ใครบางคนพูดว่า ทำไมจังหวัดกาญจนบุรี ไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย ในช่วง10ปีนี้
“แคว้นโบราณ ด่านเจดีย์ มณีเมืองกาญจน์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว แหล่งแร่น้ำตก” จังหวัดใหญ่เป็นที่ 3 ของประเทศไทย
วันนี้ ขอเปลี่ยนบรรยากาศ ไปที่จังหวัดกาญจนบุรี แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในภาคตะวันตกของเรา เป็นสถานที่ๆดิฉันมีความคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง เพราะโรงงานอุตสาหกรรมอาหารของเราตั้งอยู่ที่นั่น ที่อำเภอเมือง ริมแม่น้ำแควใหญ่ สถานที่สวยงามและบรรยากาศดีมาก เวลาว่าง พาพนักงานนั่งเรือเที่ยวบ่อยๆค่ะ
ดิฉันจะไปประชุมที่โรงงานทุกเช้าวันเสาร์ เวลา 8.00น-15.00นโดยประมาณ และจะไปบ่อยขึ้น ถ้ามีลูกค้ามาชมโรงงาน เพราะต้องมีการดูการผลิตและดูสินค้า หรือพาไปดูไร่ตัวอย่าง และ Contract farming ของเรา ที่มีอยู่หลายแห่งด้วยกัน
ดิฉันมีบ้านอยู่ในบ้านป่าริมลำธารอยู่หลังหนึ่ง แรกๆก็ เห่อ ไปกันบ่อย มีเพื่อนบ้านมากมายเป็นร้อยกว่าหลัง แต่หลังๆไม่ค่อยได้ไป คนอื่นๆในหมู่บ้าน ก็พลอยซาๆไปด้วย ตอนนี้ บ้านโทรมมาก รอการซ่อมแซมใหญ่ในหน้าหนาวนี้ และได้ยินใครหลายคนพูดว่า ไม่ค่อยเห็น มีอะไรเปลี่ยนแปลงที่เมืองกาญจน์เลยช่วงหลังๆนี้
เลย ตั้งใจจะไปพิสูจน์ความจริงด้วยตาเสียที ก็พอดี เมื่อเดือนที่แล้ว ทางสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จัดให้มีสัมมนากัน และคุณหมอวิจิตรฯ ชวนไปด้วย เลยจะถือโอกาสไปสำรวจ ว่าจริงไหม ไปเห็นแล้ว ค่อนข้างจะเห็นด้วยว่า ที่นี่ จึงไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนแปลงเท่าไร คุณหมอบอกว่า ดิฉันไปดูในเรื่องวัตถุมากไป จริงๆที่นี่ เป็นที่เที่ยวทางธรรมชาติที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศเชียวนะ และควรอนุรักษ์ความเป็นธรรมชาติอย่างนี้ไว้ให้มากที่สุด
พอพูดอย่างนี้ เลยให้คนขับ พาไปดูสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อดูความก้าวหน้าสักหน่อย จริงๆมีสถานที่เที่ยวมาก ไปไม่หมด อุทยานแห่งชาติ ก็ 8 แห่งไปแล้ว เที่ยว2 วันก็ไม่หมด เลยไปสำรวจเฉพาะที่มีเวลา และไม่ไกลมากค่ะ เช่น
1. เส้นทางรถไฟสายมรณะ สะพานข้ามแม่น้ำแคว ทาสีใหม่ ดูสวยขึ้น สะอาดขึ้น มีคนเที่ยวมากหน่อยค่ะ ทั้งฝรั่งและไทย
