ผมจบปริญญาตรี โท เอกทางด้านเทคโนโลยีการศึกษา ในความรู้สึกตอนแรกคิดว่าดีที่เราจบปริญญาสามใบทางด้านเทคโนโลยีการศึกษาจะได้รู้ลึกไปเลยในด้านนั้น แต่พอมาทำงานพบว่าความรู้แค่เพียงปริญญาไม่ใช่เพียงความรู้ที่จะนำมาใช้ได้ทั้งหมด แต่ยังมีสิ่งอื่นอีก ผมจำได้ว่าผู้ใหญ่มักจะพูดว่าอาบน้ำร้อนมาก่อน หรือเวลาที่ไปเรียนต่อปริญญาโท เค้าจะรับคนที่มีประสบการณ์ทำงานมาเรียน เพราะเค้าต้องการความรู้และประสบการณ์มาแลกเปลี่ยนกัน ไม่ใช่แค่ความรู้จากหนังสือตำราเท่านั้น เมื่อก่อนผมไม่เข้าใจว่าทำไมคนจึงคิดเช่นนั้น แต่เดี๋ยวนี้รู้แล้วว่าประสบการณ์หรือสิ่งที่มันสั่งสมผ่านเข้ามาในชีวิตมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่คนๆ หนึ่งจะเรียนรู้และถ่ายทอดออกมา การพูดมันง่ายกว่าการทำ การเขียนสิ่งที่พูดยิ่งยากกว่า และที่สำคัญการถ่ายทอดประสบการณ์จากคนหนึ่งสู่อีกคนหนึ่งใช้เวลาในการเรียนรู้เป็นปีๆ
ในปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวหน้ามาก สิ่งต่างๆรอบตัวก้าวหน้าและพร้อมที่จะทยานไปข้างหน้า ผมจำได้ว่าเมื่อสมัยที่ผมเริ่มเรียนคอมพิวเตอร์ใหม่ๆ พวกพี่ที่เรียนปริญญาโทด้วยกันในรุ่นที่เป็นผู้ใหญ่กว่าหลายคนยอมรับละพร้อมที่จะศึกษา หลายคนปฏิเสธและกลัวว่าจะทำไม่ได้ สมัยก่อนนั้นสิ่งที่พูดกันมากคือเรื่องของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ถัดมาอีกสี่ห้าปี หลายคนพูดถึงเรื่องมัลติมีเดีย พูดถึงเรื่องการศึกษาทางไกลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเร้น อีก 1 ปีถัดมามีคนพูดและศึกษาเรื่องอินเทอร์เน็ต เผลอแพล็บเดียวอินเทอร์เน็ตและเว็บเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เหมือนวันไหนไม่ได้เข้าเว็บ เหมื่อนวันนั้นมันขาดอะไรไปสักอย่าง เทคโนโลยีเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
"ลูกศิษย์ผมมารอพบอยู่ที่หน้าห้องครับ" กลุ่มนี้ทำเรื่องการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องปูทูลกระหม่อม เค้านำเรื่องปูทูลกระหม่อมซึ่งมีถิ่นฐานอยู่แถวมหาสารคามมาเป็นเคสให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เรียนเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยให้นักเรียนได้เรียนรู้เรื่องของสิ่งแวดล้อม และให้ตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม โดยกิจกรรมการเรียนรู้ที่เค้ามีคือ 1. ให้ศึกษาเรื่องปูทูลกระหม่อมโดยการดูวิดีโอ 2.