เพื่อเป็นวิทยาทานต่อไป
อาจจะมีการเพิ่มเติมเป็นระยะครับ


เมนูของ dol3377





เมื่อ อา. 06 ก.ค. 2551 @ 21:21
731045 [ลบ]
สวัสดีค่ะ เล่าซือ
"วิธีคิด" ของแต่ละคนย่อมถูกหล่อหลอมมาจากการอบรมเลี้ยงดูของครอบครัวเป็นเบื้องต้น ประสบการณ์ไม่ว่าดีหรือเลวย่อมมีส่วนต่อมุมมองในการคิด สภาพความเป็นไปของสิ่งใกล้ตัวย่อมส่งผลกระทบ ประเพณี วัฒนธรรมของชุมชนย่อมมีส่วนหล่อหลอม อิทธิพลของกระแสค่านิยมต่าง ๆ ย่อมโน้มนำให้ใจหวั่นไหว หรือแม้แต่สภาวะอากาศร้อน หนาว ฝน ก็มีส่วนต่อการคิดตัดสินใจ และอาจมีสิ่งอื่น ๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึงอีกที่ส่งผลกระทบ
แต่ละคนล้วนมีแว่นตาในการมองของตัวเอง ซึ่งบางครั้งอาจทำให้สิ่งที่มองเห็นผิดเพี้ยนไปตามความคิดของตัวเอง เพราะเรามักมีมุมของเราอยู่แล้ว และใช้แว่นของเราตัดสินสิ่งที่เราเห็นว่ามันเป็นสีใด หากเราสามารถเปิดใจกว้าง ทำใจให้เป็นกลางในการมองเห็นสิ่งต่าง ๆ จะทำให้เราเห็นความจริง เมื่อเห็นความจริงแล้ว..จึงค่อยคิดวิเคราะห์เชื่อมโยง หรือแม้แต่ใช้ความรู้สึกกับสิ่งที่เห็น..
เป็นเรื่องที่ต้องฝึกฝนที่ทำให้สามารถแยกแยะสิ่งที่เป็นจริงตามที่เกิดขึ้น กับสิ่งที่เราคิด รู้สึก เพื่อความชัดเจนในประเด็น ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องไม่ง่ายเลยในท่ามกลางสังคมที่สั่งสมความซับซ้อนมายาวนาน เช่นเดียวกับจิตใจของแต่ละคนที่มีความซับซ้อนต่าง ๆ กันไป เมื่อเห็นและเข้าใจตัวเอง ก็ย่อมช่วยให้เห็นและเข้าใจสิ่งอื่น ๆ
หากสามารถเอาตัวเองออกไปในการมอง หมายถึงการยึดเอาตัวเองเป็นตัวตั้ง อยู่แต่ในความคิดของตัวเอง หากละตัวตนของตัวเองไปได้ ย่อมสามารถเชื่อมโยงและมองเห็นความสัมพันธ์ของสรรพสิ่ง ไม่แบ่งเขาแบ่งเรา เพราะเห็นเราในเขา และเห็นเขาในเรา เห็นความเชื่อมโยงของเขาและเรา จะเข้าใจในความหลากหลาย แตกต่าง ทางความคิด
เมื่อ อา. 06 ก.ค. 2551 @ 22:15
731147 [ลบ]
สวัสดีครับ
วิธีคิดมาจากประสบการณ์ด้วยใช่ไหมครับ
แล้วก็มาจากจิตด้วยอีกนะแหละใช่ไหมครับ
รวมไปถึงประสบการณ์ด้วย....
