หลักสูตรเฉพาะกิจด้านการจัดการความรู้ สำหรับข้าราชการฝ่ายอัยการ

สำนักงานอัยการสูงสุดจัดฝึกอบรมหลักสูตรการจัดการความรู้ (Knowledge management) ในหลักสูตรวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต (การจัดการความรู้) (หลักสูตรเฉพาะกิจสำหรับสำนักงานอัยการสูงสุด)  และหลักสูตรประกาศนียบัตรอบรมระยะสั้น  ด้านการจัดการความรู้

โดยแยกเป็นหลักสูตรปริญญาโท จำนวน 20 คน เป็นระยะเวลา 1 ปี
หลักสูตรประกาศนียบัตร จำนวน 40 คน  เป็นระยะเวลา 3 เดือน
ทั้งสองหลักสูตรเรียนวันละ 3 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 17.00-20.00 น. ของทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี ณ ห้องประชุมชั้น 11

ซึ่งผู้เข้าเรียนเป็นข้าราชการฝ่ายอัยการทั้งระดับผู้บริหารและระดับปฏิบัติการ  โดยการเรียนการสอนทั้ง 2 หลักสูตร จะเรียนและทำกิจกรรมร่วมกันตลอดในช่วงระยะเวลา 3 เดือนนี้จนกระทั่งสิ้นสุดหลักสูตรประกาศนียบัตร และทราบมาว่า  จะมีการเรียนการสอนยังต่างจังหวัด  โดยการพาไปที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ด้วย เพื่อทำการฝึกปฏิบัติจริง งานนี้ทุกคนกลับมาจัดการองค์ความรู้ของสำนักงานตัวเองเป็นกันทุกคนแน่นอน

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546
มาตรา 11 ส่วนราชการมีหน้าที่พัฒนาความรู้ในส่วนราชการ เพื่อให้มีลักษณะเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้อย่างสม่ําเสมอ โดยต้องรับรู้ข้อมูลข่าวสารและสามารถ ประมวลผลความรูในด้านต่างๆ เพื่อนํามาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติราชการได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเหมาะสมต่อสถานการณ์ รวมทั้งต้องส่งเสริมและพัฒนาความรู้ความสามารถ สร้างวิสัยทัศน์และปรับเปลี่ยนทัศนคติของข้าราชการในสังกัด ให้เป็นบุคลากรที่มีประสิทธิภาพและมีการเรียนรู้ร่วมกัน...”

คู่มือของสํานักงาน กพร. หมวดที่ 3: แนวทางการพัฒนาส่วนราชการให้เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้
• สร้างระบบให้สามารถรับรู้ข่าวสารได้อย่างกว้างขวาง
• ประมวลผลความรู้ในด้านต่างๆ เพื่อประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติราชการได้อย่างถูกต้อง รวดเร็วและเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
• ส่งเสริมและพัฒนาความรู้ ความสามารถ สร้างวิสัยทัศน์และปรับเปลี่ยนทัศนคติของข้าราชการ เพื่อให้เป็น ผู้ที่มีความรู้ในวิชาการสมัยใหม่ และปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดประสิทธิภาพและมีคุณธรรม
• สร้างความมีส่วนร่วมให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน เพื่อพัฒนาในงานให้เกิดประสิทธิภาพ

เนื่องจากองค์ความรู้ของสำนักงานอัยการสูงสุดที่มีอยู่ในองค์กรซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในตัวบุคคล (Tacit Knowledge) หรือในเอกสาร (Explicit Knowledge) หากนำมาพัฒนาอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เป็นองค์ความรู้ขององค์กรและให้ทุกคนสามารถเข้าถึงความรู้และพัฒนาตนงเองให้เป็นผู้รู้ และปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากหลักการดังกล่าว สำนักงานอัยการสูงสุดได้นำมาบริหารจัดการความรู้ขององค์กรอัยการ โดยกำหนดไว้ในแผนแม่บทการจัดการความรู้ พ.ศ. 2552-2561 และแผนยุทธศาสตร์การจัดการความรู้ ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2552-2556 รวมทั้งแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ เป็นแนวทางในการดำเนินการจัดการความรู้และพัฒนาให้สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอและยั่งยืน โดยมีรองอัยการสูงสุด (นายอนุชาติ คงมาลัย) เป็นผู้บริหารจัดการความรู้ สำนักงานอัยการสูงสุด (Chief Knowledge Officer : CKO)

