การไปรับราชการต่างจังหวัดของข้าราชการมักจะเจอเรื่องสนุกสนานเกี่ยวกับภาษาเล่ากันมาเป็นทอดๆ อย่างเช่น หมอหนุ่มรูปหล่อซึ่งเป็นคนภาคใต้ไปรับราชการที่ภาคเหนือ วันหนึ่งมีคนไข้สาวหน้าตาดีไปรับการตรวจรักษา หมอก็ถามว่า “มาหาหมอเป็นอะไรเหรอ” คนไข้สาวมองหน้าหมอหนุ่มแล้วยิ้มอย่างมีไมตรีแล้วตอบว่า “คันหอค่ะ” (คันหอหมายถึงอาการคันที่ง่ามนิ้ว) หมอหนุ่มกำลังดูดโอเลี้ยงสำลักโฮเลี้ยงไอแค๊กๆ คนไข้สาวถามว่า “คุณหมอเป็นอะไรไปคะ” หมอหนุ่มตอบว่า “ผมคันคอ”...แคว๊กๆๆๆ
แต่เรื่องภาษาในทางกฎหมายสำคัญมากๆ บางครั้งภาษาท้องถิ่นทำเอาผู้พิพากษาที่ไม่เข้าใจทำให้สูญเสียความยุติธรรมโดยไม่รู้ตัว
สมัยก่อนนานมาแล้ว ที่ภูเก็ตมีคำพิพากษาศาลฎีกาได้พิพากษายกฟ้องคดีอุฉกรรจ์เรื่องหนึ่งซึ่งเป็นที่เล่าขานกันในหมู่อัยการและทนาย เหตุที่ศาลยกฟ้องเพราะประจักษ์พยานเห็นจำเลยแต่งกายไม่เหมือนกัน ต้องเข้าใจอย่างหนึ่งว่าสมัยก่อนการบันทึกปากคำพยาน ศาลจะบันทึกด้วยการเขียนด้วยลายมือศาลเอง ดังนั้นจะไม่มีใครรู้ว่าศาลบันทึกว่าอย่างไร จะรู้ก็ต่อเมื่อศาลอ่านให้ฟัง (ไม่เหมือนสมัยนี้ที่บันทึกลงเทป บางทีเราก็ได้ยินว่าศาลบันทึกว่าอย่างไร) ในบันทึกคำเบิกความประจักษ์พยานคนหนึ่งศาลบันทึกว่า “จำเลยสวมเสื้อขาว กางเกงสีดำ” ส่วนพยานอีกคนหนึ่งตอบทนายจำเลยถามค้านว่า “จำเลยสวมเสื้อขาว ค้อดำ” ศาลซึ่งเป็นคนภาคกลางก็บันทึกว่า “จำเลยสวมเสื้อขาว คอดำ” อัยการโจทก์ก็ไม่ถามติงให้ชัดเจนว่ามันหมายถึงอะไรกันแน่ เมื่อคดีไปถึงศาลฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องเพราะประจักษ์พยานเบิกความไม่เหมือนกัน แต่เรื่องนี้มันมีเบื้องหลังครับ
ภาษาใต้ โดยเฉพาะภูเก็ตเขาเรียกกางเกงว่า “ค้อ” ถ้าบอกว่า “ค้อสั้น” ก็หมายถึงกางเกงขาสั้น ถ้า “ค้อดำ” ก็หมายถึงกางเกงสีดำนั่นเอง แต่เนื่องจากศาลไม่เข้าใจภาษาถิ่นจึงเกิดปัญหาในการวินิจฉัยของศาลฎีกาว่าพยานคนหนึ่งว่าสวมเสื้อขาวล้วน ส่วนประจักษ์พยานอีกคนอ้างว่าสวมเสื้อขาวที่มีคอสีดำ จึงไม่น่าเชื่อว่าคนที่อ้างว่าเห็นจำเลยกระทำผิดนั้นจะเห็นเหตุการณ์จริง ไปโน่น....