ขอบคุณครับ
เมื่อ อา. 06 ก.ค. 2551 @ 22:54
731215 [ลบ]
น้อง
poo
สบายดีไหม เดินทางบ่อยๆเหนื่อยนะจ๊ะ
เราหมู่นี้ไม่ค่อยได้แลกเปลี่ยนกันนะครับ ขอบคุณมากๆที่นำบทความดีๆมาป้อนให้ประจำ
อย่าลืมนำภาพสวยๆมาให้นะจ๊ะ ยังชอบอยู่นะ
เมื่อ อา. 06 ก.ค. 2551 @ 22:56
731218 [ลบ]
ผมมาเชิญท่านปรมาจารย์ สิทธิรักษ์ ให้ความเห็น เรื่องนี้ครับ
เมื่อ จ. 07 ก.ค. 2551 @ 01:33
731304 [ลบ]
สวัสดีครับน้องเม้ง
ผังฐานคิดสู่ วิธีคิด สู่ปฏิบัติการ ดีมากครับ
วิธีคิด ในความหมายของมัน คือกระบวนระบบคิดที่สามารถนำมาปรับใช้กับปัญหา สถานะการณ์ต่างๆ ที่เป็นระบบแข็งแกร่ง และไม่หลงทิศทาง
"ที่ว่าวิธีคิดความหมายคือ นำประสานฐานคิด หลักคิด แล้วเข้าสู่วิถีแห่งคิด จัดระเบียบความคิด เข้าสู่กระบวนแก้ปัญหา เช่น ปัญหาหนึ่งๆ เราจะวิเคราะห์ จากไหนสู่ไหน ที่มา ที่เกิด และผล และถ้าเราเข้าแก้ผลจะตามมาอย่างไร (คิดและมองอย่างรอบด้าน โดยประสานฐานคิดและหลักคิดเป็นแกน)"
โดยที่สามารถชี้นำไปสู่เหตุและผล ของปัญหา สถานะการณ์ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน
วิธีคิดถูกต้องสามารถนำไปแก้ปัญหา สังเคราะห์ปัญหา สถานะการณ์ อย่างเหตุและผล
อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นสูตรการมองปัญหา แก้ปัญหา
แล้วที่มาหละ ผังที่แสดงใช้ได้ครับ แต่ถ้าเราเจาะทีละเรื่องยังมีตัวแปรอีกครับ เช่น
ฐานความรู้จากภายนอก
ฐานประสบการณ์สะสม
เป็นตัวแปรให้ วิธีคิด เบี่ยงเบนได้ครับ
ขอบคุณมากครับ มาแลกเปลี่ยนกันต่อครับ
เมื่อ จ. 07 ก.ค. 2551 @ 10:02
731593 [ลบ]
สบายดีนะครับ คุณ ดาวลูกไก่ ชื่นชมยินดี
มีบางคนที่เราพูดอยู่ พูดยังไม่จบ จะสวนขึ้นมาทันที แล้วมันแสดงออกให้คนฟังคนอื่นรู้ว่า ที่คุณพูดออกมามันชัดเจนมากเลยนะคือตัวตนแท้จริงของคุณเอง โอ้ย ยิ่งคิดยิ่งเครียดค่ะ
เรื่องนี้คงเป็นอาการของเขา เราทุกคนหรือบางคนย่อมมีอาการปฏิกิริยาต่างๆ ซึ่งสั่งสมมายาวนานอาการต่างๆเหล่านี้ปรับเปลี่ยนได้บ้างไม่ได้บ้าง
ความคิดความรู้สึกของมนุษย์เรา ยังถูกครอบงำและชี้นำโดยธรรมชาติ สัมผัสทั้ง ห้า ยังเป็นตัวแปรที่สำคัญต่อความรู้สึกนึกคิดของคนเรา สามารถบงการพฤติกรรมของมนุษย์
คุณดาว เคยได้ยินไหมว่า ไอ้นี่ทำตัวเยี่ยงสัตว์
ความหมายก็คือ แสดงอาการโดยไม่ได้ผ่านการคิด ผ่านการไตรตรอง เปิดเผยตัวโดยไม่ต้องแยแสต่อผลการกระทำของตัวเอง ต่อสายตาผู้ใด ผลเกิดอย่างไรกระทบต่อสิ่งรอบข้างอย่างไร
มนุษย์คือมนุษย์ ถ้าปรากฏการณ์เป็นเช่นนี้โดยทั่วไปพวกเราคงไม่ต้องได้คุยกันถึงเรื่อง วิธีคิด กัน