ให้ศึกษาเรื่องสิ่งแวดล้อม ความหมาย ประเภท ควาสำคัญโดยมีชุดกิจกรรม 3.พาไปศึกษาดูงาน เดินป่า ศึกษาธรรมชาติ ชีวิตของปู พันธ์ไม้ สมุนไพร วัฏจักรของธรรมชาติ ชีวิตของปู โดยในกิจกรรมให้นักเรียน ฝึกเรื่องของกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คือการสังเกต การตั้งคำถาม การหาคำตอบ 4 ให้นักเรียนสรุปความรู้ด้วยเพลง และการเขียนผังความคิด การวาดภาพ ผมว่าถ้ากิจกรรมนี้นำไปสอนจริงๆ เด็กๆ คงมีความสุขและได้ความรู้มาก
ผมคุยกับนิสิตถึงเรื่องการทำงานว่าทำไมเงียบๆไปก็เพิ่งรู้ว่าที่โรงเรียนเค้ามีครู 1 คน ผอ.1 คนอยู่ที่อำเภอนครไทย เวลาเรียนหรือสอน เรียนจากโทรทัศน์ของไกลกังวลเป็นส่วนใหญ่ ครูส่วนใหญ่จัดการนักเรียน 8 ห้องให้สนใจเรียนก็แย่แล้ว ผมฟังแล้วอยากให้นิสิตที่เรียนระดับปริญญาตรีได้ไปสัมผัสชีวิตในโรงเรียนแบบนี้บ้างจัง
ยังเขียนไม่จบเลยนะครับวันหน้าค่อยมาเขียนต่อ
ยินดีด้วยที่ยังติดตามและพัฒนางานเทคโนโลยีการศึกษา อีกทั้งยัง share ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน
ขอบคุณที่สมัครเข้าชุมชน เทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา ฝากบอกเพื่อนๆและนิสิต เข้าร่วมชุมชนนี้ด้วย
วันนี้จะรีบประชุมวันหลังจะ Knowledge sharing ด้วย
ผศ.ดร.เกียรติศักดิ์ พันธ์ลำเจียก
เรียน ดร.รุจโรจน์ ที่เคารพ
อยากจะบอกว่า...ขอบคุณสำหรับความรู้สึกดี ๆ ที่อาจารย์เคยเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาให้หนูค่ะ.....// อืมม..ฝากถามความคิดเห็นนิ๊ดนึงค่ะ..คือว่าอาจารย์คิดว่าการที่อาจารย์เรียนจบทางด้านเดียวกันหมดเลย 3 ใบ เนี่ย !! ดีหรือไม่ดีค่ะ..เหอ ๆ สำหรับหนูนะ เรียนตรี - โท - เอก (กำลังเรียนเอก) ไม่เหมือนกันซักใบเลย ..เหอ ๆๆ ม่ายรู้ว่าจะรอดหรือเปล่าเลยค่ะ...อิอิ...ถ้าเป็นไปได้ก็อยากเรียนทางด้านเดียวกันหมดเลยเหมือนอาจารย์ค่ะ... แต่ด้วยหน้าที่การงานอะไรหลาย ๆ อย่างทำให้บางครั้งต้องเบนเข็มไปเรียนในสาขาที่ขาดแคลนแทน...แง ๆๆๆ...