2. น้ำตกห้วยขมิ้น เขตอุทยานแห่งชาติ เขื่อนศรีนครินทร์ ฝนตกยังไม่มาก น้ำมีพอควร แต่ก็สวยเหมือนเดิม และน้ำตกผาสวรรค์ ที่อยู่ในเขตอำเภอทองผาภูมิ ก็ยังสวยอยู่
3. เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนเขาแหลม สวยเหมือนเดิม แต่บ้านพักดูเก่าไปหน่อย ไม่มีอะไรใหม่ๆเพิ่ม
4. ถ้ำพระ มีพระพุทธรูปอยู่ด้วย ก็หมือนเดิมที่เคยมา คนไปเที่ยวไม่มากนัก
5. พุน้ำร้อนแร่ 2 แห่ง ริมถนน ที่เคยมีการขุดสมบัติกันใหญ่โต ไม่ค่อยมีใครมาเที่ยว แต่น้ำยังร้อนอยู่ค่ะ สถานที่ไม่ค่อยมีการปรับปรุงเท่าไร ตรงนี้ คนยังหวังว่ามีสมบัติซ่อนอยู่ มีการซื้อขายที่กันใหญ่ ตัวดิฉันเองมีที่อยู่ตรงนี้ 10 ไร่ มีคนมาขอซื้อตลอด แต่ไม่ขาย หวังเผื่อฟลุกค่ะ
6. น้ำตกเอราวัณ ริมแม่น้ำแควใหญ่ คนมากหน่อย ห่างจากตัวเมือง 65 ก.ม. น้ำตกสวยค่ะ ร่มเย็นดี ต้นไม้มากกว่าเดิม มีการดูแลสะอาดขึ้น มีรถเล็กๆ แบบรถกอล์ฟไว้บริการค่ะ ดีขึ้นค่ะ
สรุป—โดยภาพรวม ไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนแปลงนัก คนไปเที่ยว ก็คงมีมาก แต่หายเข้าไปตามแพ ล่องเรือกันบ้าง หรืออยู่ตามรีสอร์ทต่างๆ กลางวันอากาศร้อน คนหลบอยู่ในที่พัก ประกอบกับจังหวัดนี้มีพื้นที่เป็นแนวยาว ประชากรกระจัดกระจาย และ สถานที่เที่ยวแต่ละแห่งก็ไกลกัน จึงดูว่านักท่องเที่ยวบางตาไปหน่อย
แต่มีอยู่แห่งหนึ่ง ที่ไม่เคยไป และน่าทึ่งมากคือคือ ไอ้บุญทองบ้านหนองขาว เป็นละครเพลง แสดงกลางแจ้ง เล่าเรื่องราววัฒนธรรม วิถีชีวิต พื้นบ้าน ของบ้านหนองขาว ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่รวมสองหมู่บ้านที่ถูกพม่าเผาเข้าด้วยกันสมัยกรุงศรีอยุธยาแตก ประพันธ์โดยคุณพงอนันต์ สรรพานิช ครั้งเป็นผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคกลาง เขต 1 จังหวัดกาญจนบุรี เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว หมู่บ้านวัฒนธรรม บ้านหนองขาว ตั้งแต่ปี 2541 ต่อมา มีการสร้างเป็นโรงละคร มีห้องต่างๆ แสดงชีวิตความเป็นอยู่ของคนบ้านหนองขาวสมัยก่อน และมีการจัดแสดงละคร อย่างเป็นการถาวรเลยค่ะ โดยได้รับงบประมาณบางส่วนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
เป็นที่น่าชื่นชมมากค่ะ และอยากสนับสนุนให้คนไทยมาเที่ยวไทยกันให้มากๆ เศรษฐกิจของท้องถิ่นจะได้เจริญขึ้น นำเงินไปพัฒนาสิ่งแวดล้อมให้สวยงามดียิ่งๆขึ้น ตอนนี้มาเที่ยวกันน้อยไปหน่อย