ขอบคุณมากๆครับ ที่ร่วมมาแลกเปลี่ยนกัน ผมไปเยี่ยมดูนิทานของท่านแล้วครับ มีอะไรดีๆมาก็บอกกล่าวกันด้วยครับ
เมื่อ จ. 07 ก.ค. 2551 @ 10:09
731597 [ลบ]
อิอิ......ท่าน พี่ หุย
ขอบคุณมากๆที่มาแลกเปลี่ยนกัน
แต่ต่อว่าอย่างมาแบบแทบไม่มีร่องรอย
ถ้าขาดสติก็คิดได้เท่ากอ้นกรวดแค่นั้นเอง
นี่คงเป็นคำเปรียบเทียบมากกว่าครับ มนุษย์ก็ธรรมดาที่มีอารมณ์แต่ผ่านการฝึกตนก็สามารถข่มจิตได้ แต่บางครั้งถูกกดดันมากๆและไม่มีทางออกก็สามารถแสดงอาการเถื่อนออกมาได้เหมือนกันครับ
ขอคาราวะงามๆครับพี่ หุย
เมื่อ จ. 07 ก.ค. 2551 @ 17:31
732363 [ลบ]
สวัสดีครับคุณ
ใบไม้ย้อนแสง
มาแบบยาวเลยครับ ขอบคุณมากๆครับ
ความคิดเห็นที่ให้มาสมบูรณ์มากครับ ตั้งแต่เริ่มจนกระทั่งใช้ปฏิบัติการทางความคิด
"วิธีคิด" ของแต่ละคนย่อมถูกหล่อหลอมมาจากการอบรมเลี้ยงดูของครอบครัวเป็นเบื้องต้น ประสบการณ์ไม่ว่าดีหรือเลวย่อมมีส่วนต่อมุมมองในการคิด สภาพความเป็นไปของสิ่งใกล้ตัวย่อมส่งผลกระทบ ประเพณี วัฒนธรรมของชุมชนย่อมมีส่วนหล่อหลอม อิทธิพลของกระแสค่านิยมต่าง ๆ ย่อมโน้มนำให้ใจหวั่นไหว หรือแม้แต่สภาวะอากาศร้อน หนาว ฝน ก็มีส่วนต่อการคิดตัดสินใจ และอาจมีสิ่งอื่น ๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึงอีกที่ส่งผลกระทบ
นี่คือวิธีคิดส่วนหนึ่งที่ผมต้องน้อมนำมาศึกษาเพิ่มเติม ทำให้ลงสู่รูปธรรมมากขึ้น
หากสามารถเอาตัวเองออกไปในการมอง หมายถึงการยึดเอาตัวเองเป็นตัวตั้ง อยู่แต่ในความคิดของตัวเอง หากละตัวตนของตัวเองไปได้ ย่อมสามารถเชื่อมโยงและมองเห็นความสัมพันธ์ของสรรพสิ่ง ไม่แบ่งเขาแบ่งเรา เพราะเห็นเราในเขา และเห็นเขาในเรา เห็นความเชื่อมโยงของเขาและเรา จะเข้าใจในความหลากหลาย แตกต่าง ทางความคิด
สรุปได้ว่าดึงตัวออกจากศูนย์กลางความขัดแย้ง ลอยตัวในการมองปัญหา
ขอบคุณคุณใบไม้มากครับ ที่มาแลกเปลี่ยนกันอย่างรอบด้าน
การปฏิสัมพันธ์ของสังคม มีความหมายลึกซึ้งและทั้งหมดเป็นหนึ่งเดียวดังที่ท่านว่าไว้ ความสัมพันธ์ซึ่งก่อกำเนิดปฏิกิริยาการสร้างความสมดุล มันเคลื่อนไหวรวมตัวและต่อสู้กันอยู่ตลอดเวลา สร้างการอยู่ร่วมและรวมกันอย่างหนึ่งเดียว
แวะมาแลกเปลี่ยนกันนะครับ ยังมีอะไรเสริมอีกมากช่วยหน่อยครับ
เมื่อ จ. 07 ก.ค. 2551 @ 17:46
732394 [ลบ]
เมื่อ จ. 07 ก.ค. 2551 @ 18:57
732538 [ลบ]
สวัสดีครับคุณ lovefull
สบายดีนะครับ วันหลังมาเล่าเรื่องสีๆให้ฟังหน่อยนะครับ
อิอิ..........เสียดสีนะครับ
ขอบคุณมากครับ คุณ lovefull