จาก คนสวย ป.โท..เทคโน รุ่น 2 (ภาคปกติ)
เห็นด้วยอย่างยิ่งที่บอกว่าความรู้ไม่ได้มาจากหนังสือหรือตำราอย่างเดียว ที่สำคัญประสบการณ์ที่สั่งสมจากการมีชีวิตในวันหนึ่ง ๆ แต่บางคนก็หายใจทิ้งไปวัน ๆ โดยไม่ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์…อาจารย์คิดว่าในฐานะที่เป็นนักเทคโนโลยีการศึกษา ในส่วนตัวของอาจารย์ได้พัฒนาอะไรไปบ้างในของการพัฒนาการศึกษาในปัจจุบัน
เรียน ดร.รุจโรจน์ ที่เคารพเหมือนกันค่ะ
การศึกษาในระดับเดียวกัน ไม่สามารถดึงไปพร้อมกันได้ เพราะตัวเทคโนโลยีนี้แหละค่ะ นักเทคโนฯ มักทำงานอยู่ในเมืองเพราะมีอุปกรณ์ช่วย จนละเลยสถานศึกษานอกเมือง (ชนบท) ที่ขาดแคลนเครื่องมือไฮเทค ทำให้การศึกษาไปพร้อมกันไม่ได้ความแตกต่างของการศึกษาจึงแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน ตราบใดที่รัฐไม่มีเงินสนับสนุนให้กับโรงเรียนชนบท การศึกษาของไทยก็คงจะฉุดดึงกันอย่างแตกต่างอย่างที่เห็นในปัจจุบันนี้แหละค่ะ .... เคยเข้าอบรมเรื่อง การพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนของครู ... วิทยากรบอกว่าต่อไปนี้ครูเราต้องพัฒนาตัวเอง ทุกคนต้องมีโน๊ตบุ๊ค สั่งงานนักเรียน สอน เรียน ผ่านระบบเครือข่าย เพื่อพัฒนาระบบการศึกษาให้เทียบเท่าต่างประเทศ หรือให้เป็นเลิศนะเอง...แต่ท่านอาจจะลืมไปว่า แล้วกว่าที่เราจะได้โน๊ตบุ๊คมา จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อมันมาใช้เพราะหนี้สินของครูที่เป็นอยู่ปัจจุบันก็จะตายกันอยู่แล้ว แล้วถ้ามีปัญญาซื้อมา แล้วเรียนสอนกันผ่านระบบเครือข่ายทั่วประเทศ โรงเรียนในชนบทพร้อมหรือไม่ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีมาให้โรงเรียนละเครื่องนั้น มีบุคลากรที่มีความพร้อมมีความรู้ที่จะใช้มันมากน้อยแค่ไหน ดีไม่ดี ผอ.ยกเครื่องคอมฯ ไปให้ลูกเล่นที่บ้านดีกว่า (อิอิ) แล้วโอกาสที่เด็กจะได้เรียนรู้จากคอมพิวเตอร์จะเกิดขึ้นได้อย่างไร.... ที่ร่ายยาวมาเพราะอยากให้เราได้มองเห็นจุดบอดของการศึกษาของไทยที่ยากจะแก้ไข ตราบใดที่เงิน คน เทคโนโลยี ยังเข้าไม่ถึงชนบท ก็ยากจะแก้ปัญหาได้ ที่เข้ามาบล๊อกของอาจารย์รุจโรจน์เพราะชอบบทบาทของอาจารย์ค่ะ ถึงแม้ว่าอาจารย์จะไม่ค่อยมีเวลาเข้ามาพบกับลูกศิษย์ ป.โท รุ่น7 ภาคพิศดารที่อาจารย์เป็นที่ปรึกษาเท่าไร แต่คิดว่าอาจารย์เป็นคนหนึ่งที่จะสามารถจุดประกายให้หลาย ๆ คนมองเห็นความสำคัญของการศึกษา ช่วยกันว่าจะทำอย่างไรให้การศึกษาลดระดับความแตกต่างกันดีมั๊ยค่ะ
เห็นด้วยกับที่ว่าเทคโนโลยียังเข้าไปไม่ถึงชนบทที่แท้จริง
ตามนโยบายที่ว่าต่อไปครูต้องสั่งงานนักเรียน สอน เรียน ผ่านระบบเครือข่าย เพื่อพัฒนาระบบการศึกษาซึ่งมีความเป็นไปได้ยากมาก เพราะปัจจัยหลาย ๆ ด้านไม่พร้อม เช่น ความพร้อมของสถานศึกษา ความพร้อมของครู ความพร้อมของผู้เรียน ซึ่งเป็นไปได้ยากมากสำหรับโรงเรียนระดับมัธยมประจำอำเภอ ฉนั้นโรงเรียนชนบทไม่มีทางเป็นไปได้เลย สรุป การศึกษาไม่มีวันเท่าเทียมกันได้ (ด้านเทคโนโลยี)
ด้วยความเคารพครับ
ผมก็มีความรู้สึกเหมือนกับ ดร.รุจโรจน์ครับประสบการณ์มันต้องหาเองไม่สามารถหาซื้อได้ทุกอย่างที่เราศึกษาผมว่ามีประโยชน์ทั้งนั้น
ไม่ว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาไปมากน้อยสักแค่ไหนก็ตาม มันก็ยังเป็นแค่เพียงกระบวนการ และวิธีการเท่านั้น แต่ถ้าคนนำไปใช้ไม่รู้จักคุณค่าของมัน เทคโนโลยีก็คงไม่มีความหมาย เราจะประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างไรให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ที่เราต้องการ สำนึกของนักเทคโนโลยี.
