ความสามารถหรือทักษะในการสื่อสาร น่าจะเป็นองค์ประกอบสำคัญในการศึกษาระดับปริญญาเอก คือ ไม่ใช่แค่พูดกันรู้เรื่องเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงความเหมาะสมในสิ่งที่จะสื่อสารระหว่างกันอีกด้วย

ไม่ได้เปิดคอมพิวเตอร์มาสองวันเพราะไม่อยู่บ้าน

พอเช็คเมล พบว่ามีผู้ติดต่อผ่านโกทูโนว์ถามปัญหาเรื่องการศึกษาระดับปริญญาเอกสองราย

อ่านแล้วอึ้ง ใครจะคิดว่าผู้ที่กำลังจะศึกษาปริญญาเอกจะสื่อสารมาถึงผู้เขียนอย่างนี้(ตัดชื่อเสียงเรียงนามออก เพราะไม่ได้ต้องการประจาน แต่แค่ต้องการชี้ให้เห็นประเด็นค่ะ)

 

1.หัวเรื่อง: ต้องการขอคำปรึกษา
 

       ข้อความ:
        ผมกำลังเรียนปริญญาเอก ทำเรื่อง KM

 
2.หัวเรื่อง: การเขียนโครงร่างวิทยานิพนธ์
 
      ข้อความ:

      คุณนายครับ
      ขอความรู้หน่อย ผมจะทำโครงร่างวิทยานิพนธ์สมัครเรียน ป.เอก อยากทราบแนวทางการเขียนโครงร่าง ตอนนี้คิดอะไรไม่      ออกแร้ว ช่วยกรุณาสงเคราะห์ให้เป็นโครงร่างที ตอบด่วน
086…….
ก่อนวันที่14 มีนานะครับ รออย่างด่วนเลยครับ ช่วยตอบด่วนนะ หมดเขตการสมัครเรียน ป.เอก วันที่16 มีนาคม 2551 นี้ อยากได้โครงร่างด่วนเลยครับผม

 

ผู้เขียนนอกจากนึกสงสัยว่าผู้ที่ติดต่อมาคิดอะไร แล้วยังสงสารอาจารย์ที่ปรึกษาของทั้งสองท่าน ว่าคงจะเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย

  • รายแรก เขียนมาแค่นี้จริงๆ พูดสั้นเหลือเกิน ไม่มีทักษะในการสื่อสาร สื่อความในสิ่งที่ตนกำลังทำเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ตนต้องการ(คำปรึกษา) จะให้ผู้เขียนตอบว่าอย่างไรได้ นอกจากจะถามกลับไปว่า แล้วจะปรึกษาอะไรกันเล่า เพราะไม่มีการแนะนำตัว อธิบายว่าสนใจอะไร กำลังทำวิทยานิพนธ์เรื่องอะไรอยู่ หรือกำลังสนใจเรื่องอะไรที่คิดว่าจะนำไปเป็นหัวข้อวิทยานิพนธ์ และ อยากได้คำแนะนำเรื่องอะไร

 

  • รายที่สองนั้นชัดเจนมากว่าต้องการอะไร แต่คงคิดว่าที่ขอมานั้นผู้เขียนคงต้องทำให้ และทำให้อย่างรีบด่วนเสียด้วย ไม่ทราบว่าด้วยเหตุผลอะไรที่ทำให้คิดเช่นนั้น ปัจจุบันมีผู้เข้าศึกษาปริญญาเอกมากมาย ในแทบทุกสถาบันอุดมศึกษา น่าจะมีเพื่อนฝูงให้ถามหรือขอดูตัวอย่าง  หรือครูอาจารย์ที่จะให้คำแนะนำได้ การคิดศึกษาต่อปริญญาเอก ผู้จะศึกษาควรต้องมีทั้งโยนิโสมนสิการ และกัลยาณมิตร มีปัญญาทั้งในแง่วิชาการ และการแสวงหาความรู้และความช่วยเหลือในการเดินเส้นทางสายนี้ ไม่มีอะไรที่ดีๆแล้วจะได้มาง่ายๆ  

สำหรับผู้เขียนนั้นเรียนจากประเทศฝรั่งเศส(ด้วยทุนส่วนตัว) มหาวิทยาลัยที่เรียนเป็นของรัฐ ไม่ต้องสอบเข้า  แต่ต้องสื่อสารกับอาจารย์ในสาขาที่ต้องการเรียน ซึ่งจะเป็นผู้ดูแลการทำวิทยานิพนธ์ให้เขายอมรับเราเป็นศิษย์ก่อน จึงจะสามารถกรอกใบสมัครยื่นต่อมหาวิทยาลัย(อาจารย์ผู้ดูแลวิทยานิพนธ์ต้องเซ็นต์รับรองว่าเขายินดีรับเป็นศิษย์) สื่อสาร พูดคุยกันให้เขาเห็นว่าเราสนใจในสาขาวิชานั้นจริงๆและ เรื่องคร่าวๆที่เราคิดว่าจะศึกษาวิจัยเพื่อทำเป็นวิทยานิพนธ์ อะไรคือแรงบันดาลใจของเราที่ต้องการเรียนกับเขาในเรื่องดังกล่าว ต้องคุยให้เขาสนใจในแนวคิดของเรา จนเขาแน่ใจในความตั้งใจของเรา และมั่นใจว่าเรามีวุฒิภาวะพอที่จะทำสำเร็จอย่างมีคุณภาพไม่ให้เสียชื่ออาจารย์

ที่จริงก่อนที่อาจารย์จะมั่นใจในตัวเราได้ เราต้องมั่นใจในตัวเองก่อนว่า สนใจจริงจังที่จะเดินไปในเส้นทางสายวิชาการนี้ มิฉะนั้นเราคงพูดให้เขาเชื่อเราไม่ได้

ความสามารถหรือทักษะในการสื่อสาร น่าจะเป็นองค์ประกอบสำคัญในการศึกษาระดับปริญญาเอก คือ ไม่ใช่แค่พูดกันรู้เรื่องเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงความเหมาะสมในสิ่งที่จะสื่อสารระหว่างกันอีกด้วย นี่ว่าแค่ระหว่างการเป็นนักศึกษาเท่านั้น จบแล้วยังต้องสื่อสารนำความรู้ที่เคี่ยวกรำไปใช้ประโยชน์ให้ได้กว้างขวางอีก

หวังว่าทั้งสองรายที่ติดต่อมายังผู้เขียนคงจะได้อ่านคำตอบจากบันทึกนี้ และคงเป็นข้อคิดให้นักศึกษาท่านอื่นๆได้บ้าง