หลายวันมากแล้วที่ไม่ได้เขียนบันทึก สาเหตุหลักมี 2 ประการคือ
- ปัญหาเรื่องภารกิจที่ต้องสู้ และ สะสางยังมีอยู่มากและหลายทาง หากเป็นในสนามรบก็คือมีศึกหลายด้าน
- สุขภาพไม่ดี ซึ่งมีผลให้ปัญหาในข้อ 1 พอกพูนมากขึ้นตามไปด้วย
พูดถึงสุขภาพ พูดไปก็คล้ายบ่นเหมือนคนแก่ ทั้งๆที่จริงยังไม่ใช่ .. ที่กล้าพูดเช่นนี้ก็เพราะมีคนแก่กว่าอีกมากมาย รายล้อมตัวเราอยู่ และอีกอย่างหนึ่งเมื่อคิดถึงเรื่องความคิด เรารู้สึกตัวตลอดมาว่าไม่เคยแก่เลย แต่พูดก็พูดเถอะ สังขาร ร่างกายที่ใช้งานเขามา 50 กว่าปี ย่อมเสื่อมทรุดไปบ้างเป็นบางที่ และบางเวลา พูดถึงตรงนี้ก็เลยอยากบันทึกทบทวนว่า ร่างกายนี้ได้ผ่านพบความยากลำบากและเจ็บป่วยมาแล้วอย่างไรบ้าง จนกระทั่งมามีอาการที่ไม่พึงปรารถนาบางประการอยู่ในขณะนี้
เพื่อให้กระชับและติดตามง่ายขอไล่เรียงตามที่จำได้ดังนี้
ช่วงปฐมวัย ช่วงชั้น ป.1-4
- เคยตกจากหลังม้า และหลังควาย นอนนิ่งกับพื้นแบบจุกจนพูดไม่ได้ หายใจไม่ออก 2-3 ครั้ง
- เคยตกจากต้นข่อยความสูง 4-5 เมตร เหตุเพราะปีนขึ้นไปยิงนก ตกลงมานอนนิ่งจะเรียกเพื่อนช่วยก็พูดไม่ออก
- เคยถูกม้ากัด และกลิ้งไปหลายตลบ จนเกิดแผล เป็นฝีที่หลัง รักษาอยู่แรมเดือนเมื่อปี พศ. 2500
ช่วงวัยรุ่น ช่วงชั้น ป.5 - มศ.3
- ขี่จักรยานแหกโค้ง ลงคูโดนลวดหนามเกี่ยวหน้า และแขนหัก เหตุเพราะไม่ได้ตรวจสอบว่าเบรกมีแต่ข้างซ้าย ส่วนด้านขวาที่เราใช้นั้นเขาไม่ได้ต่อไว้ เป็นจักรยานที่ยืมเพื่อนขี่ไปทำธุระตอนพักกลางวัน
- เคยเป็นไข้มาเลเรีย ถึงขั้นที่เขาเรียกว่าขึ้นสมอง ตอนเป็นเด็กวัดอยู่ที่วัดชยาราม
- เคยเป็นไข้ไทฟอยด์ อาการหนักมากถึงขนาดไม่รู้สึกตัวไปนาน จนตื่นมาพบญาติพี่น้องมาห้อมล้อม รวมทั้งพี่ชายที่บวชเป็นพระ หลายคนตกใจ เกรงว่าจะไม่รอด
- ช่วงจะจบมศ.3 มีอาการปวดหัว มึนงง จนต้องไปหาหมอที่รพ.สุราษฎร์หลายครั้ง รวมทั้งช่วงที่จะสอบเข้าเรียนต่อที่วิทยาลัยครูสงขลา
ช่วงวัยทำงาน ตั้งแต่จบชั้น ป.ตรี - ปัจจุบัน