เรียน อาจารย์ดร.รุจโรจน์
เทคโนโลยีนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจริง ๆ บางครั้งเราศึกษาเทคโนโลยีเรื่องหนึ่งยังไม่เข้าใจก็มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามา บางทีเราก็ตามไม่ทันกับความก้าวหน้าของมัน แต่เทคโนโลยีที่เกิดขึ้นมานั้นจะมีคุณค่าแค่ไหนคงอยู่ที่ผู้ใช้ได้ใช้เทคโนโลยีนั้นอย่างมีประสิทธิภาพ ?
เห็นด้วยกับอาจารย์ เพราะเทคโนฯมีบทบาทมากในชีวิตประจำวันทั้งเรื่องการทำงาน และชีวิตส่วนตัว ถ้าขาดไปก็ไม่สะดวก มาเรียนเทคโนไม่ผิดหวังแน่นอน
เห็นด้วยกับ ดร.รุจิโรจน์ ที่ว่าความรู้แค่เพียงปริญญาไม่ใช่เพียงความรู้ที่จะนำมาใช้ได้ทั้งหมด แต่ยังมีสิ่งอื่นอีกมากมายที่จะนำมาพัฒนาความรู้ของเรา การศึกษาในระบบไม่สามารถพัฒนาคนให้มีความรู้ได้มากพอ ต้องอาศัยประสบการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน สังคม การเรียนคอมพิวเตอร์ไม่ได้จบแค่หลักสูตรเท่านั้น แต่เป็นการศึกษาตลอดชีวิตเลยก็ว่าได้ เพราะเราต้องก้าวทันยุคของเทคโนโลยีอยู่ตลอดเวลา
เรียน ดร.รุจโรจน์ ที่เคารพ
สำหรับหนู ในฐานะสายครูผู้สอนคอมพิวเตอร์ ยอมรับว่าต้องจากประสบการณ์มาก ๆๆๆๆๆ ค่ะ และปัจจัยสำคัญคือต้องมีเงินค่ะ สำหรับการจัดซื้อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา โรงเรียนในเมืองส่วนใหญ่ค่อนข้างจะมีความพร้อม ส่วนในโรงเรียนที่ห่างไกล นอกจากสภาพพื้นที่แล้ว สิ่งสำคัญคือ งบประมาณ ถ้ามีเงินอะไรก้อทำได้ เหมือนโครงการโรงเรียนในฝันน่ะค่ะ อย่างน้อยต้อง 4 ล้าน ในการพัฒนาโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนในฝัน ซึ่งหนึ่งในกลยุทธ์ที่สำคัญ คือ ด้าน ict ซึ่งเป็นจำนวนเงินไม่น้อยสำหรับหาเงินซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ ไม่น้อยกว่า 100 เครื่องรวมทั้งอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทำเพื่อพัฒนาการศึกษา การเรียนรู้ และการค้นคว้าของเด็กทั้งนั้น แต่ลืมนึกถึงตัวเงิน และที่สำคัญอีกตัวหนึ่งก็คือ ความพร้อมของบุคลากรในโรงเรียนที่ควรมีความรู้พอสมควรกับการใช้เทคโนโลยี เพื่อพัฒนาการศึกษาอย่างแท้จริงและเต็มศักยภาพ
เรียน ดร.รุจโรจน์
เรียนอาจารย์ที่เคารพ
ดิฉันเห็นด้วยกับอาจารย์เป็นอย่างยิ่งในเรื่องของประสบการณ์การทำงานที่ว่ามีผลต่อการศึกษาต่อหรือสมัครงาน เพราะความรู้จากประสบการณ์มันมีค่าและหายากกว่าการเรียนรู้จากหนังสือ แต่ถ้าหน่วยงานหรือองค์กรต่าง ๆ ไม่เปิดโอกาสให้ผู้ยังไม่มีประสบการณ์มาทำงานแล้วคนเหล่านั้นจะหาประสบการณ์มาจากไหน
