"เมื่อวันหนึ่งได้มีการฝึกฝน และหลอมรวมความรู้สึกให้เติบโตจากแม่แบบที่เราประทับใจแล้ว เมื่อนั้นย่อมทำให้เกิดความพร้อมที่จะแสดงความเป็นต้นแบบแห่งชีวิตที่เข้มแข็งและงดงามแก่ผู้อื่นในโอกาสข้างหน้าด้วยความภาคภูมิ"

เมื่อวานนี้ (6 มิ.ย.51) อาจารย์ กมลวัลย์ ได้เขียนบันทึก ชื่อ ตัวอย่างที่เห็นจริง 

และผมได้เข้าไปแสดงความคิดเห็น พร้อมกับรับปากอาจารย์ว่า มีข้อเขียนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ "ตัวอย่าง" พอดี เป็นของท่านชุติปัญโญ ในข้อเขียนที่ชื่อว่า "ตัวอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำสอน"

 

ท่านชุติปัญโญได้นำเสนอไว้ดังต่อไปนี้ ครับ

 

หลักการพัฒนาที่จัดว่าไม่ต้องลงทุนมากมายแต่ได้ผลดีที่สุดก็คือ "การทำให้ดูเป็นตัวอย่าง" เพราะไม่ต้องอาศัยคำพูดที่แสดงถึงเจตนาที่หวังดี หรือกระทบกระทั่งเพื่อให้เกิดการกระตุ้นความรู้สึกให้อยากทำตามแต่ประการใด แต่เป็นการแสดงถึงภาวะที่ไม่มีปัญหากับตัวเอง หรือแสดงให้เห็นว่า สิ่งที่ปฏิบัติให้ดูนั้นก่อให้เกิดคุณค่าอย่างไร

ในเบื้องต้นสิ่งที่ได้รับก็คือ การทำหน้าที่ของตัวเองให้สมบูรณ์ ส่วนสิ่งที่ได้รองลงมาก็คือ ไม่ต้องมีปัญหาเพราะการขัดแย้ง อันเกิดจากความคิดที่ไม่ลงรอยกันระหว่างตัวเราและผู้อื่น เพราะเราเป็นแต่เพียงผู้ทำให้ดู ส่วนหน้าที่ในการเลือกที่จะทำตามนั้น เป็นอีกเหตุผลของคนที่พบเห็น

แต่การที่จะชื่อว่าเป็นตัวอย่างที่ดีนั้น ก็ต้องอาศัยวิธีคิดและการกระทำที่ดำรงอยู่บนพื้นฐานของความดีงามเป็นที่ตั้งเช่นกัน มิใช่เป็นการกระทำด้วยการประชดประชัน หรือเป็นการเสแสร้งแกล้งทำแต่อย่างใด ด้วยเหตุนี้ตัวอย่างที่ได้พบเห็น จึงส่งผลต่อความนิยมชมชอบที่จะให้ลงมือทำตาม ด้วยความยินดีและงดงามทางความรู้สึกของผู้เดินตาม

ในกรณีกาารทำตัวเองให้เป็นตัวอย่างนั้น มีเรื่องที่ช่วยชี้ชัดถึงคุณค่าที่แฝงอยู่ในการกระทำนั้น โดยไม่ต้องอาศัยการพูดคุยแต่ก่อให้เกิดผลที่คุ้มค่าได้อย่างมหัศจรรย์ เช่น กรณีพระอัสสชิผู้เป็นอาจารย์ของพระอัครสาวกเบื้องขวานามว่า พระสารีบุตร ท่านแสดงให้เห็นเป็นตัวอย่างได้อย่างน่าประทับใจ

เพราะเพียงแค่ชายหนุ่มนามว่า สารีบุตร เห็นอากัปกิริยาที่สำรวมระวังจากการเดินบิณฑบาตของพระอัสสชิ กระทั่งการก้าวย่างอย่างมีสติในทุกอิริยาบถล้วนทำให้เกิดคำถามว่า เหตุไฉนท่านจึงดูงดงามถึงเพียงนี้ จึงเป็นที่มาของการถามหาพระบรมครูของพระอัสสชิ จนเกิดการแสวงหาคำตอบของชีวิตตามรอยบาทของพระพุทธองค์ในเวลาต่อมา กระทั่งได้รับการยอมรับในความเป็นผู้เลิศทางด้านปัญญามากนามว่า "พระสารีบุตร" ในที่สุด

การปฏิบัติให้เห็นเป็นตัวอย่าง จึงชื่อว่า เป็นการชักนำผู้ที่เห็นให้เกิดความประทับใจในเบื้องต้น และเป็นการเชื่อมโยงทั้งความคิดและการกระทำไปสู่สิ่งที่ดีงามในวันข้างหน้าได้อย่างลงตัว เปรียบเช่นกับการรู้จักหาพันธุ์ไม้ที่มีความเข้มแข็งมาเป็นต้นกล้า เพื่อที่จะให้เป็นต้นกล้าแห่งความหวังท่จะเติบโตด้วยความมั่นคงในโอกาสต่อไป

ท่านผู้รู้จึงเปรียบชีวิตที่มีแม่แบบว่า เป็นเสมือนต้นไม้ที่เราเพาะกล้าไว้ในกระถาง ในเบื้องต้นต้องคอยดูแลเอาใจใส่ด้วยความเอื้ออารี ที่จะเห็นต้นไม้นั้นเติบโตอย่างสมบูรณ์แบบ พอวันเวลาผ่านไป ไม้ในกระถางต้นเดิมก็พร้อมที่จะลงสู่แผ่นดินโดยธรรมชาติ และพร้อมที่จะชอนไชรากแห่งตัวตนลงสู่แผ่นดินอย่างทรนงด้วยตนเอง เมื่อนั้นสิ่งที่เราคอยเฝ้าทะนุถนอม ย่อมให้ผลการตอบแทนที่คุ้มค่าและประทับรอยแห่งความรู้สึกดี ๆ มิรู้คลาย