- เคยมีอาการเกี่ยวกับกระเพาะ - ลำไส้ หลายปี ทานเผ็ด เปรี้ยว อาหารรสจัดไม่ได้ เป็นอาการของอาหารเป็นพิษบ่อยๆ หมอเคยบอกว่า กระเพาะอาหาร Sensitive แต่อาการเหล่านั้นก็ค่อยๆหายไป
- เป็นคนนิสัยเสียในเรื่องการรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา ชอบทำงานซ่อม สร้าง ดัดแปลง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเพลินจนลืมกินข้าวปลา เป็นมาต่อเนื่องยาวนาน ตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ .. ทำให้ระบบขับถ่ายก็พลอยแปรปรวนตามไปด้วย
- ชอบนั่งทำงานกับพื้น นั่งก้มอยู่นานหลายๆชั่วโมง มายาวนาน จนปัจจุบันถ้านั่งตัวตรงจริงๆก็จะเกิดอาการปวด
- อยู่กับหัวแร้งและตะกั่วบัดกรีมานานหลายสิบปี และไม่ได้มีระบบ Safety ใดๆ ก็น่าจะสะสมอะไรไว้ในร่างกายพอประมาณ ก็สูดควันตะกั่วและน้ำยาบัดกรีมานานขนาดนั้น มั่นใจว่าเดาไม่ผิด
- เคยต่อมทอนซิลอักเสบรุนแรงชนิดกลืนข้าวน้ำไม่ได้ 2-3 วัน ไปหาหมอที่รพ.รามาฯ สมัยนั้นไปตั้งแต่ 6 โมง แต่ไปได้เจาะเลือดหลังบ่ายสองโมง จำได้ว่าเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่เจาะเลือดแล้วเป็นลม สลบคาเข็ม รู้สึกตัวอีกทีก็เมื่อนอนเหยียดยาวอยู่บนเตียง และมีคนกำลังให้ดมยา
- เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว เคยเป็นโรค เยื่อบุสมองอักเสบชนิดเฉียบพลัน หมอบอกว่าเกิดจากเชื้อไวรัส ปวดหัวมาก และอาเจียนตลอดทั้งคืน ปวดมากชนิด เดินก็ปวด พูดก็ปวด คราวนั้นก็สลบไม่รู้สึกตัว และนอนอยู่รพ.เมโย ราว 5 วัน .. มีบางท่านบอกว่าเป็นแบบนี้หลายรายเข้ารพ.แล้วไม่ได้กลับออกมาแบบเดิม คืออกมาแล้วก็ได้เข้าวัดในอีกไม่กี่วัน .. คราวนั้นจำได้ว่า ออกมาแล้วสมองมีอาการประหลาดอยู่นาน 2-3 สัปดาห์ ตกใจง่าย ขับรถไปได้ยินเสียงแตรก็สะดุ้ง และการทรงตัวไม่ดี ยืนๆสอนก็เซต้องจับขอบโต๊ะก็เคย
- .. พักสักครู่ .. แล้วจะมาต่อว่า .. เป็นอะไรอยู่ในขณะนี้ ..
- มาต่อแล้วครับ (15.50 น.) ...