ด้วยความเคารพอย่างสูง
ผมคิดว่าเทคโนโลยีนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไปแล้วแต่คนจะนำไปใช้ในทางด้านใหน
ลูกศิลย์
49072183
ผมว่าเทคโนโลยีสามารถช่วยลดภาระทางการสอนให้กับครูได้ถ้าหากการนำไปใช้ให้ถูกต้องตามวัถุประสงและความจำเป็นของเทคโนโลยีประเภทนั้นๆ
ใช่ค่ะในปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวหน้ามาก สิ่งต่างๆรอบตัวก้าวหน้าและพร้อมที่จะทยานไปข้างหน้า แต่การพัฒนาคนให้ทันกับเทคโนโลยีนั้นไม่ทันกับเทคโนโลยี เพราะคนที่ใช้เทคโนโลยีอยู่ในวงแคบ ๆ เพราะยังขาดความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี เพราะไม่มีการสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาบุคลากรในการใช้และผลิตเทคโนโลยี
เนื่องจากในยุคปัจจุบันทางด้านเทคโนโลยีได้เจริญก้าวหน้ากันไปมาทำให้บ้างครั้งเราจัดการเรียนการสอนต้องนำสื่อทางด้านเทคโนเข้าช่วยเพื่อให้ทันยุคทันสมัยและเพื่อความรวดเร็วในการจัดการเรียนการสอน และยังช่วยให้นักเรียนเข้าใจบทเรียนได้รวดเร็วกว่าเดิมและสนุกสนานกับการเรียนการสอนแบบสัยที่ไม่ใช้การท่องจำบทกระดานการดูภาพถ่ายธรรมดาโดยที่ไม่ได้มีการทดลองลงมือปฏิบัติจริง
เห็นด้วยว่าการเรียนเทคโนโลยีควรเรียนจากในห้องเรียนและนอกห้องเรียนในอินเทอร์เน็ตได้และควรมีประสบการณ์ในการได้ทำจริงจนคล่องสามารถทำได้ง่ายจากที่ไม่ได้เลยนำไปใช้ในการทำงานด้วยได้ยิ่งดี ความก้าวหน้าของเทคโนโลมีมากขึ้นจนตามไม่ทันเกิดสิ่งใหม่ๆของเทคโนฯมากมาย แต่ในชนบทก็ยังขาดแคลนความเป็นจริงในชีวิตที่ว่าคนในสังคมยังมีความแตกต่างกันอยู่มาก ทั้งด้านการเรียน การเงิน และที่สำคัญคือโอกาสในการเรียนรู้สิ่งต่างๆไม่เท่ากัน อยากให้มีการพัฒนาด้านจิตใจมากๆควบคู่ไปกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะนำมาช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้นถ้าเรารู้จักใช้ให้เป็นเพราะเทคโนโลยีก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่เราต้องเป็นผู้เลือกที่จะรับเอง
ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทุกวันนี้ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากๆ ถ้าให้วิ่งตามให้ทันในทุกๆเรื่องนั้นก็คงเป็นไปได้ยาก ดังนั้นในการใช้เทคโนโลยีให้ได้ประโยชน์สูงสุดนั้น บางครั้งก็ต้องอาศัยความสนใจของผู้ใช้เหมือนกัน