ที่จังหวัดอื่นๆ มีอะไรที่เป็นความพยายามในการรักษามรดกทางวัฒนธรรมพื้นบ้าน คล้ายๆอย่างนี้ไหมคะ เล่าสู่กันฟังบ้างค่ะ อยากให้ช่วยกันรักษาความเป็นไทย ไว้ให้ลูกหลานดูให้มากที่สุด ก่อนที่จะสูญหายไปหมดค่ะ



เมนูของ sasinanda







เมื่อ จ. 07 พฤษภาคม 2550 @ 18:24
252290 [ลบ]
สวัสดีค่ะ
มีคุณขจิตมาช่วยเชียร์ เขาเป็นชาวเมืองกาญจน์ 100% คุณนายดอกเตอร์ด้วย
พี่ไม่ได้เป็น แต่เอาใจช่วย เพราะทำมาหากินอยู่หลายปี ที่นี่ มีของดีมากๆ แตไม่ค่อยได้รับการpromote
ต้องเป็นการ เที่ยวชมธรรมชาติ เชิงอนุรักษ์ จะดีมากค่ะ
แต่ไม่ชอบเห็นคนตกปลา ไม่ชอบทำบาปค่ะ
เมื่อ จ. 07 พฤษภาคม 2550 @ 21:44
252467 [ลบ]
เมื่อ อ. 08 พฤษภาคม 2550 @ 09:17
252908 [ลบ]
เมื่อ อ. 08 พฤษภาคม 2550 @ 10:02
252967 [ลบ]
สวัสดีค่ะคุณจินตนา
ดีจังค่ะ มีสัตว์เดินไปมาเยอะเลย แต่อ่อนประชาสัมพันธ์ไปหรือเปล่า
คุณพ่อคุณแม่น่าพาลูกไปเที่ยวนะคะ เด็กๆชอบดูสัตว์และต้องฝึกให้เมีความเมตตาสัตว์ด้วย
ขอบคุณมากๆที่บอกมาค่ะ
เมื่อ อ. 08 พฤษภาคม 2550 @ 10:29
252995 [ลบ]
นี่คือ สาเหตุที่ ทำไมดิฉัน จึงเขียนบันทึกนี้
เมืองกาญจน์ที่เที่ยวมีมาก แต่ดุเหมือนไม่ค่อย คึกคักเท่าที่ควร การลงทุนมุ่งทางชายทะเลมากกว่า มากๆ
สงสารพวกสัตว์ตาดำๆค่ะ อยากให้ช่วยๆกันหน่อย
ว่าหลานโตกว่านี้ ก็จะพาไปเหมือนกันค่ะ
เมื่อ ศ. 11 พฤษภาคม 2550 @ 09:18
256548 [ลบ]
เมื่อ ส. 12 พฤษภาคม 2550 @ 09:12
257798 [ลบ]
จริงๆเมืองกาญจน์ใกล้กรุงเทพมากนะครับ
ผมประทับใจคราที่ไปเยือนครั้งนั้น (นานมาแล้ว) ผมไปสังขละครับ ได้มีโอกาสไปเที่ยวแบบผจญภัย ที่แม่น้ำรันตี
ล่องเรือ ชมป่า ตอนนั้นน้ำยังสมบูรณ์อยู่มาก เข้าไปในตลาดสดนั่งจิบกาแฟ และกินโรตีแผ่นโตๆราดนม บรรยากาศดีมาก
ผมคิดว่าแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวที่นั่นน่าสนใจ หากชุมชนจะเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น เท่าที่เห็นสังขละจะมีนายทุนเข้าไปมาก
เมื่อ ส. 12 พฤษภาคม 2550 @ 09:24
257805 [ลบ]
สวัสดีค่ะ
ทางเมืองกาญจน์ คงพยายามดำเนินการอยู่ แต่ดิฉันใจร้อน อยากเห็นความก้าวหน้าเร็วๆค่ะ
เมื่อ ส. 12 พฤษภาคม 2550 @ 09:50
257820 [ลบ]
เมื่อ ส. 12 พฤษภาคม 2550 @ 16:05
258084 [ลบ]
สวัสดีค่ะ
รู้สึกดีใจที่ได้ไปรับประสบการณ์ที่นั่น แต่เสียดายที่เวลาในการเที่ยวและโปรแกรมการเที่ยวค่อนข้างน้อยที่นัก เมื่อไหร่มีโอกาสคงจะไปเองดีกว่า จะตะเวนเที่ยวให้ทั่วไปเลยค่ะ ขอบคุณนะคะที่ส่งรูปสวยๆ มาให้ดู ทำให้ชอบธรรมชาติขึ้นอีกเป็นกองเลยค่ะ....