- ฟ.ฟันเป็นปัญหาบ่อยเพราะไม่ใส่ใจ ไปพบหมอฟันก็เมื่อมีอาการ เป็นเช่นนั้นมาแต่สมัยเด็กๆ ผลก็คือฟันผุจนต้องถอน ต้องอุดหลายครั้งมาก เบิกค่าทำฟันซ้ำซากจนรำคาญตัวเอง อุดแล้วหลุด หลุดแล้วอุด ซ้ำๆที่เดิม เคยรักษารากและทำครอบมาแล้ว 1 ซี่ หมดไปร่วมหมื่นบาทเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว
- ได้ตัดสินใจทำครอบฟันกราม 2 ซี่ เมื่อไม่กี่วันมานี้ และได้ไปยึดถาวรเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หมดไปอีกกว่า 16,000 บาท
- อาการปวดกราม ปวดฟันที่เป็นมาก่อนหน้านี้ ลุกลามไปเป็นปวดกกหู ปวดหัวซีกซ้าย ไหล่ซ้ายตึง ขาซ้าย ไล่มาถึงสะโพกถึงหลัง-ไหล่ ใช้การนวด การทานยา และเดินออกกำลังกาย ก็ช่วยได้บ้าง แต่ก็ยังไม่หาย
- สัปดาห์ที่แล้ว นอกจากปวดหัว มึนงงแล้ว ยังแถมด้วยอาการบ้านหมุน มีทั้งหมุนหลายรอบ และหมุนแบบเอียงตีลังกา เป็นทุกครั้งที่นอนแล้วเอียงหรือเอี้ยวตัวไปทางซ้าย และเมื่อตอนลุกจากการนอน
- ไปหาหมอที่ สถาบันบำราศนราดูร เขาให้ไปแผนก หู คอ จมูก เพราะอายุรกรรมแน่น หมอตรวจไม่เกิน 3 นาที บอกว่าหู คอ OK ให้ยามา 2 ตัว เป็นวิตามิน และ ยาช่วยเรื่องการควบคุมการทรงตัว ผ่านไป 3-4 วัน ไม่ได้ผล ตอนนี้ก็เลยได้ดูบ้านหมุนได้อยู่เป็นระยะ เพิ่งลองทานยาบำรุงสมอง-อาหารเสริม แปะก๊วยสกัดไป 2-3 มื้อ แล้ว รู้สึกดีขึ้น .. และคงจะต้องตามดูต่อไป
ทั้งหมดเป็นบันทึกช่วยจำ อ่านแล้วหากน่าเบื่อก็เบื่อได้ครับ แต่ในนั้นก็มีความรู้อยู่บ้าง อย่างน้อยก็รู้ว่าแบบอย่างการใช้ชีวิตที่ไม่ดี และการปฏิบัติไม่ถูกต้องอะไรบ้างที่ไม่ควรทำตามครับ
สวัสดีครับ อาจารย์
บริษัทไหนจะรับประกันสุขภาพติดต่อด่วน
แวะมาอ่านประวัติท่านอาจารย์ค่ะ
ยังไงก็รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
สวัสดีค่ะอาจารย์
ติดตามมาเยี่ยมเยียนอาจารย์ ด้วยความระลึกถึงค่ะ แหมประวัติอาจารย์วีรกรรมทำให้เด็กยุคใหม่ต้องทึ่งมากแน่ๆ แถมด้วยอาการปวดฟันอีกยาวเหยียดคิดว่าเขียนจบอาจารย์คงหายปวดฟันพอดีนะคะ นี่ก็เคยปวดฟันมากเหมือนกันค่ะอาจารย์วิธีการที่ดีที่สุดก็ใช้วิธีการรักษารากฟัน และพบหมอให้มากที่สุด อีกวิธีที่เคยใช้และรู้ว่าดีมากๆหายปวดฟันไปนานทีเดียวไม่ทราบว่าอาจารย์จะกล้าทดลองใช้ปรือเปล่า ใช้เกลือผสมสารส้มบดๆแล้วถูๆในปากหลังจากแปลงฟันเสร็จแล้ว แสบเหงือกดีมากแถมหายปวดฟันไปนานที่เดียว...เกลือพยายามใช้เกลือทะเลแบบเกลือเม็ดที่ขับรถผ่านตอนกลับใต้นะคะเพราะเกลือเม็ดหาซื้อยากแต่ได้ผลดีค่ะไว้ผสมน้ำอุ่นอมบ่อยๆ ก็ได้ผลดีค่ะ ดูพื้นๆแต่ได้ผลดีค่ะ .... รักษาสุขภาพนะคะอาจารย์...ขอให้หายจากอาการบ้านหมุนเร็วๆด้วยค่ะ
