นักวิทยาศาสตร์เปรียบเทียบร่างกายคนเรา เหมือนต้นไม้ เมื่อปลูกต้นไม้ในดินที่ไม่ดี หรือดินที่มีสารพิษเจือปนอยู่ รากก็จะดูดอาหารที่ไม่ดีเหล่านี้ ไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆของลำต้นและใบ ต้นไม้นั้น ก็จะทรุดโทรมและล้มตาย ในที่สุด
เช่นเดียวกับร่างกายของเรา รากของมนุษย์อยู่ในลำไส้ มีหน้าที่ดูดอาหาร เข้าไปสู่เลือดและน้ำเหลือง และกระจายไปเลี้ยงเซลล์ทั่วร่างกาย ทำให้ร่างกาย แข็งแรง สดชื่น มีความต้านทานโรคดี มีอายุยืนนานอย่างสุขภาพดี
ในทางตรงข้าม หาก กินอาหารไม่ดี ก็จะเกิดเป็นพิษสะสมอยู่ในเลือดและน้ำเหลืองตลอดจนเซลล์ต่างๆของร่างกาย ทำให้ร่างกายเสื่อมโทรม เกิดโรค และอายุไม่ยืนยาวเท่าที่ควร
ปัจจุบัน พืชผักผลไม้ต่างๆ ที่ขายอยู่ในตลาด ส่วนใหญ่ ได้มาจากการปลูกที่ยังใช้ ฮอร์โมนเร่งผลผลิต และการใช้ยาฆ่าแมลง และปุ๋ยเคมี อยู่ไม่น้อย แม้กระทั่ง พืชผักที่เรียกว่า ปลอดสารพิษก็ตาม (ผักปลอดสารพิษนั้น มักจะหมายถึง ผักที่ยังคงมีสารพิษตกค้างปนอยู่บ้าง แต่ไม่เกินค่า MRL (Maximum Residue Limit) ซึ่งเป็นเครื่องมือตรวจระวังระดับของ สารพิษตกค้างที่กำหนดโดยองค์การอนามัยโลก)
ดังนั้น เมื่อไม่นานมานี้ จึงได้มีการรณรงค์ ให้ประชาชน หันมาทำการเกษตรที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ ที่เรียกว่า เกษตรอินทรีย์กันอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่ การเพาะปลูกเพื่อกินกันในครัวเรือน เหลือออกไปขายที่ตลาด จนถึงการกำหนดเป็นนโยบายของทางราชการเพื่อการส่งออกที่ มีประสิทธิภาพและยั่งยืน

แต่ยังมี คนอีกมาก ที่ไม่เข้าใจว่า อาหารอินทรีย์สุขภาพ คืออะไร ดิฉันเลยขออนุญาต นำนิยามศัพท์ นี้มาจาก สำนักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดังนี้.....
อาหารอินทรีย์สุขภาพ คือ อาหารที่ได้มาจากระบบการผลิตที่เรียกว่า เกษตรอินทรีย์ ซึ่งเป็นการผลิตที่คำนึงถึง สภาพแวดล้อม รักษาสมดุลของธรรมชาติ และความหลากหลายของทางชีวภาพ โดยมีระบบการจัดการนิเวศวิทยา ที่คล้ายคลึงธรรมชาติ และหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีสังเคราะห์ ทั้งปุ๋ยเคมี สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและฮอร์โมนต่างๆ ที่ได้จากการสังเคราะห์ทางเคมี ตลอดจนไม่ใช้ พืชหรือสัตว์ที่เกิดจากการตัดต่อทางพันธุกรรม ที่อาจเกิดมลพิษ ในสภาพแวดล้อม และเน้นการใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด และปุ๋ยชีวภาพ ในการปรับปรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์
เพื่อให้ต้นพืช มีความแข็งแรง สามารถต้านทานโรคและแมลงด้วยตนเอง
รวมทั้งการนำเอาภูมิปัญญาชาวบ้าน มาใช้ประโยชน์ด้วย นอกจากนี้ ผลผลิตที่ได้ จะปลอดภัยจากสารพิษตกค้าง ทำให้ปลอดภัยทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค โดยไม่ทำให้ สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม
สำหรับในด้านการส่งออกอาหารอินทรีย์ ปัจจุบันได้แก่ ข้าว กล้วยหอม หน่อไม้ฝรั่ง กระเจี๊ยบเขียว สับปะรด ข้าวโพดอ่อน ขิงและสมุนไพร เป็นต้น สำหรับเรื่องนี้ เป็นความภาคภูมิใจเป็นพิเศษ เพราะบริษัทอุตสาหกรรมอาหาร ที่ดิฉันเคยเป็นผู้บริหารอยู่ เป็นผู้ผลิต ข้าวโพดอ่อนอินทรีย์ส่งออก เป็นรายแรกของประเทศ
(ข้อมูลปรากฏอยู่ใน เอกสาร โครงการศึกษาวิเคราะห์และจัดทำ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ถึงความต้องการ ของภาคเอกชน เพื่อให้รัฐสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้านอาหารอินทรีย์สุขภาพ เพื่อการส่งออก ที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดย สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม)
ในด้านส่วนตัว ดิฉันและครอบครัว นิยมกินอาหารอินทรีย์มานานแล้ว และมีการปลูกผักสวนครัวมาตลอด ไม่ค่อยได้ไปซื้อผักที่จำเป็นในการประกอบอาหารมาจากตลาดเท่าใด และรู้สึกดีใจ ที่เห็นกระแสการปลูกผักสวนครัว เริ่มกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งหนึ่ง