++วันอังคารที่ 27 เมษายน 2553 การเรียนการสอนวันแรก

การเรียนการสอนวันแรก  เพิ่งทราบว่ามีระบบการจัดการความรู้ที่สามารถทำผ่านเว็บ Portal ได้อีกด้วย ถ้าทำเช่นนี้ได้จริงการจัดการองค์ความรู้ก็จะสามารถจัดการได้อย่างเป็นระบบ และองค์กรอัยการก้าวไปสู่เป้าหมาย "องค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ" ได้

การจัดการความรู้ (Knowledge Management : KM) การจัดการความรู้ คือ การรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในส่วนราชการซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในตัวบุคคล หรือเอกสาร มาพัฒนาให้เป็นระบบ เพื่อให้ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงความรู้ และพัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้ รวมทั้งปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลให้องค์กรมีความสามารถในเชิงแข่งขันสูงสุด โดยที่ความรู้มี 2 ประเภท คือ  

1. ความรู้ที่ฝังอยู่ในคน (Tacit Knowledge) เป็นความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ พรสวรรค์หรือสัญชาติญาณของแต่ละบุคคลในการทำความเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ เป็นความรู้ที่ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดหรือลายลักษณ์อักษรได้โดยง่าย เช่น ทักษะในการทำงาน งานฝีมือ หรือการคิดเชิงวิเคราะห์ บางครั้ง จึงเรียกว่าเป็นความรู้แบบนามธรรม

2. ความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) เป็นความรู้ที่สามารถรวบรวม ถ่ายทอดได้ โดยผ่านวิธีต่าง ๆ เช่น การบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ทฤษฎี คู่มือต่าง ๆ และบางครั้งเรียกว่าเป็นความรู้แบบรูปธรรม

และอาจารย์ผู้สอนได้มีการนำ MS-SharePoint เข้ามาช่วยในกระบวนการทำงาน การจัดการเนื้อหา ลดความซับซ้อนสำหรับการค้นหาและแลกเปลี่ยนข้อมูลข้ามพรมแดนได้อย่างมี ประสิทธิภาพ และเป็นที่นิยมกันทั่วไปในวงการไอทีและภาคธุรกิจ

ประโยชน์ของ MS-SharePoint สามารถคลิกเข้าไปอ่านได้ที่นี่ค่ะ ซึ่งฉันได้เข้าไปเอามาจากเว็บไมโครซอฟต์อีกทีค่ะ

ความรู้เบื้องต้นระบบการจัดการความรู้ (Knowledge Management System)
การนำความรู้ไปใช้ในกลุ่มชุมชนนักปฏิบัติ  เพื่อใช้ในการแบ่งปันและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันระหว่าง Knowledge Workers ใน CoPs ผ่านการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วย เพื่อสนับสนุนให้การบริหารจัดการความรู้มีประสิทธิภาพมาขึ้นผ่านระบบจัดการความรู้ โดยในการใช้งานระบบจัดการความรู้ของแต่ละกลุ่มชุมชนนักปฏิบัตินั้น ในระบบจัดการความรู้นี้จะประกอบไปด้วยเครื่องมือสำหรับการทำงานร่วมกันเป็นที่เรียกว่า Collaborative tools เพื่อใช้ในการแบ่งปันและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันระหว่างสมาชิกใน CoPs

SharePoint Technology เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาสำหรับผู้ใช้งานภายในองค์กรและการทำงานร่วมกันภายในทีมงาน โดยออกแบบให้สามารถทำงานร่วมกันและใช้เอกสารร่วมกัน และใช้งานร่วมกับโปรแกรม MS-Office ได้ นอกจากนั้นยังช่วยการทำงานหลายๆ ด้าน เช่น การค้นหาไฟล์เอกสาร ประกาศ ข่าวสาร แบบสำรวจ

ซึ่งระบบจัดการความรู้นี้ เป็นระบบจัดการความรู้ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้นำความรู้ที่ได้จากการวิเคราะห์ สังเคราะห์และสร้างเป็นแผนภาพความรู้ (Knowledge Map) มาแพร่กระจายและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านระบบโดยมีเครื่องมือในการทำงานร่วมกัน และฐานข้อมูลความรู้ (Knowledge Base) สร้างเป็นต้นแบบ (Template) ความรู้ในระดับกลุ่มชุมชนนักปฏิบัติ (CoPs) ต้นแบบระดับภารกิจและต้นแบบในระดับหลักการคิดและต้นแบบในระดับ Domain ต่อไป

แล้วพรุ่งนี้จะนำข้อมูลที่ได้จากอาจารย์มานำเสนอต่อ....ค่ะ