เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2550 พวกเราศิษย์เก่าอักษรศาสตร์ รุ่นที่ประธานรุ่น เป็นคณบดีคณะอักษรศาสตร์คนปัจจุบัน ได้นัดรับประทานอาหารกลางวัน และประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน
เพื่อทำการระดมทุนเข้า มูลนิธิมหาจักรีสิรินธร เพื่อคณะอักษรศาสตร์ ซึ่งพระองค์ท่านมีพระมหากรุณาธิคุณ ทรงรับเป็นประธานมูลนิธิ เพื่อนำมาเป็นงบประมาณในการช่วยเหลือบำรุงรักษา อาคารมหาจักรีสิรินธร ซึ่งได้เริ่มสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2550 อันเป็นปีมงคลวาร 90 ปี คณะอักษรศาสตร์พอดี การระดมทุนของรุ่นดิฉัน สามารถปิดหีบลงได้อย่างเรียบร้อยสวยงาม ตามเป้าที่ได้รับมา
รายการต่อไป เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ คือการไปเยี่ยมบ้าน ท่าน ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี ปราชญ์ และปูชนียบุคลล ที่ได้สร้างคุณูปการให้แก่สังคมไทย มีคุณอย่างเอนกอนันต์ต่อแผ่นดิน โดยเฉพาะผลงานทางด้านศิลปะการแสดงและวรรณกรรม ที่ถ่ายทอดความเป็นไทยให้คนไทยและต่างชาติได้รับรู้ และเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมไทย ท่านได้อำลาจากโลกนี้ไป ครบ 12 ปี ในวันที่ 9 ตุลาคม 2550
เรายกขบวนไปกันหลายคันรถเก๋ง แต่ไม่ลำบากเรื่องที่จอด เพราะข้างในบ้าน มีที่จอดพอ เนื่องจากบริเวณบ้านกว้างหลายไร่ มีสวนใหญ่ๆ ต้นไม้เก่าแก่ร่มรื่นมาก อากาศก็ครึ้มเป็นใจ ให้ได้เดินชมทั่วบริเวณอย่างสบายใจ
มีมัคคุเทศก์ เป็นคนหนุ่มๆอายุ 20 ปีเศษ 2 คน ท่าทางอารมณ์ดี มาพาเราไปชมบ้านและของสะสมของท่าน พร้อมกับอธิบายประวัติความเป็นมาอย่างคล่องแคล่ว โดยได้เล่าประวัติย่อๆว่าท่านศึกษาจบจาก มหาวิทยาลัยอ็อกฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ด้านการเมือง ปรัชญา และเศรษฐศาสตร์ ได้รับปริญญาเกียรตินิยม กลับมาประเทศไทย เมืออายุได้ 22 ปี พวกเราหลายคนอาจไม่ทราบว่า ท่านมีประวัติชีวิตอันงดงาม ในด้านต่างๆ ที่น่าสนใจมาก จะถ่ายทอดบางส่วน มาเล่าโดยสรุปคือ · บทบาทในด้านการเงิน การธนาคาร :: ในช่วงต้นนี้ ท่านเคยทำงานเป็นผู้จัดการธนาคารสยามกัมมาจลทุนจำกัด(ธนาคารไทยพาณิขย์) สาขาลำปางด้วยค่ะ และท่านมีบทบาทสำคัญในการชักชวน คนภาคเหนือให้มาใช้เงินบาท แทนเงินรูปีด้วย จนทำให้การใช้เงินรูปีในตลาดลำปางหมดสิ้นลง ต่อมาได้มาทำงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทย และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบธนาคารให้ทันสมัย และยังได้ร่วมก่อตั้งธนาคารกรุงเทพพาณิชยการอีกด้วย
พวกเรามีโอกาส ได้เข้าไปชมเรือนไทยของท่านทั้ง 3 หลัง โดยใช้เป็นที่รับแขกใหญ่ๆเสียหลังหนึ่ง เป็นเรือนพร้อมหอนอนหลังหนึ่ง และอีกเรือนหนึ่ง เป็นเรือนเอนกประสงค์ มีนอกชานแล่นถึงกันแบบโบราณ พวกเราได้ขอชมหมดทุกห้อง ซึ่งก็ประทับใจในการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย ของท่านมาก ไม่มีความหรูหราพิสดารอะไรเลย ยกเว้น เครื่องประดับห้องเก่าแก่ ในบางห้อง ที่หาค่ามิได้ สำหรับโขนของเรา ท่าน ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ เคยเล่าว่า มาจากหนังใหญ่ หรือจากการแสดงระเบ็ง ไม่ใช่มาจากเขมรค่ะ เพราะท่าน บอกว่า ในราชสำนักเขมร ไม่มีโขน ซึ่งเรื่องนี้ ยังมีรายละเอียดที่มา ที่ไป อีกมาก อย่างไรก็ตาม โขนคือศิลปะชั้นสูงของไทย ที่รวมเอาศิลปะหลายแขนงเข้าไว้ด้วยกัน โขนเป็นนาฏศิลป์ที่ผู้แสดงต้องสวมหน้ากากที่เรียกว่า “หัวโขน” และเต้นประกอบจังหวะ ร่ายรำหรือตีบทให้เข้ากับคำร้อง บทพากย์และบทเจรจา จึงอาจกล่าวได้ว่า “โขนเป็นที่รวมของศิลป” สะท้อนให้เห็นถึงลักษณะการเมือง การปกครอง และคติ ชีวิตความเป็นอยู่ของไทย ถ้าเปรียบกับบัลเล่ต์ จะมีลักษณะการฝึกโดยใช้กล้ามเนื้อเหมือนกัน แต่ของเราจะยากตรง ที่มีบทร้อง บทพากย์ ละครจึงต้องทำบทให้เข้ากับเสียงร้อง เสียงพากย์ด้วย ไม่ใช่แต่เรื่องดนตรีเท่านั้น 