เมื่อกลางเดือนสิงหาคมนี้ ดิฉันไปออกกำลัง ที่สวนเบญจกิติ เห็นทางกทม.จัดให้มีนิทรรศการการปลูกพืชผักสวนครัว ผสมผสานไปกับการปลูกต้นไม้ดอกไม้ เพื่อประดับบ้าน เรียกความสนใจจากผู้มาเดินเล่นและออกกำลังกายเป็นอย่างมาก มีภาพมาให้ชมกันด้วยค่ะ
เมื่อปี 2548-2552 ทางรัฐบาลได้กำหนด วาระแห่งชาติด้านเกษตรอินทรีย์ไว้ โดยสนับสนุนด้านวิชาการและการเรียนรู้ ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อพัฒนาต่อยอด ภูมิปัญญา ชุมชนท้องถิ่นในเรื่องเกษตรอิทรีย์ ปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยชีวภาพ
ซึ่งการขับเคลื่อนดังกล่าว มี 3 ระยะ คือ ระยะ ที่ 1เป็นการหยุดสารพิษ ลดปุ๋ยเคมี ระยะที่ 2ฟื้นฟูสมรรถภาพดิน และระยะที่ 3 สร้างความอุดมสมบูรณ์
( ที่มา:แนวทางและยุทธศาสตร์การขับเคลื่อน วาระแห่งชาติ การเกษตรอินทรีย์-ชีวภาพ พ.ศ. 2548-2552)
ถ้าเราหันมาปลูกผักสวนครัวไว้กินเอง หรือเลือกซื้อแต่ผักผลไม้ ที่ปลอดภัยจากสารพิษต่างๆแล้ว เราจะมีสุขภาพที่ดี ร่างกาย แข็งแรงสมบูรณ์ ขึ้นทุกคน ลดภาระของร่างกาย ที่จะต้องขับสารพิษที่สะสมอยู่ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดี ถ้าสะสมถึงในระดับหนึ่ง ก็จะเกิดโรคต่างๆต่อไปนั่นเอง
ผักผลไม้มีกากใย วิตามิน และแร่ธาตุ ซึ่งจำเป็นต่อร่างกาย และผลไม้ให้น้ำตาลเพื่อเพิ่มเติมพลังงานซึ่งร่างกายควรจะได้รับทั้งสองอย่างในปริมาณที่เหมาะสม 

ดังนั้น เรามาปลูกผักสวนครัว และปลูกผลไม้ที่ขึ้นง่ายๆ โตไวๆ ไว้กินกันเองในครอบครัวเถอะค่ะ
ที่ดิฉันปลูกไว้เป็นประจำอยู่ตลอดคือ...พริกขี้หนู.. มะเขือเทศ...ตะไคร้ สะระแหน่..โหระพา..แมงลัก..กะเพรา..ตำลึง...มะเขือพวง...เตยหอม
ซึ่งจะเห็นได้ว่า ส่วนใหญ่เป็น สมุนไพรคู่ครัว ทั้งนั้น เพราะกลิ่นรสของสมุนไพร ทำให้อาหารน่ากินและยังเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ แถมบางชนิดยัง สามารถชงดื่ม ช่วยบรรเทา อาการไม่สบายเล็กๆน้อยๆ เช่น ท้องอืด คลื่นไส้ โดยไม่ต้องไปหาหมออีกด้วย เช่น ทำน้ำตะไคร้ น้ำขิง กินสะระแหน่มากๆหน่อย ช่วยแก้อาการจุกเสียดในท้อง เป็นต้น
กำลังเตรียมที่จะปลูก กวางตุ้งและบวบด้วย แล้วแต่ว่า เราจะชอบรับประทานผักอะไรกันในครอบครัวค่ะ


เมนูของ sasinanda







เมื่อ อา. 04 ม.ค. 2552 @ 22:33
1054650 [ลบ] [แจ้งลบ]
121. บวร สวัสดีค่ะคุณบวร
ที่เด็กๆ ทุกวันนี้ไม่ค่อยชอบผัก เพราะอาจเป็นเพราะ ที่บ้านไม่ได้พยายามปลูกฝังการกินผักให้ตั้งแต่เล็กๆนะคะ และบางที ผู้ใหญ่เองไม่ชอบผัก ลูกๆก็เลยไม่ชอบไปด้วย
ที่บ้านดิฉัน ตอนนี้ ปลูกผักหลายอย่างหน่อย เอาไว้กินเอง
ที่ขาดไม่ได้ คือพริก ต้องมีหลายๆต้น เพราะมีปะโยชน์หลายอย่างค่ะ
มีข้อมูลเรื่อง พริกมาฝากค่ะ
ความเผ็ดของพริกมาจากสารชื่อ "แคป ไซซิน"
แ ละพริกยังมีสารสำคัญอีกหลายชนิด เช่น วิตามินซี วิตามินเอ ธาตุเหล็ก และแคลเซียม
แ ต่คนที่กินพริกนาน ๆ จะทำให้ติดเผ็ด ก็เหมือนๆคนติดหวานนั่นเอง
คนไทยกินพริกมากที่สุดเฉลี่ย 5 กรัมต่อวัน หรือ ประมาณ 1 ช้อนชา
ประโยชน์ของพริกมีหลายอย่าง เช่น ช่วยเพิ่มสารแห่ง ความสุข
คือ "เอ็นโดร ฟิน" บรรเทาอาการ เจ็บปวด บรรเทา อาการไข้หวัด ลดน้ำมูก
นอกจากนี้ พริกช่วยในการเผาผลาญ มีประโยชน์เรื่องการควบคุมน้ำหนัก และยังช่วยละลายเสมหะที่เหนียวข้นให้จางลง ช่วยให้ขับเสมหะออกมาได้ง่าย สำหรับผู้ป่วยหอบหืด พริกจะช่วยทำให้หลอดลมขยายตัวได้ดี ไม่หดเกร็ง
แ ต่ถ้ากินเ ผ็ดแล้ว เกิดเผ็ดไป การดื่มน้ำเย็นจะไม่ช่วยทำให้หายเผ็ด ถ้าจะแก้เผ็ดต้องดื่มนม หรือกิน ไอศกรีม
คนที่เป็นโรคภูมิแพ้ หรือหอบหืดกินพริกจะดี
สรุปว่า การกินอาหารเผ็ด ๆ แทบจะไม่มีข้อเสีย แต่ก็ควรระวังพริกป่น พริกซอง ที่อาจมีสารอะฟลาทอกซิน เสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งตับ
นอกจากการบริโภคแล้ว พริกยังถูกนำมาทำเป็นเจล ใช้ทารักษาผิวหนังอักเสบ แก้ปวดข้อ ปวดเมื่อยตามตัว เข่าอักเสบ เริม หรืองูสวัดอีกด้วยค่ะ
เมื่อ อา. 11 ม.ค. 2552 @ 22:17
1066450 [ลบ] [แจ้งลบ]
ในนิตยสาร "ฉลาดซื้อ" ฉบับที่ 93 เขียนโดย วฤษสพร วิริยะประสาท
เขียนไว้น่าสนใจ ขออนุญาตคัดมาดังนี้ค่ะ
"ผักอินทรีย์ - ผักปลอดสารพิษ - หมูอนามัย" .... ไว้ใจได้แค่ไหน !?!