เมื่อ พฤ. 17 พฤษภาคม 2550 @ 09:54
262763 [ลบ]
เมื่อ ศ. 15 มิ.ย. 2550 @ 16:24
293913 [ลบ]
สวัสดีค่ะ
ที่เมืองกาญจน์มีสัตว์อะไรคะที่ใกล้สูญพันธ์ มีน้อยมากในโลก ฟังข่าวแล้วลืมค่ะ
เมื่อ ส. 16 มิ.ย. 2550 @ 10:51
294579 [ลบ]
lสวัสดีค่ะ
เท่าที่ทราบจะเป็นค้างคาวจิ๋ว และสัตว์อะไรอีก 1 อย่าง มีเฉพาะที่เมืองกาญจน์ค่ะ จะไปหาข้อมูลมาให้ค่ะ
เมื่อ อ. 03 ก.ค. 2550 @ 20:06
310540 [ลบ]
อ่อ ขอเพิ่มอีกนิดนึงนะคะ ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 120 บาท เด็ก 70 บาท เบอร์โทรศัพท์ ซาฟารี ปาร์ค 034-682-270
เมื่อ อ. 03 ก.ค. 2550 @ 20:16
310546 [ลบ]
สวัสดีค่ะ
ขออนุญาตนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวอีกที่หนึ่ง ซึ่งหลายๆ ท่านอาจจะรู้จักบ้างแล้ว คือสวนสัตว์ซาฟารี ปาร์ค ที่บ่อพลอย
คือตัวปิ๊กเองไม่เคยไป แล้วก็ไม่เคยรู้ว่ามีสวนสัตว์เปิดอยู่ที่บ่อพลอย แต่เนื่องจากได้อ่านกระทู้จากเวปไซต์ พันทิพดอทคอม เลยได้รู้จัก
และได้รู้ว่าสวนสัตว์เปิดแห่งนี้ เปิดดำเนินการมานานแล้ว แต่ในช่วงหลังประสบภาวะปัญหาหลายอย่างทำให้มีความเป็นอยู่อย่างยากลำบาก ไม่ค่อยมีคนเข้าไปดู เลยทำให้สัตว์ทั้งหลายต้องพากันอดอยากไปด้วย
ข้อมูลรายละเอียดจากกระทู้นี้นะคะ http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E5331447/E5331447.html
ท่านใดสนใจก็คลิ๊กเข้าไปอ่านรายละเอียดได้หน่ะค่ะ
จึงอยากเรียนขอความช่วยเหลือ ช่วยกันประชาสัมพันธ์ ช่วยกันไปเที่ยวสนับสนุน อย่างน้อยที่สุด สรรพสัตว์ทั้งน้อยใหญ่จะได้มีอาหารการกิน ไม่ต้องอดอยากอีกต่อไปหน่ะค่ะ
หมายเหตุ : ข้อมูลจากกระทู้ในเวปไซต์ www.pantip.com
เมื่อ อ. 03 ก.ค. 2550 @ 20:20
310548 [ลบ]
เข้ามาชื่นชมธรรมชาติค่ะ
สวยงามมาก
เมื่อ อ. 03 ก.ค. 2550 @ 20:28
310552 [ลบ]
เมื่อ อ. 03 ก.ค. 2550 @ 21:31
310611 [ลบ]
สวัสดีคะ
เมื่อ อ. 03 ก.ค. 2550 @ 22:23
310652 [ลบ]
สวัสดีค่ะ
ก้ามปู
จากกรุงเทพไป1.5-2 ช.ม.ถึงเมืองกาญจน์ ไปอีกหน่อยเป็นป่าเบ็ญจพรรณ ก็ไม่เลวร้ายนักค่ะ
ประเทศอื่น บางประเทศ ป่าแทบไม่มี แต่เราต้องช่วยกันอนุรักษ์ไว้นะคะ ให้ลูกหลานค่ะ
เมืองกาญจน์ที่เที่ยวมากและไม่แพงค่ะ
เคยไป พระแท่นดงรังไหมคะ
ที่ตั้ง: วัดพระแท่นดงรังวรวิหาร อ.ท่ามะกา
พระแท่นดงรัง เป็นแท่นหินขนาดใหญ่เท่าเตียงนอน นับเป็นปูชนียสถานที่ชาวไทยทั่วไปให้ความเคารพสักการะมาช้านาน ด้วยเชื่อว่าเป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าเสด็จมาก่อนประชวรและดับขันธ์ปรินิพพานลงที่นี่
ในเทศกาล
นมัสการพระแท่นดงรัง ระหว่างขึ้น 8 ค่ำ จนถึงแรม 1 ค่ำ เดือน 4 ของทุกปี
จะมีพุทธศาสนิกชนจากทั่วสารทิศเดินทางมาอย่างเนืองแน่น ภายในวิหารใกล้พระแท่นเป็นที่ประดิษฐาน รอยพระพุทธบาทไม้แกะสลัก
ยังมี วิหารพระสัจกัจจาย ซึ่งภายในตกแต่งแบบวัดจีน และได้จัดเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน แสดงเครื่องมือเครื่องใช้ที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของชาวชนบท บริเวณใกล้เคียงมี เขาถวายพระเพลิง