ตอนผมเป็นทนายก็เจอเรื่องแปลกๆมาครั้งหนึ่งแล้ว เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์เป็นคนท้องถิ่น พอให้พยานสาบานตัวเสร็จแล้วก็บอกกับพยานเป็นภาษาใต้ว่า “เดียวตนต๊อบศาลดังๆนะ” (ประเดี๋ยวคุณตอบ(คำถาม)ศาลดังๆนะ) พยานพยักหน้าหงึกๆ...
ศาลถามว่า “เอ๊า..พยานชื่ออะไร” และแล้วทั้งศาล อัยการและทนายก็ต้องตกใจเมื่อพยานเอาสองมือตบลงบนคอกพยาน “โครม โครม โครม”
ศาลร้องถามเสียงว่า “ทำบ้าอะไร” อิอิ
พยานตอบว่า ก็มัน(ชี้ไปที่เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์)บอกให้ตบศาลดังๆ ฮา.....
ภาษาท้องถิ่นภูเก็ตกับพังงามันคล้ายกันเพราะส่วนใหญ่เป็นลูกหลานจีนฮกเกี้ยน เวลาชาวบ้านไปศาลก็มักจะพูดภาษากลางไม่ได้ก็จะพูดภาษาท้องถิ่น ซึ่งภาษาท้องถิ่นภูเก็ตพังงา จะผสมระหว่างภาษาจีน อังกฤษและภาษาไทยภาคใต้ เช่น เวลาขับรถเปลี่ยนเกียร์เขาจะเรียก เชนเกียร์ (Change Gear) เดินให้ดีนะระวังตกจุ๊ยก้าว หมายถึงให้เดินระมัดระวังจะตกคูระบายน้ำ คำบางคำเป็นภาษาจีนแต่จะแตกต่างกับจีนทางภาคกลาง เช่น ร้านโชห่วย แต่ทางภูเก็ตพังงาเรียกร้าน จับโห่ย
ผู้พิพากษาที่มาจากภาคอื่นในยุคหลังๆ (หลังจากเกิดเหตุเสื้อขาวค้อดำมาแล้ว อิอิ) ก็มักจะกันเหนียวถามเจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์ซึ่งมักจะเป็นคนท้องถิ่นเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง
มีคดีเรื่องหนึ่ง ผู้เสียหายที่ถูกปล้นเป็นร้านขายสินค้าเบ็ดเตล็ดที่ภาคกลางเรียกร้านโชห่วยนั่นแหละ พอผู้เสียหายมาเป็นพบยานเพื่อเบิกความศาลก็ถามว่าพยานมีอาชีพทำอะไร พยานก็ตอบว่า “ขายของจับโห่ย”
ศาลท่านก็งง เพื่อความเข้าใจก็เลยถามเจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์ว่า “ขายของจับโห่ยเนี่ย มันเป็นยังไง” เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์ก็วัยกลางคนเรียนหนังสือก็จบที่ภูเก็ตนั่นแหละ ไม่รู้ว่าของจับโห่ยกรุงเทพเรียกว่าอะไร แถมตัวเองก็พูดกลางไม่ถนัด แต่เมื่อศาลถามก็ต้องตอบ เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์ก็ตอบว่า
“อ๋อ...มันก็ขายของอีหล็อกฉ็อกแฉ็กนั่นแหละครับ” ฮา....แล้วศาลจะรู้ไหมเนี่ย...(เพราะร้านโชห่วยมันก็ขายของสรรพเพเหระอย่างที่ภาษาบ้านผมเรียก “อีหล็อกฉ็อกแฉ็ก” จริงๆ)
๕ ๕ ฮาอิตายเลยนิท่านอัยการคะ ทางภูเก็จพังฮาคำจะคล้ายๆกัน
วันก่อนปูพูดคำว่า ตูเชี่ย คนตรังเค้างงๆ ขอบคุณจ้านค่ะ ฮาหัวเช้า
ฉานจิไปซื้อของอีหล็อกฉ็อกแฉ็กหลาว ;)
มาฮาตอนเช้า พร้อมนำอาหารเหนือ มาคารวะ ครับ
สวัสดีครับท่านอัยการชาวเกาะ
ฮา..ฮา....ฮา...
เพื่อนหลาวหัวเสียเจ็บพุง......ฮา.....