ที่เกี่ยวกับ ผัก มีดังนี้...กระแสการรับประทานอาหาร "ปลอดสารพิษ" กำลังเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ดูแลสุขภาพ ซึ่งต้องยอมจ่ายแพงกว่า และหาซื้อยากกว่า แต่เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า ผัก ผลไม้และเนื้อสัตว์ปลอดสารพิษเหล่านี้ จะปราศจากสารพิษจริงๆ
"ผักและผลไม้" เป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายสูง แต่มีปัญหาสำคัญที่ผู้บริโภคมีความวิตกกังวล ซึ่งก็คือ "ปัญหาสารพิษตกค้าง" ผู้บริโภคบางกลุ่มจึงหันไปเลือกซื้อ "ผักปลอดสารพิษ" เช่น ผักที่ได้รับการรับรองจากหน่วยราชการ หรือองค์กรต่างๆ ตลาดของผักและผลไม้ปลอดสารพิษ จึงเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งที่มีราคาสูงกว่าผักปกติตามท้องตลาดทั่วไปหลายคนอาจแอบสงสัยว่า ผักปลอดสารพิษอาจมีความเป็นไปได้ ในการปลอมปนผักที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง เราจึงทำการสุ่มตรวจผัก ผลไม้ ที่เป็นที่นิยม ได้แก่ ผักคะน้า กระหล่ำปลี ถั่วฝักยาวและพริกขี้หนู ซึ่งมีตราสัญลักษณ์ระบุว่า เป็นผักปลอดสารพิษ ผักอนามัยและผักอินทรีย์
ผลการตรวจสอบ
- ผักคะน้า
ผักคะน้าจากตลาดสดและผักคะน้าปลอดสารพิษ สามารถตรวจพบ "สารโฟรฟิโนฟอส" 0.29 มิลลิกรัม/กก. และ 0.06 มิลลิกรัม/กก. (ตามลำดับ) แต่ผักคะน้าจากตลาดสดยังพบ "ไซเพอร์เมทริน" 0.03 มิลลิกรัม/กก. และ "สารไซฟลูทริน" 0.12 มิลลิกรัม/กก.
อย่างไรก็ตาม สารตกค้างในปริมาณนี้ไม่ถือว่าเป็นอันตรายต่อการบริโภค เพราะไม่เกินเกณฑ์ปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุด และไม่เป็นอันตรายตามมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ
- กระหล่ำปลี
ตรวจไม่พบสารกำจัดศัตรูพืช
- ถั่วฝักยาว
ถั่วฝักยาวที่ซื้อจากตลาดสด มีการตรวจพบ "สารโฟรฟิโนฟอส" 0.15 มิลลิกรัม/กก. ซึ่งยังอยู่ในข่ายปลอดภัย ส่วนถั่วฝักยาวที่ระบุว่าเป็นผักอินทรีย์ (Organic) ไม่พบสารพิษตกค้างใดๆ
- พริกขี้หนู
ตรวจไม่พบสารกำจัดศัตรูพืช
เกร็ดความรู้เกี่ยวกับผัก
1.การคัดเลือกกระหล่ำปลี ถ้าใบเป็นสีเขียวเข้ม ถือว่าแก่ ซึ่งทานไม่อร่อย แต่หากมีสีอ่อนลงในใบชั้นต่อๆ ไป ถือว่ายังใช้ได้ หากจะเลือกด้วยน้ำหนัก ให้นำกระหล่ำปลีมาชั่งด้วยมือทั้ง 2 ข้าง ถ้าพบว่ามีขนาดเท่านั้น แต่น้ำหนักไม่เท่ากัน ควรเลือกที่มีน้ำหนักมากกว่า
2.ถั่วฝักยาวดิบ 100 กรัม ให้วิตามินซีประมาณ 1 ใน 4 ของปริมาณที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน นอกจากนี้ ยังมีโฟเลต ใยอาหารและธาตุเหล็ก อย่างไรก็ตาม ถั่วฝักยาวจะสูญเสียคุณค่าทางอาหารได้ถึง 1 ใน 3 เมื่อถูกทำให้สุก
3.พริกมีประโยชน์ทางสมุนไพรหลายอย่าง เช่น เป็นยาขับเสมหะ ยาฝาดสมาน ช่วยการย่อยอาหาร แก้อาการเบื่ออาหาร เพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายและช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ นอกจากนี้ พริกยังสามารถป้องกันหวัด เพราะอุดมไปด้วยเบต้าเคโรทีน ไบโอฟลาวานอยและวิตามิน ซี เมื่อทานพริกในช่วงแรก ควรรับประทานแต่น้อยและค่อยๆ เพิ่มปริมาณขึ้น เพื่อทำให้ระบบทางเดินอาหารสามารถปรับตัวรับความเผ็ดร้อน โดยการหลั่งสารเมือก และสร้างเนื้อเยื่อบุผิวกระเพาะอาหารและลำไส้เพิ่มขึ้น
เมื่อ อา. 11 ม.ค. 2552 @ 22:27
1066485 [ลบ] [แจ้งลบ]
แต่ถ้าเป็นข้อแนะนำเกี่ยวกับการซื้อหมูอนามัย อ่านที่นี่ค่ะ
เมื่อ อ. 27 ม.ค. 2552 @ 23:31
1097460 [ลบ] [แจ้งลบ]
ทางสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า ....ในอนาคตประเทศผู้นำเข้าทั่วโลกจะหยิบยกเรื่องการผลิตอาหารปลอดภัยกับเทคโนโลยีการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ตามมาตรฐานสากลมาใช้เป็นเงื่อนไข ข้อจำกัดการนำเข้าสินค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าเกษตรไทยโดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอาหาร
ฉะนั้น เพื่อกระตุ้นให้ผู้ ประกอบการ ผู้ส่งออกปรับตัว มกอช.จึงร่วมกับบริษัท เอฟเอ็กซ์เอ จำกัด สถาบันรหัส สากล สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และบริษัทไอบีเอ็ม จำกัด เร่งเพิ่มองค์ความรู้กับผู้ประกอบการกว่า 300 บริษัท ให้เกิดความเข้าใจ
ที่ผ่านมา มกอช. ได้ร่วมกับกรมวิชาการเกษตร กรมประมง กรมปศุสัตว์ และกลุ่มบริษัทเอกชนรายใหญ่ 9 บริษัท เร่งจัดทำโครงการนำร่องการตรวจสอบย้อนกลับสินค้าที่มีศักยภาพส่งออก ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างดี ทำให้ประเทศคู่ค้ามั่นใจในสินค้าเกษตรของไทยมากยิ่งขึ้น ได้แก่ สินค้าไก่ โดยมีภาคเอกชนเข้าร่วมโครงการ 6 ราย สินค้ากุ้งขาว กุ้งกุลาดำ จำนวน 2 ราย และสินค้าข้าวโพดฝักอ่อน 1 ราย
นอกจากนี้ยังได้เตรียมเร่งขยายผลไปสู่กลุ่มสินค้าพืชผักและผลไม้ส่งออกไปยังสหภาพยุโรป (EU) และญี่ปุ่น เพิ่มอีก 32 ชนิด อาทิ ทุเรียน ลำไย ลิ้นจี่ ส้มโอ มะม่วง มังคุด รวมทั้งพืชผักสวนครัวด้วย เช่น....