สวัสดีครับ
เคยเป็น Temple Boy วัดชยารามเหมือนกันเลยอดเขียนไม่ได้
ครับยุงมันจะหามเอาไปตั้งหลายหน การกินอดอยากผอมแห้งพุงโร
เด็กจากนาสารคนหนึ่งเป็นมาเลเรียขึ้นสมองตายในวัดเลย
เด็กจากนาสารอีกคนแทงเณรฟ่อนที่อกด้วยมีดหับแต่ไม่ตาย
เหตุการณ์เหล่านี้คุณคงเคยได้ยินคนเขาเล่ากันเมื่อตอนคุณอยู่
อดอยากอยู่ที่นี่ปีเดียว อีก๕ปีอยู่วัดเวียง ถ้าเป็นหมาเขาว่าพี
สวัสดีค่ะอาจารย์
ระวังสุขภาพด้วยครับ เป็นห่วงครับ
สวัสดีครับ
รักษาสุขภาพปัจจุบันให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้นะคะอาจารย์
ดูประวัติแล้วอาจารย์ผ่านมาหลายโรค เป็นข้อคิด เป็นตัวอย่างที่ดีมากให้แก่คนที่ไม่ดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดีเมื่อยังอยู่ในวัยเยาว์กว่านี้
ขอบคุณที่อาจารย์นำมาเล่า ให้ได้คิดค่ะ
เรียน ม.๑ ปี ๒๔๙๕ โรงเรียนลาดคอนกรีตบนดิน ฝาเป็นไม้หลังคาสังกะสี อยู่ติดกันกับบ้านของนายธรรมทาสหรือโรงพิมพ์ธรรมทาน รุ่นเดียวกับจรุง หนูขวัญ ครูมงคล นิลรัตน์ เป็นครูประจำชั้น สอนทุกชั้นจนถึง ม.๖...ก็ครูมงคลแกมีวุฒิ ม.๖ เหมือนกัน
ผมนอนกุฏิเจ้าคณะอำเภอ ครึ่งหนึ่งของกุฏิอยู่ในสระผักบุ้งที่หน้าโรงฉัน กูฏิพื้นไม้ หลังคาจากฝาทำด้วยไม้ไผ่สับ มี ๒ห้อง เด็กวัดอยู่ห้องเดียวกัน ๖คน อยู่กันหลายคนยุงมันกลัวโดนตบเอาเหมือนกัน
ปีนั้นท่านพุทธทาสเพิ่งกลับจากอินเดีย ท่านมาพักที่ห้องสมุดธรรมทานหรือโรงธรรมใกล้ๆกับกุฏิท่านธนบ่อยๆ คืนหนึ่งท่านชวนพวกเราไปดูสไล้ท์ที่ท่านถ่ายมาจากอินเดีย มีพุทธคยาและสถานที่สำคัญต่างๆ ผมจำได้ติดตาอยู่อย่างเดียวคือแขกชายไม่นุ่งผ้า แถมเอาก้อนหินผูกถ่วงอวัยวะที่พวกเราระวังนักหนาไม่ให้เพื่อนเตะถูกเราตรงนั้น...พวกเราว่าท่านฉายหนังโป๊ะ...ท่านหัวเราะชอบใจ
- เสียงธรรมจากสวนโมกข์ (1)
- ผม กับ วิทยุ (1)
สวัสดีค่ะอาจารย์
ต้องร้องว่า...โอ้โห...อาจารย์มีวีรกรรมเยอะมากๆเลยค่ะ...นี่เฉพาะวีรกรรมด้านสุขภาพด้านเดียวนะคะ...เชื่อว่าอาจารย์ต้องมีวีรกรรมในด้านอื่นๆ อีกมากมาย ... เขียนเป็นประวัติได้เป็นเล่มใหญ่ๆแน่เลยค่ะ...
สมัยเด็กๆ ก็ชอบปีนต้นไม้ แต่ก็ไม่เคยตกค่ะ...ที่ตกเป็นตกจากระเบียงบ้านสมัยที่ยังจำความไม่ได้ แต่มีค้างพลูของย่ารับไว้เลยไม่เป็นไรค่ะ
ขอให้อาจารย์มีสุขภาพแข็งแรง...นะคะ