ต๋องเอาค้อไปสัก...จิตากแดดม่ายทัน
ไปหลาวเลา...อิ.อิ
แวะมาทักทายและเยี่ยมเยียนครับ..ในความฮา มันมาด้วยสาระครับ อิอิ
สวัสดีค่ะ ท่านอัยการฯ
มาเฮฮา....ด้วยคน
ฮา..กับคำนี้ค่ะ “อีหล็อกฉ็อกแฉ็ก”
ขอบคุณที่มีเรื่องสนุกๆมาฝากค่ะ
+ สวัสดีค่ะท่านอัยการชาวเกาะ...
+ มาขำขันพร้อมสาระยามสายด้วยคนค่ะ...
+ ด้วยความคิดถึงค่ะ
แฮ่ๆ น้อง poo ซื้อของอีหล็อกฉ็อกแฉ็กแล้ว อย่าลืมไปกินน้ำบี้หลิด แต่เช้าไปซื้อแกงกาลีฝ่านหน้าอ้ามบางเหนียวมากินหรอยจริงๆ
ขอบคุณพระอาจารย์ JJ ที่มาเยี่ยมและนำของกินมาฝากครับ
ไส้อั่วของชอบ อิอิ
ถึงเพื่อน
เรื่องเล่าในศาลมีตั้งหลายเรื่องต้องค่อยๆนึก ถ้าให้ดีต้องมีคนเล่าสักสองสามคนแล้วมันจะนึกออกทีเรื่อง หนุกๆทั้งเพ อิอิ
สวัสดีครับ อ.ฟูอ๊าด
ขอบคุณที่แวะมาทักทาย บนศาลที่เครียดก็มีเรื่องคลายเครียด บางทีมุมมองของเราต่างหากที่ทำให้เราเครียดหรือเราสนุกครับ
สวัสดีครับครูจิ๋ว
ภาษาเป็นเรื่องสำคัญของมนุษย์ที่จะเรียนรู้ เราไปอยู่ในดงที่เขาพูดภาที่เราฟังไม่รู้เรื่อง รับรองไม่เกินห้าวันเราจะรู้ว่าหิวเขาพูดว่าอะไร อิอิ
สวัสดีครับน้องแอมแปร์
ขอบคุณที่แวะมา ฮายามสาย ขอให้วันนี้เป็นวันแห่งความสนุกสนานนะครับ
มาหลาวอีกรอบค่ะ บางคำก็ไม่ได้ยินนาน บางคำก็ไม่เคยได้ยินเลย อย่างประโยคนี้งงจ้าน
... กินน้ำบี้หลิด แต่เช้าไปซื้อแกงกาลีฝ่าน น้ำอะหราย แกงกะหรี่ ? "" ปูตายไม่จริงหลาวพันนี้
อิอิ น้ำบี้หลิด สมัยก่อนพวกผมหมายถึงน้ำอัดลม
กาลีฝ่าน เป็นแกงปลากับกะทิและมีส่วนผสมของผงกะหรี่ (ถ้าจำไม่ผิด ก็คือ แกงกะหรี่ที่กินกับข้าว เพราะ ฝ่าน ภาษาจีนไหหลำแปลว่าข้าว)ขายอยู่แถวหน้าอ้ามบางเหนียว กับมีอีกอย่างหนึ่งคือ กาลีไหมฝ่าน อันนี้ขายอยู่ที่ร้านที่จะพาพี่คิมไปทานอาหารเช้าแต่มีขายเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์ เป็นแกงกะหรี่ไก่ใส่เส้นหมี่มีผักบุ้งและถั่วงอกรวมอยู่ด้วย
ฝ่าน ถึงบางอ้อ จีนกลางก็ ข้าวค่ะ แต่เข็มขัดสั้น แบบว่า กาลีฝ่าน นี่ตายลึก มากเลยค่ะ สงสัยว่า ท่านอัยการต้องเปิดบล็อก แหลงตาย หลาวแลค่ะ ;) เรียนตายลึก นึกถึงท่านอัยฯ น่าสนใจไหมคะ ?