ผักชีไทย ผักชีฝรั่ง ใบกะเพรา ใบสะระแหน่ ผักแพรว ต้นหอม ถั่วฝักยาว หน่อไม้ฝรั่ง กระเจี๊ยบเขียว พริกขี้หนู ฯลฯ.
เมื่อ พฤ. 29 ม.ค. 2552 @ 12:40
1099931 [ลบ] [แจ้งลบ]
อ่านจากบล็อกของคุณมนัญญา เกี่ยวกับประโยชน์ ของใบโหระพา และผักสวนครัวอื่นๆ มีประโยชน์มากค่ะ ขออนุญาตนำมาอ้างอิงที่นี่ด้วยค่ะ
โหระพา... ใบโหระพาเป็นแหล่งเบต้าแคโรทีน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการป้องกันโรคร้าย เช่น โรคหัวใจขาดเลือดและมะเร็ง โหระพา 1 ขีด มีเบต้าแคโรทีนสูง คือ 452.16 ไมโครกรัม
ร่างกายผู้ใหญ่ต้องการเบต้าแคโรทีน 800 ไมโครกรัม/วัน แต่เบต้าแคโรทีน มีอยู่ในผักใบเขียวเข้มทุกชนิด การกินผักให้มากที่สุดโดยกินโหระพาไปด้วยจะทำให้เราได้เบต้าแคโรทีน เพียงพอ
ส่วน "เบต้าแคโรทีน" (Beta-carotene) เป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ(โปรวิตามินเอ) มีบทบาทสำคัญในการรักษาสุขภาพและเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ทั้งนี้ โดยปกติร่างกายของมนุษย์เราสามารถเปลี่ยนเบต้าแคโรทีนไปเป็นวิตามินเอได้ตามปริมาณที่ร่างกายต้องการ
นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เสมือนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (แอนตี้ออกซิเดนท์) ด้วย ลดความเสี่ยงต่อภาวะมะเร็ง อนุมูลอิสระมีผลเกี่ยวข้องกับมะเร็งเนื้อร้าย การลดปริมาณอนุมูลอิสระเท่ากับลดความเสี่ยงของมะเร็ง ทั้งยังพบว่าเบต้าแคโรทีนให้ผลกระตุ้นเซลล์ภูมิต้านทานในร่างกายที่ชื่อ ที-เฮลเปอร์ ให้ทำงานต้านสิ่งแปลกปลอมได้ดีขึ้น ให้ผลดีกับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อมะเร็ง
เมื่อ พฤ. 29 ม.ค. 2552 @ 12:50
1099947 [ลบ] [แจ้งลบ]
สวัสดีค่ะคุณพี่
สบายดีนะคะ ไปกทม.แบบรีบด่วนกับที่บ้าน งานรับปริญญาพี่ชาย และทำภารกิจนิดหน่อย ไม่ได้มีโอกาสทักทายนะคะ ขออภัยค่ะ
....
ไว้เวลาลงตัว และสบายๆ คงได้เจอกันนะคะ ยังระลึกเสมอ แม้ห่างหายบ้าง ตามการงาน
...
เพิ่งลองใช้มะขามเปียก พอกหน้าและอาบน้ำค่ะ รู้สึกดีๆ มากขอบคุณค่ะ
ให้คุณพี่ มีความสุขกับทุกกิจกรรม ทุกวี่วัน ทุกโมงยามค่ะ
เมื่อ พฤ. 29 ม.ค. 2552 @ 20:14
1100764 [ลบ] [แจ้งลบ]
126. poo
คิดถึงคุณปูค่ะ หายไปนาน ไม่แวะไปอนุทินมั่งเลย ว่างๆแวะไปหน่อยนะคะ เช่นกันค่ะ ขอให้คุณปูมีความสุขกับทุกสิ่งที่ทำ และโชคดีๆๆ ทุกๆวันค่ะ เอาส้มสีทองมาฝาก ไม่ได้ปลูกเองค่ะ แต่เพื่อความหมายของความโชคดีๆๆค่ะ
เมื่อ พฤ. 29 ม.ค. 2552 @ 20:47
1100881 [ลบ] [แจ้งลบ]
เมื่อ จ. 16 ก.พ. 2552 @ 22:11
1136774 [ลบ] [แจ้งลบ]
128. มนัญญา ~ natachoei ( หน้าตาเฉย)
ดีใจ จริงที่เข้ามาอ่านนะคะ พอดีคุณมนัญญา เขียน ประโยชน์ ของใบโหระพา และผักสวนครัวอื่นๆ เห็นว่า มีประโยชน์มากค่ะ เลยขออนุญาตนำมาอ้างอิงที่นี่ด้วยค่ะ ดีค่ะ เป็นบันทึกที่มีแนวเดียวกัน มีสาระหลากหลายมากขึ้นนะคะ
ตอนนี้ "ไฮโดรโพนิคส์" ก็เป็นเทคนิคการปลูกพืชในรูปแบบหนึ่ง...ซึ่งไม่ใช้ดินเป็นส่วนประกอบหลัก เหมือนทั่วๆไป ซึ่งจริงๆ ก็น่าสงสัยเกี่ยวกับ เรื่องสารตกค้าง
มีวิธีแนะ นำ การรับประทานผักไฮโดรโพนิคส์ ไม่ว่าจะเป็นผักที่ซื้อมาหรือปลูกเองจากแปลง ให้นำผักไปแช่น้ำทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง ผักจะอิ่มตัวแล้ว คายสารที่ตกค้างออกมาได้หมด ทำให้สามารถบริโภค ได้อย่างปลอดภัย
คำถาม*** "จะมีสารเคมีตกค้างในพืช เนื่องจากปุ๋ยเคมีได้ใหม"
คำตอบ...เป็นคำถามที่มีคนถามมากที่สุด ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าพืชที่ปลูกในดินและไม่ใช้ดินต้องการธาตุอาหารตัวเดียวกันและชนิดเดียวกันไม่ต่างกันเลย
หมายความว่าถ้าปลูกในดินพืชดูดธาตุ(ปุ๋ย)ตัวไหนไปใช้การปลูกโดยไม่ใช้ดินพืชก็ดูดตัวเดียวกัน
ดังนั้นเรากินผักที่ปลูกในดินปลอดภัยก็กินผักที่ปลูกโดยไม่ใช้ดินปลอดภัย
นอก จากนี้ปุ๋ยที่ใช้ในการปลูกแบบไม่ใช้ดินปุ๋ยจะมีราคาแพงกว่าปุ๋ยที่ปลูกใน ดินมาก (ประมาณ 5-10 เท่า) เนื่องจากปุ๋ยที่ปลูกโดยไม่ใช้ดินมีความบริสุทธิ์กว่ามากกล่าวคือมีสิ่งเจือ ปนที่พืชไม่ต้องการอยู่น้อยมาก
ดังนั้นผักที่ปลูกโดยไม่ใช้ดินน่าจะมีความปลอดภัยกว่าครับ โดย : อิทธิสุนทร