จนวัฒนธรรมไทยหลายอย่างถูกทอดทิ้งไป ไม่มีการศึกษาค้นคว้าสืบทอดกันอย่างเข้มแข็ง เด็กๆไทยเลยไม่ทราบว่าวัฒนธรรมบางอย่างของเรามาจากไหน เกิดขึ้นได้อย่างไร



เมนูของ sasinanda









เมื่อ พ. 05 ธ.ค. 2550 @ 09:38
481782 [ลบ]
เมื่อ พฤ. 06 มี.ค. 2551 @ 23:23
567193 [ลบ]
คุณพี่ศศินันท์ครับ
เป็นเรื่องที่มีข้อมูลที่ดีมากครับ
ภูมิใจจริงๆ ที่ไทยเรานำเรื่องรามเกียรติ์มาแล้วทำได้ดีมาก
ขอบคุณครับ
เมื่อ ศ. 27 มิ.ย. 2551 @ 23:37
719668 [ลบ]
สวัสดีค่ะ คุณพลเดช วรฉัตร
ขอบคุณที่มาเยี่ยม เผอิญวันที่มีประชุมรุ่นฯกันแล้ว มีเวลาว่าง จึงพากันมาเที่ยวที่นี่ และขอบอกว่า ได้ความรู้เยอะมากค่ะ
ได้ไปหาหนังสืออ่านเพิ่มเติมอีกด้วยค่ะ ที่เกี่ยวกับเรื่องโขน เพราะเป็นเรื่องที่ชาวไทยทุกคน ควรภูมิใจค่ะ
เมื่อ พฤ. 18 ธ.ค. 2551 @ 19:54
1015297 [ลบ]
วันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2551
เสนอยูเนสโก "คึกฤทธิ์"เป็นบุคคลสำคัญของโลก
เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.)
เปิดเผยภายหลังเปิดเสวนาการเสนอชื่อ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ในวาระครบรอบ 100 ปี ต่อองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ว่า
ขณะนี้ วธ.ได้รวบรวมข้อมูลเกียรติประวัติและผลงานของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์เสร็จเรียบร้อย พร้อมเสนอกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อนำเสนอที่ประชุมองค์การยูเนสโกในวันที่ 15 มกราคม 2552 เพื่อยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญดีเด่นของโลก ในด้านการศึกษา วัฒนธรรม สังคมศาสตร์ และสื่อสารมวลชน
ในวาระครบรอบ 100 ปี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ในวันที่ 20 เมษายน 2554
สำหรับผลงานของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ที่มีชื่อเสียง
อาทิ บทประพันธ์ สามก๊กฉบับนายทุน สี่แผ่นดิน ไผ่แดง ซึ่งผลงานเป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นบุคคลสำคัญทั้งทางด้านการศึกษาและศิลปวัฒนธรรม
นอกจากนี้ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ถือว่าเป็นเสาหลักประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ มีความเป็นผู้นำ เป็นนายกรัฐมนตรีที่เข้าใจสถานการณ์โลก มองการณ์ไกล รู้เขารู้เรา และเป็นตัวอย่างนักการเมืองที่ดี