เฉกเช่นชีวิตของคนเรา เมื่อแรกเริ่มของการเรียนรู้ชีวิต เรามีแบบแผนในการหลอมรวมความคิด และการกระทำให้เป็นไปในทางที่ดีงาม กระทั่งได้ปฏิบัติตามแบบแผนนั้นด้วยความรัก เมื่อวันหนึ่งได้ฝึกฝนและหลอมรวมความรู้สึกให้เติบโตจากแม่แบบที่เราประทับใจได้แล้ว ย่อมทำให้เกิดความพร้อมที่จะเป็นต้นแบบแห่งชีวิตที่เข้มแข็ง และเป็นแบบอย่างที่งดงามแก่ผู้อื่นในโอกาสข้างหน้าด้วยความภาคภูมิ


มีอาจารย์ใหญ่ท่านหนึ่งชอบนอนกลางวันเป็นประจำ ทว่าเมื่อถูกลูกศิษย์ถามก็มักจะตอบว่าไม่ได้นอนหลับ แต่เป็นการเข้าฌาณเพื่อไปพบพระอรหันต์เช่นเดียวกับท่านขงจื้อในอดีต ที่เคยไปพบพระอรหันต์ในฝันเป็นประจำ ด้วยเหตุที่อาจารย์ใหญ่กล่าวถึง การนอนหลับเพื่อไปพบพระอรหันต์เป็นประจำ ทำให้บรรดาลูกศิษย์ผิดหวังในตัวท่าน

วันหนึ่งอากาศแสนจะเป็นใจให้พักผ่อน หลังจากกินข้าวอิ่มเรียบร้อยแล้ว เหล่าลูกศิษย์ก็ถือโอกาสงีบหลับเอาแรงหน่อย แต่พออาจารย์ใหญ่ผ่านมาก็ตวาดเข้าให้

"นี่พวกเธอมาแอบนอนหลับได้ยังไง เป็นนักศึกษาต้องกระตือรือร้นหน่อย ทำอย่างนี้ดูไม่เข้าท่าเอาเสียเลย"

"พวกผมไม่ได้นอนอย่างเดียวนะท่านอาจารย์ แต่พวกผมไปพบพระอรหันต์แต่ปางก่อนมา เช่นเดียวกับขงจื้อไงครับ"  ลูกศิษย์อธิบายให้รับทราบ

"แล้วที่ว่าไปพบพระอรหันต์มาน่ะ พวกเธอได้ข่าวอะไรมาบ้าง ?"  อาจารย์ใหญ่ซัก

ลูกศิษย์คนหนึ่งจึงกล่าวแถลงไขว่า

"พวกผมไปพบพระอรหันต์แต่ปางก่อนในแดนฝันมา และได้เรียนถามท่านว่า เห็นอาจารย์ใหญ่ของพวกผมไปที่นั่นทุกบ่ายหรือเปล่า แต่พระอรหันต์ท่านหลายตอบว่า ไม่เคยเห็นหน้าคนที่พวกผมถามเลยแม้แต่ครั้งเดียว"

อาจารย์ใหญ่จึงได้แต่ทำหน้าตาละห้อย เพราะไม่รู้จะแก้คืนอย่างไร :)

 

=======================================================

 

การใช้ "ตัวอย่าง" เป็นนวัตกรรมการเรียนการสอนประเภทหนึ่งที่ครูทุกระดับควรใช้เป็นเครื่องมือช่วยสอนอยู่เสมอ เพื่อเด็กจะได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าเรียนรู้จากตัวอย่างนี้

ถ้าตัวอย่างที่นำมาใช้เป็นตัวอย่างดี ... เด็กก็จะได้ต้นแบบที่ดี

ถ้าตัวอย่างที่ไม่ดี ... เด็กก็จะได้ตัวอย่างที่ไม่ดี

 

ดั่งเช่นกับตัวของครูเอง ... ถ้าครูปฏิบัติตัวด้วยความงดงามในครรลองของชีวิตให้เด็กได้เห็น ไยเด็กจะไม่ซึบซับสิ่งเหล่านี้ไปตลอดช่วงเวลาการเรียนการสอนของครูท่านนี้ใช่ไหมครับ

 

เนื่องจากผมสอนในวิชาชีพครู สอนพวกนักศึกษาวุฒิครู ... การเป็นต้นแบบครูที่ดีสำคัญมาก เพราะเด็กเขาจะเรียนรู้วิธีการต่าง ๆ เพื่อเขาจะได้นำไปใช้จริงตอนเขาฝึกสอน และเป็นครูในอนาคต

 

อาจารย์ กมลวัลย์  ครับ ไม่ทราบว่า เนื้อหาพอได้เรื่องได้ราว ตรง และสอดคล้องกับบันทึก  ตัวอย่างที่เห็นจริง ของอาจารย์บ้างหรือเปล่าครับเนี่ย

 

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียนครับ

บุญรักษา ครับ :)

 


แหล่งอ้างอิง

 

 

ชุติปัญโญ (นามแฝง).  วิถีทางแห่งการสร้างสุข.  (พิมพ์ครั้งที่ 2).  กรุงเทพฯ: ใยไหม, 2549.