พอดี ได้รับทราบข้อมูลจากคุณโสทรว่า.... มีข้อมูลของสารเคมีที่ใช้ทำอาหารพืช"ไฮโดรโพนิคส์"ดังนี้ครับ
แคลเซียม ไนเตรด
โปแตสเซียม ซัลเฟต
โปแตสเซียม ฟอสเฟต
แมกนีเซียม ฟอสเฟต
แมกนีเซียม ซัลเฟต
เหล็ก (ซีเล็ตติ้ง)
แมงการนีส ซัลเฟต
กรดบอริค
ซิงค์ ซัลเฟต
แอมโมเนียม โมดิบเดท
แคลเซียม ไนเตรด
โมโน โปแตสเซียม ฟอสเฟต
สารละลาย Nzhydroppnic
สรุปแล้ว...การกินผัก แบบที่ปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ ดีที่สุด ตอนนี้ เวลาซื้อผัก ไม่ว่า ผักอะไร ต้องนำมาแช่น้ำ และล้างนานๆ ส่วนใหญ่จะกินผักพื้นบ้านด้วย
เมื่อ อ. 17 ก.พ. 2552 @ 10:11
1137395 [ลบ] [แจ้งลบ]
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำที่พี่ Sasinand ได้เข้าไปเม้นให้ที่ healthy นะคะ
เมื่อ พฤ. 05 มี.ค. 2552 @ 15:14
1166177 [ลบ] [แจ้งลบ]
130. Armuay_chew
สวัสดีค่ะ ถ้ามีเวลา จะแวะเข้าไปอีกค่ะ
ตอน นี้ ใบแมงลัก ที่ปลูกไว้ ที่สวนครัว กำลังออก เลยไปเก็บมาทำแกงเลี่ยงเสียเลย เป็นอาหารสุขภาพนะคะ ปลูกเอง ไม่มีสารพิษ กินสนิทใจค่ะ
มีรูปแกงเลียง ที่ใช้ใบแมงลักที่ปลูกเองมาให้ชมด้วยค่ะ
ตอนนี้กำลังจะปลูกถั่วฝักยาวเพราะปลูกง่าย สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินแทบทุกชนิด แต่ ถ้าเป็นดินร่วนทราย หรือดินร่วนปนทราย หน่อยก็ดีค่ะ ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่ควรแฉะเกินไป แม่บ้านเตรียมทำค้าง เพื่อเกาะพยุงลำต้นให้เจริญเติบโต ไม้ที่ใช้สำหรับทำไม้ค้างนั้นใช้ไม้ไผ่ หรือไม้อื่น ๆ อะไรก้ได้ ยาวประมาณ 2.5-3 เมตร รออีกไม่นาน ก็ได้กินถั่วฝักยาว ของเราเองค่ะ
แ ละมีเรื่อง ซื้ออาหารอินทรีย์ ซื้ออย่างไรไม่ถูกตุ๋น มาฝากค่ะ ในหมู่ผู้รักสุขภาพทั้งหลาย เราก็อยากจะได้อาหารที่ปลอดภัย ไม่ใส่สารเคมีมากิน แต่บางครั้ง ก็ถูกพวกพ่อค้า แม่ค้า หลอกขายให้ ตุ๋นเสียเปื่อย น่าเจ็บใจ พอดี เห็นบทความนี้ เลยเก็บมาฝากค่ะ
มาตรฐานของมาตรฐานอาหารอินทรีย์ในประเทศไทย มีอยู่ 2 องค์กรหลัก ที่ให้การรับรอง นั่นคือ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ หรือที่ถูกเรียกย่อๆ อย่างติดปากว่า "มกอช." สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งรับรองด้วยตราของ "มกอช. และ "ม.ก.ท." หรือ "มูลนิธิมาตรฐานเกษตรอินทรีย์" ที่ดำเนินการภายใต้ตราที่ได้ลิขสิทธิ์จากไอโฟม (IFOAM-International Federation of Organic Agriculture Movements) หรือสมาพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ
รายละเอียด อยู่ที่นี่ค่ะ
เมื่อ พฤ. 05 มี.ค. 2552 @ 15:22
1166191 [ลบ] [แจ้งลบ]
สวัสดีค่ะ แวะมาทักทายค่ะ ได้รับความรู้มากเลยค่ะ และก็จะต้องนำไปทำแกงเลียงกินที่บ้าน เห็นแล้วหิวข้าว เพราะที่บ้านมีปลูกผักสวนครัวเกือบทุกอย่างเลยค่ะ ไม่ต้องซื้อหา ประหยัดและปลอดสารพิษด้วย
เมื่อ พฤ. 05 มี.ค. 2552 @ 16:30
1166304 [ลบ] [แจ้งลบ]
132. ตุ๊กตา
สวัสดีค่ะ ยินดี ที่ได้รู้จักและดีใจที่เข้ามาอ่านค่ะ
นอกจาก อาหารอินทรีย์ ก็ยังมี ปุ๋ยอินทรีย์ทดแทน เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ มอบหมายให้กรมพัฒนาที่ดิน กรมการข้าว กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมมือกันจัดทำโปรแกรมเพื่อให้คำแนะนำในการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างมีประสิทธิภาพแก่เกษตรกรด้วยค่ะ
โดยเน้นการใช้ปุ๋ยให้ถูกต้องเหมาะสมกับดินและพืชที่ปลูก เพื่อเป็นการลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยและคุ้มกับค่าใช้จ่ายที่เสียไป การพัฒนาโปรแกรมขึ้นมา 2 โปรแกรม คือโปรแกรมดินไทย และธาตุอาหารพืช และ โปรแกรม คำแนะนำการจัดการดินและปุ๋ยรายแปลง
เมื่อครั้งที่ทำงานเกี่ยวกับเรื่องการเกษตร ยังไม่มีโปรแกรมแบบนี้ค่ะ ตอนนี้ มีโปรแกรมมาช่วย ทำให้เกษตร ทำงานง่ายขึ้นเยอะค่ะ
เมื่อ ส. 07 มี.ค. 2552 @ 10:48
1168968 [ลบ] [แจ้งลบ]
สวัสดีค่ะพี่ศศิน้นท์
แวะมาอ่านบันทึกนี้อีกค่ะ ได้ความรู้มากมาย น่าสนใจค่ะ
เรายังให้ความสำคัญของคุณภาพของผัก ผลไม้ รวมทั้งอาหารการกินน้อยมากนะคะ....