เป็นภูเขาหินแกรนิตที่มีบันไดปูนเดินขึ้นได้ถึงยอด
เขา
ทั้งนี้ในป่ารังบริเวณพระแท่นดงรังยังเป็นแหล่งเก็บหาสมุนไพร จึงมีการตั้งแผงขายสมุนไพรตรงเชิงเขาถวายพระเพลิง
โดยเฉพาะสมุนไพรพวกหญ้า
ร้องไห้ ซึ่งมีสรรพคุณแก้โรคร้อนใน เบาหวาน ความดัน และโรคเกาต์
เมื่อ ส. 17 พ.ย. 2550 @ 17:54
460360 [ลบ]
สวัสดีครับ
เมื่อ ส. 17 พ.ย. 2550 @ 23:40
460711 [ลบ]
คุณ..เคยไปเที่ยวที่ช่องเขาขาดไหมคะ อยากแนะนำให้ไปค่ะอนุสรณ์สถานช่องเขาขาดที่จังหวัดกาญจนบุรี ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๘๐ กิโลเมตรไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ ที่อนุสรณ์สถานช่องเขาขาดมีทางเดิน ๔.๕ กิโลเมตร พิพิธภัณฑ์และป้ายจารึกหลายแผ่น
สร้างขึ้นโดยรัฐบาลออสเตรเลียกรมการทหารผ่านศึก อนุสรณ์สถานช่องเขาขาดเป็นการรำลึกถึงเชลยศึกชาวออสเตรเลียและฝ่ายพันธมิตรอื่นๆ และแรงงานชาวเอเชียผู้ได้รับความทุกข์ทรมานและเสียชีวิตที่ช่องเขาขาด และที่อื่นๆ ในทวีปเอเชียแปซิฟิกระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง บริเวณที่เชลยศึกและแรงงานชาวเอเชียทำการตัดช่องเขาโดยความทุกข์ทรมานอย่างที่สุด ทำงานเร่งด่วน ทำงานกลางวันกลางคืน
เมื่อ อา. 18 พ.ย. 2550 @ 23:33
461776 [ลบ]
ชายฝั่งทะเลอันดามัน
มีความยาวตลอดแนวชายฝั่งตะวันตก ของด้ามขวานทองถึง 894 กิโลเมตร โดยเริ่มจากจังหวัดระนอง ลงไปจนถึงจังหวัดสตูล เป็นทะเลแห่งสีสัน ที่มีทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์ และความงดงาม ของหาดทรายชายฝั่ง และโลกใต้ทะเล จนเป็นจุดหมายปลายทาง แห่งการมาเยือน จากผู้คนทุกมุมโลก
ทะเลอันดามันในเขตไทย แบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยอาศัยกระแสน้ำสองสาย สายหนึ่งไหลเลียบชายฝั่งพม่า ผ่านชายฝั่งระนอง พังงา นั่นคืออันดามันเหนือ ส่วนอันดามันใต้มีอีกสาย ไหลมาจากช่องแคบมะละกา ผ่านชายฝั่งสตูล ตรัง กระบี่ ทั้งสองกระแส มาบรรจบกันบริเวณนอกชายฝั่งเกาะภูเก็ต
จังหวัดกาญจนบุรี ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของประเทศ ไม่ติดชายฝั่ง ทะเลอันดามัน แต่ก็ทำให้ได้รับอิทธิพลจากทะเลนี้ พอสมควร
เมื่อ อา. 18 พ.ย. 2550 @ 23:45
461787 [ลบ]
สวัสดีค่ะ
หนูเคยมีความหลังฝังใจอยู่ที่กาญจนบุรี แหะ..แหะ..
บรรจุเป็นครูที่ อ.ทองผาภูมิค่ะ อยู่ที่นั่นประมาณ 5 ปี ถึงย้ายกลับสุพรรณ ตอนนี้ไม่ได้ขึ้นไปนานแล้ว ยังคิดถึงทองผาภูมิเสมอ 5 ปีที่นั่นมีความประทับใจเกิดขึ้นเยอะค่ะ
แนะนำน้ำตกบ้านทุ่งนางครวญอีกที่ อยู่ลึกไปหน่อยแต่ก็สวยค่ะ
ขอบคุณค่ะ
เมื่อ พ. 23 ม.ค. 2551 @ 15:42
525866 [ลบ]
ส่วนมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ก็มีโครงการแห่งใหม่ที่นี่ค่ะโครงการจัดการผืนป่าตะวันตกเชิงระบบนิเวศ ณ บ้านทุ่งนางครวญ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องเกษตรธรรมชาติ ทดลองการปลูกพืชผักปลอดสารพิษ