สวัสดีครับท่านอัยการชาวเกาะ
นานแหลงตายทื ชักหนุก
กาลีไหมฝ่าน มันแลวแกงกาลีมายข้าว ยังแต่เส้นบีหุน นำแกงต๋องสัยๆ
แหมทำกินกันทืกาลุยเสียเหม็ด
ฝากบอกคุณปูดำอันดามันแวกไปแหลงกับแหมทนายอุ๊ทำกินเลย
เผือนพาไปกาด้าย
ปัยหลาวหนาเผือนหนา
สวัสดีครับ ไม่ได้ฮานานแล้วครับ
สวัสดีครับท่าน
ผมหายไปนานไม่มีเวลาเข้ามาเยี่ยมชมเลยครับท่านช่วงนี้ มีงานมากประชุมบ่อย อิอิอิ ไม่ได้เข้ามาฮานานมากๆเลย ผมมีเรื่องตลกอยู่เรื่องหนึ่งเป็นเรื่องของความประมาทก็ว่าได้ คือว่าวันหนึ่งคนที่บ้านผมคนคนหนึ่งเขามีอาชีพขับรถเครื่องรับจ้าง(รถจักรยานยนต์) อยู่ที่ป้ายรถเมย์(ท่ารถ)แล้วเขาก็ถามผู้ที่ลงจากรถเมย์ว่าไปรถเครื่องไม่ครับ คนที่ลงจากรถก็พยักหน้าแล้วตอบว่าไป เขาก็ขับรถออกจากที่จอดด้วยความรีบร้อนเพื่อไปรับผู้โดยสารคนนั้นที่ลงจากรถเมย์ยังไม่ทันจะเดินมาหา แล้วเขาก็หยุดรถแป๊บหนึ่งเพื่อให้ผู้โดยสารขึ้นรถเครื่องเขา แล้วก็ขับรถออกไปเลย แต่ปรากฏว่าผู้โดยสารคนนั้นยังไม่ได้ขึ้นรถไปเลยเขาออกรถไปเสียก่อน และหลังจากวันนั้นเขาก็ไม่กลับมาขับรถอยู่ประมาณ 3 วัน เพื่อๆที่ขับรถถามหาก็ไม่มีไครรู้ว่าเขาหายไปไหนไปถามที่บ้านเขาก็ไม่มีไครบอกว่าหายไปไหน โทรศัพท์ไปเขาก็ไม่รับ และแล้ววันหนึ่งเขาก็โทรมาถามเพื่อนที่คิวรถรับจ้างว่า คนที่เขารับไปวันนั้นเจ็บมากไม่ หรือเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อนที่รับโทรศัพท์ก็ดีใจที่เขาโทรมาหา แต่ต้องหัวเร๊าะสุดตัวเลยแล้วถามว่าหายไปไหนมา เขาบอกว่าก็คนวันนั้นคนที่เขารับไปตกจากรถเขากลัวและตกใจมากเพราะคงไม่มีเงินจ่ายค่าเสียหายให้ผู้โดยสารคนนั้นแน่เลยจึงต้องหนี้ไปก่อน อิอิอิ คงเข้าใจนะครับว่า เป็นอย่างไร เขามาเล่าให้ฟังว่าวันนั้นที่เขาขับรถรับผู้โดยสารออกจากคิวไปสักพักหนึ่งประมาณ 2 กม.แล้วเขาก็หันไปถามว่าจะไปลงที่ไหนครับ(ลืมบอกว่าเป็นทางเข้าหมู่บ้านระหว่างตำบล) แต่ไม่มีคำตอบเขาหันไปดูด้านหลังรถไม่มีไครเลยคิดว่าผู้โดยสารต้องตกจากรถแน่เลย ตกใจมากจึงหนี้ไปแอบอยู่บ้านเพื่อนและห้ามไม่ให้เพื่อนคนที่เขาไปแอบอยู่บอกใครด้วยเพราะเขากลัวจะมีคนตามมาเอาเรื่องเขาครับ 5555 จบแล้วครับเล่ากันสนุกๆเล่นนะครับๆ
แวะมาฟังเรื่องหนุกๆ ของท่านอัยการชาวเกาะ...เพิ่มเติมของคุณเดชา..หนุกเข้าไปเหลยหลาว