บันทึกของพี่ศศินันท์ ทำให้ตระหนักถึงความสำคัญของการคัดสรร เลือกและตัดสินใจเลือกในการบริโภคอย่างดีมากเลยค่ะ
นำดอกนางแย้มเทศ มาฝากพี่ค่ะ หอมแต่หอมไม่เท่านางแย้มสีขาวของไทยค่ะ...^___^...
เมื่อ ส. 07 มี.ค. 2552 @ 17:03
1169400 [ลบ] [แจ้งลบ]
134. คนไม่มีราก
ขอบคุณมากค่ะ ที่แวะมาเยี่ยมเยียน เป็นกำลังใจพี่อย่างสม่ำเสมอ ดอกนางแย้มเทศนี่ เพิ่งเคยเห็นค่ะ สวยนะคะ น้องเข้าใจถ่ายรูปสวยๆมาฝากค่ะ พี่ชอบต้นไม้ ดอกไม้ แต่ไม่ได้ลงมือทำเองเท่าไร เพราะเป็นคนแพ้ พวกแมลงและเพลี้ยต่างๆ ไปถูกเข้า เป็นเรื่องทุกที แต่ก็ดูแลใกล้ชิด ให้คนสวนช่วยค่ะ
นี่ก็ไม่ทราบว่า ชื่อดอกอะไร ไปเห็นจากที่บ้านของเพื่อนบ้าน แต่เขาไม่อยู่บ้าน เลยไม่ได้ถามค่ะ น้องพอทราบไหมคะ....

น้องเคยปลูกฟักทองไหมคะ พี่เอามาลองปลูกดู ก็ใช้ได้ค่ะ แต่เราก็ไม่ได้ทานทุกวัน เลยไม่ได้ปลูกบ่อย จริงๆฟักทอง เป็นผักที่มีประโยชน์มากนะคะ
เป็นผักในตระกูลแตงที่มีการใช้ประโยชน์มาอย่างยาวนานที่สุดชนิดหนึ่ง
คาดการณ์ว่ามีการปลูกมานานไม่ต่ำกว่า 10,000 ปีแล้ว
ฟักทองที่ดีจะมีเปลือกสีเขียวคล้ำ ร่องผลเป็นพูสม่ำเสมอหรือเปลือกขรุขระแบบหนังคางคก เนื้อสีเหลืองหนาและเหนียว
พันธุ์ฟักทองที่เกษตรกรไทยนิยมปลูกเป็นการค้าส่วนใหญ่ จะซื้อพันธุ์ลูกผสมที่มีราคาค่อนข้างแพงให้ผลผลิตสูง แต่ไม่สามารถเก็บเมล็ดไว้ทำพันธุ์ต่อได้ แ ต่เกษตรกรไทย บางส่วน จะปลูกฟักทองที่ได้มีการคัดเลือกพันธุ์จนมีความนิ่งระดับหนึ่งเมื่อปลูกไปแล้วสามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ทำพันธุ์ต่อได้เหมือนกันค่ะ
เมื่อ พฤ. 09 เม.ย. 2552 @ 20:50
1230772 [ลบ] [แจ้งลบ]
เดี๋ยวนี้ ตามคอนโดหรือตามระเบียงบ้าน ก็สามารถทำสวนสวย ที่เป็นพื้นที่สีเขียวและกินได้ด้วย โดยเลือกผักที่เป็นผักสามัญประจำห้องครัว ที่จำเป็นต้องใช้อยู่บ่อยๆ เช่น โหระพา สะระแหน่ พริก กะเพรา ผักชี ใบหอม มะนาวและมะเขือเทศ เป็นค้น จัดวางเรียง เป็นกระถางให้สวยงาม อาจใช้อุปกรณ์จัดแต่งสวนมาช่วยบ้าง เช่น โซ่ หินสี เชือกป่าน กระถางเซรามิค กระเบื้องลวดลาย ต่างๆ เป็นต้น และควรเลือก ต้นไม้ที่สามารถ อยู่ในร่ม หรือ ในที่แสงแดดน้อยได้บ้าง

ควรเลือกลักษณะของต้นไม้ให้เหมาะสมกับภาชนะที่เลือกมา ทั้งรูปแบบ ทรงพุ่ม และวิธีดูแลรักษา ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่สุดที่จะทำให้ต้นไม้สวยงามและอยู่กับเราได้นาน
ภาชนะที่ไม่มีรูระบายน้ำก็สามารถนำมาใส่ต้นไม้ได้ แต่ต้องใช้วิธีสวมกระถางเข้าไปและรดน้ำให้พอดี ไม่มากเกินไป หรือแยกออกมารดน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำขังในภาชนะ
หรือจะจัดสวนครัวเป็นสวนแขวนก็ได้ แต่การเลือกต้องคำนึงถึงความสูงและลักษณะของพืชที่จะเอามาแขวน โดยอาจจะนำโซ่เหล็กธรรมดามาตกแต่งเพื่อความเก๋ไปอีกแบบ ก็ได้
เมื่อ ศ. 10 เม.ย. 2552 @ 15:46
1232072 [ลบ] [แจ้งลบ]
10-04-2552 มิเชลล์ โอบามา ภริยาประธานาธิบดีสหรัฐ บารัค โอบามา ได้ปลูกผักสวนครัวในแปลงใหม่บริเวณสนามหญ้าทางทิศใต้ของทำเนียบขาวเมื่อวานนี้ โดยมีเด็กๆชั้นประถมจากโรงเรียนในละแวกนั้นมาร่วมกิจกรรมนี้ด้วย และถือเป็นแปลงผักแรกในทำเนียบขาว นับแต่ เอลีนอร์ รูสเวลต์ ภริยาอดีตประธานาธิบดีแฟรงคลิน ดี รูสเวลต์ ได้ทำสวนผัก "วิคตอรี การ์เดน"ในทำเนียบขาวช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
ผักสวนครัวที่มิเชลล์ลงมือปลูกมีทั้ง ผักโขม ผักสลัด หอมใหญ่ แตงกวา ถั่ว มะเขือเทศ และสมุนไพรชนิดต่างๆ นอกจากผักสวนครัวแล้ว เธอยังเลี้ยงผึ้งเพื่อจะได้มีน้ำผึ้งไว้รับประทานด้วย
แนวคิดปลูกผักสวนครัวไว้รับประทานเองของนางโอบามา มีขึ้นในขณะที่องค์กรต่างๆ ในสหรัฐกำลังสนับสนุนให้ประชาชนหันมาปลูกผักสวนครัวไว้กินเอง เพื่อประหยัดเงิน และเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ ในช่วงที่สหรัฐกำลังเผชิญปัญหาประชาชนจำนวนมาก เป็นโรคอ้วนและโรคเบาหวาน
เมื่อ อา. 17 พฤษภาคม 2552 @ 12:54
1295922 [ลบ] [แจ้งลบ]
มีข้อแนะนำในการดูแลรักษา สวนครัวในกระถางนิดหน่อย ตามประสบการณ์ค่ะ
1. ไม่ควรรดน้ำต้นไม้ในช่วงกลางวันที่มีแสงแดดร้อน เนื่องจากภายในดินมีการสะสมความร้อนสูง การรดน้ำจะทำให้ดินคายความร้อนออกมา ทำให้พืชผักเรา มี "อาการตายนึ่ง"ได้ ทางที่ดีควรรดน้ำในช่วงเช้าตรู่ หรือช่วงเย็น
2. ควรเปลี่ยนกระถางหรือนำต้นไม้ลงดิน เมื่อรากในกระถางเริ่มแน่น และควรผสมวัสดุปลูกให้มีความโปร่งเพื่อให้รากชอนไชได้ดี แต่หากต้องการปลูกต้นไม้ในกระถางเดิม ควรดูแลด้วยการตัดแต่งกิ่งบ้าง
3. หลังจากต้นไม้ออกผล ควรตัดแต่งกิ่งและใส่ปุ๋ยบำรุงต้น เพื่อให้ต้นมีการสะสมอาหารใหม่ และแตกกิ่งชุดต่อไป
4. ไม่ควรนำกิ่งที่เกิดโรค หรือแมลงไปทิ้งในบริเวณที่ปลูกต้นไม้ ควรนำไปเผาทำลายให้ไกลจากต้นเดิม หากพบศัตรูพืชระบาดมาก อาจใช้สารกำจัดศัตรูพืชแบบธรรมชาติ เช่น สารจากสะเดา ฉีดทำลาย และควรฉีดพ่นในช่วงเช้า
มีรูปการเพาะถั่วงอกมาให้ชมค่ะ บางบ้านเพาะถั่วงอก กินเองด้วยค่ะ ไม่ต้องกลัวสารฟอกขาว
เมื่อ จ. 01 มิ.ย. 2552 @ 06:16
1322637 [ลบ] [แจ้งลบ]
สวัสดีค่ะ
เมื่อ จ. 01 มิ.ย. 2552 @ 21:42
1324123 [ลบ] [แจ้งลบ]
สวัสดีค่ะคุณครู ครูคิม
เรื่องการสอนเกษตรเด็กๆ เป็นเรื่องสนุกนะคะ เพราะพอสอนปลูกผักสวนครัวไปไม่เท่าไร ก็ออกลูก ออกผลให้เห็น ได้ชื่นใจแล้ว น่าสนุกออกนะคะ
ตอน วันมะเร็งโลก 04-02 -2009
กระทรวงสาธารณสุข จึงได้กำหนดคำขวัญ I Love my Healthy Active Childhood
มีการ นำผักพื้นบ้านชูเป็นอาหารหลักในการปรับให้ประชาชนหันมารับประทานมากขึ้น
เนื่องจากมีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กำแพงแสน ยืนยันแล้วว่า
ผักพื้นบ้านของไทยกว่า 90 ชนิดที่นำมาทดลอง มีสารที่ช่วยยับยั้งหรือชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็งได้ อาทิ มะระขึ้นก ใบมะม่วง เพกา แขนงกะหล่ำ ใบโหระพา ผักแว่น พริกไทย ใบยอ และใบบัวบก
ด้านนายแพทย์ประพจน์ เภตรากาศ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ระบุ ผักพื้นบ้านไทยส่วนใหญ่อุดมไปด้วยใยอาหาร ซึ่งมีคุณสมบัติดูดซับไขมันไม่ให้อุดตันในเส้นเลือดและลำไส้ พร้อมอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นตัวสำคัญในการยังยั้งการเกิดมะเร็ง และทำให้ผู้รับประทานดูอ่อนเยาว์ได้ด้วย
ซึ่งในการส่งเสริมการบริโภคผักพื้นบ้าน จะมอบให้แต่ละจังหวัดจัดจุดจำหน่ายผักพื้นบ้านเพื่อให้เกิดการบริโภคให้มากขึ้น
อยากรณรงค์ ให้เราปลูกผักสวนครัวกันด้วยค่ะ
เมื่อ จ. 22 มิ.ย. 2552 @ 15:50
1364469 [ลบ] [แจ้งลบ]
ลืมไปค่ะ เห็นคนนำสตรอเบอรี่ มาปลูกในบ้าน ในสวนหลายแห่งเหมือนกัน แต่อาจต้องรอตอนอากาศเย็นกว่านี้หน่อย

เป็น ผลไม้ที่สามารถรับประทานผลสด และนำมาแปรรูปเป็นอาหารประเภทต่างๆ ได้หลากหลายรูปแบบ อาทิเช่น อบแห้ง แช่อิ่ม ทำคุกกี้ ขนมเค้ก พาย ไอศกรีม โยเกิร์ต น้ำผลไม้ ไวน์ เป็นต้น แต่พี่ชอบกินสดๆมากกว่า
ทีนี้ ถ้าซื้อมามากไปนิด จะดูว่า มีบางผลออกงอมๆ เลยเอามาปั่นทำน้ำผลไม้ ก็อร่อยไปอีกแบบนะคะ
strawberry เป็นผลไม้ขนาดเล็ก ที่มีคนเอาไปปลูกกันทั่วโลก มากที่สุด ปลูกในบ้าน หรือ ปลูก ในสวน ให้เป็นเรื่องเป็นราวก็ได้
ที่อเมริกา รัฐ ที่มีการปลูกแบบ เป็นการค้ามากที่สุดคือ Oregon, California, Tennessee, Michigan, Louisiana, Washington, Arkansas, Kentucky และ New York
Trend ของเรื่องการบริโภคอาาหารปัจจุบัน เป็นไปในแนวที่ พยายามให้อาหารมาจากธรรมชาติ ปลูกจากดิน ไม่ต้องผ่านกระบวนการแปรรูป โดยให้เป็นไปในลักษณะ Slow Food และ Organic เป็นหลัก หลักการด้าน food technology เลยถูกมองว่า เป็นการมาทำให้คุณค่าอาหารดีๆตามธรรมชาติ ต้องสูญเสียไป และทาง FDA เองก็ ตอนนี้ ก็มุ่งเน้นเรื่อง อาหารธรรมชาติเช่นกัน ไม่ได้เข้มกับ safety of the food supply with good science เท่าใดนัก
เมื่อ จ. 22 มิ.ย. 2552 @ 16:00
1364497 [ลบ] [แจ้งลบ]
นอกจากจะทำสวนครัวเองแล้ว ยังไปซื้อเครื่องเพาะถั่วงอกมาทำเองด้วย
ทำถั่วงอกเพาะเองมาได้ 2 วัน มี ผลผลิตมายก่ายกอง ต้องเอาไปแจก...
ในระหว่งการงอกของเมล็ด...สารอาหารจะมีเพิ่มสูงขึ้นอย่าง เช่นวิตามินบี 1 เบต้าแคโรทีน ฟอสฟอรัส เหล็ก มีกรดอมิโน..แอสปาติก..เพิ่มขึ้น เป็นกรดอมิโน ที่สามารถกระตุ้นการทำงานของต่อมต่างๆ ให้ความรู้สึกกระฉับกระเฉงเหมือนวัยเยาว์ และมีวิตามินซีมากขึ้นด้วย ข้อสำคัญ...ไม่มีสารพิษเลย
เมื่อได้ฤกษ์เก็บถั่วงอก จากที่ทำถั่วงอกเองที่บ้าน มาผัดกับเต้าหู้กินกันแล้ว สดๆ ขาวๆ อวบๆ สะอาด ถูกอนามัย เพราะไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลงในการผลิต เพาะได้ในที่ร่มตลอดปี
ถั่วงอกเป็นผลผลิตจากถั่วเขียว หากคิดปริมาณที่คนกรุงเทพมหานคร บริโภคถั่วงอกแล้ว ไม่ต่ำกว่า 200 ตันต่อวัน พ่อค้า แม่ค้า มักนำสารฟอกขาวและอาจมีฟอร์มาลีนมาใช้เพื่อให้ถั่วงอกขาวสดอยู่ได้นาน และไม่เน่าเสียง่าย แต่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค
ต่อจากถั่วงอก จะทำข้าวกล้องงอกในเครื่องเดียวกัน เพื่อมาทำน้ำข้าวกล้องงอก ดื่มกันเองด้วย เรียกว่า พยายามหนี สารพิษกันสุดฤทธิ์ เพราะอันตรายจริงๆ
แม้แต่ ผลไม้เปลือกบางมาเท่าไร ถ้าซื้อมา ก็ต้องล้างมากๆ และปอกเปลือก ใครจะบอกว่า วิตามินอยู่ที่เปลือก ก็ไม่สนใจแล้ว วิตามินอันน้อยนิด ไม่สู้สารพิษหรอก
เมื่อ จ. 22 มิ.ย. 2552 @ 16:10
1364522 [ลบ] [แจ้งลบ]
ขอบคุณข้อมูลผักเพียบเลยครับ แทบไม่ต้องไปค้นข้อมูลจากที่ไหนอีกแล้ว
ผมชอบปลูกผักข้างบ้านเหมือนกัน นี่กำลังจะเอาอย่างน้องโสธร ปลูกผักในถุงครับ อยากลองดู ที่บ้านหนอนแมลง,หอยทากเยอะมากครับ แต่ไม่ฉีดสารเคมีเลย ให้นกมากินแมลงให้เขาปรับตัวกันเอง เราเพียงคอยดูแต่บางทีก็ไม่ค่อยทันเหมือนกัน แต่เราก็ต้องเลือกจะเอาสารพิษหรือปลอดสารพิษครับ
เมื่อ พฤ. 25 มิ.ย. 2552 @ 17:41
1370979 [ลบ] [แจ้งลบ]
สวัสดีค่ะท่าน อัยการชาวเกาะ 143
ดีใจที่เข้ามาอ่านนะคะ ที่บ้านปลูกสวนครัวไว้3-4 แปลง และที่ปลูกในกระถางก็มีค่ะ
เนื่องจาก เห็นว่า พวกผักตามตลาดเดี๋ยวนี้ ปนเปื้อนด้วยสารเคมีมาก แทบทุกอย่างเลย ดังนั้น ผักชนิดที่เรากินบ่อยๆ เราก็ควรปลูกเองบ้าง ซึ่งการปลูกก็ไม่ยากค่ะ แต่ควรสลับๆชนิดผักบ้างนะคะ กันพวกหนอนและแมลงมารบกวน ถ้าจะมีมา ก็พยายามใช้ สารจากพืช มาฉีดพ่นบ้าง ซึ่งทิ้งเอาไว้ 7 วัน เราก็เก็บมาได้ค่ะ
ที่บ้าน ตอนนี้ ปลูกผักบุ้ง บวบงู และแตงกวาเพิ่มด้วยค่ะ
บวบงูนี่อร่อยนะคะ เป็นพวกไม้เถา เอามาจิ้มน้ำพริกกินสดๆ ผัดกับหมู หรือ ใส่แกงส้มก็ได้ อร่อยมากค่ะ