“ผ้าคราม-สีคราม” นั้นเป็นศิลปะชั้นสูง จะทำ จะใช้ผ้าครามต้องมีความเชื่อมั่นที่ออกมาจากภายในตนเอง เชื่อมั่นในสีคราม ว่าเป็นสีที่มีชีวิต บ่งบอกกาลเวลา ดังคำกล่าวเมื่อพูดถึงสิ่งที่ทรงคุณค่าผ่านกาลเวลาว่าเป็นของ “ลายคราม”

ประเด็นหลักๆที่ คุณสงบัณฑิต ยศมั่นคง ได้เล่าถึงความเป็นมา เป็นไป การพัฒนาผ้าและผลิตภัณฑ์จากผ้าย้อมคราม "ละหา" จนมีชื่อเสียงจากความงดงามและคุณภาพ เป็นที่รู้จักกันในตลาดชั้นสูงในนานาประเทศ ผู้เขียนจับความได้จากการฟังภาษาลาวและอีสาน(ซึ่งต้องมีการตกหล่นอยู่บ้าง หากใครต้องการข้อมูลแบบเป็นวิชาการเต็มๆ ขอให้ติดตามจากเว็บไซท์ของศูนย์คราม มรภ.สกลนครนะคะ)

ผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีคราม และ สีธรรมชาติยี่ห้อ "ละหา" จากลาว

ต้องขอชื่นชมคุณสงบัณฑิต ที่มีน้ำใจเต็มเปี่ยมในการแบ่งปันความรู้อย่างไม่ได้ปิดบังเธอกล่าวว่า เป็นการนำความรู้ที่ลาวกับไทยต่างมีมาบวกกัน สิ่งที่ทำให้เธอประสบความสำเร็จคือ

  • การนำชาวบ้านใช้วัตถุดิบธรรมชาติที่อยู่ใกล้ตัว รอบบ้าน ไม่ต้องเข้าไปหาจากป่า เป็นพืชที่ปลูกทดแทนได้ สวนครามของเธอปลูกตามฝั่งแม่น้ำเซ ปลูกฝ้าย ข้าวโพด คราม ผักกาดเขียว ผสมผสานกันไป ไม่ใส่”ฝุ่นเคมี” หรือ ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลงใดๆ เพราะกลิ่นของผักกาดเขียวจะไล่แมลง (ภูมิปัญญาคล้ายกันกับที่ “หมอกุ” ท่านใช้)
  • การดูแล “หม้อนิล” หรือหม้อคราม ให้ใช้ได้นาน ความสะอาด ของเส้นฝ้าย สำคัญที่สุด เธอถามผู้ย้อมครามฝ่ายไทยว่าหม้อครามมีอายุได้นานขนาดไหน ปรากฏว่าไม่มีใครที่รักษาหม้อครามได้นานรอดหนึ่งปีเลย แต่ที่เธอทำนั้นอยู่ได้นานมาก เพราะมีวิธีดูแล “อนามัยฝ้าย” ให้สะอาดปราศจากฝุ่นผงและไขมันก่อนนำไปย้อม เธอบอกว่าใช้สบู่ชีวภาพซึ่งอาจารย์จากลำปางได้สอนวิธีทำให้ สบู่นี้ควรทำเองจะได้แน่ใจว่าเป็นชีวภาพจริงๆ (เธอบอกวิธีให้ด้วยแต่จดไม่ทันค่ะ)
  • ต้องรู้จักประหยัด รักษา หรือถนอมต้นทุนธรรมชาติ คือ รักษาสิ่งแวดล้อม การได้สีธรรมชาติชนิดอื่นๆต้องเรียนรู้การใช้ใบ ใช้เปลือก และผลพืช ไม่ใช่ไปตัด ฟัน หรือ โค่นเอาทั้งต้นมา เช่นหากต้องใช้เปลือกไม้ ก็ต้องถนอมต้นไม้โดยถากเปลือกทีละข้าง ไม่ใช่ถากเลาะมารอบต้นในครั้งเดียว
  • อนุรักษ์และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คนหนุ่มสาวมานุ่งมาใช้ผ้าย้อมสีธรรมชาติ ให้เกิดความภูมิใจที่งอกงามมาจากข้างในจากการที่ได้รู้จีกได้ซึมซับความงามจากผ้า เป็นการสร้างคนเพื่อสืบทอด
  • การพัฒนาผ้าครามนั้น เน้นการใช้สีจากธรรมชาติเป็นจุดขาย คนทำผ้าต้องรู้จักคุณสมบัติดีๆของผ้าย้อมครามนำออกมาบอกเล่า ซึ่งมีทั้งจากความรู้ภูมิปัญญา และ ความรู้ที่ทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้ เช่น การใช้ผ้าครามในการประคบรักษารอยฟกช้ำ และอาการไข้ ใส่เข้าป่าแล้วยุงไม่กัด(เพราะมีกลิ่นคราม) ผ้าย้อมครามกันรังสียูวีได้ เป็นต้น การทำผ้าย้อมครามเป็นกลุ่มทำให้เกิดความสามัคคีในชุมชนซึ่งสำคัญมาก
  • การควบคุมมาตรฐานการย้อม ต้องดูแลทุกด้าน ตั้งแต่ การทำความสะอาดเส้นฝ้ายก่อนย้อม การควบคุมความเป็นกรดด่างของน้ำย้อม การควบคุมอุณหภูมิ การชั่ง ตวง วัดส่วนผสม ว่าใส่อะไรบ้าง เท่าไหร่ เพื่อเป็นมาตรฐานที่สามารถทำได้อย่างเดิมอีกเมื่อมีการสั่งทำในครั้งต่อๆไป

ผู้เขียนเห็นว่าข้อนี้เป็นจุดเด่นและจุดแข็งแห่งความสำเร็จในการทำผ้าย้อมคราม-ผ้าย้อมสีธรรมชาติในสเกลใหญ่ๆที่มุ่งการส่งออก หรือ ทำตลาดในต่างประเทศ คุณสงบัณฑิตได้เล่าถึงการสร้างระบบรหัส บันทึกให้มีที่อ้างอิง สีต่างๆนั้นเธอมีตัวอย่างและรหัสสีที่มีระบบมาก มีทั้งสีหลัก และสีผสมว่าอะไรผสมกับอะไร เธอนำตัวอย่างมาแสดงด้วย

  • งานของบริษัทเธอมีเป้าหมายชัดเจน ว่าต้องออกงานแสดงสินค้าหัตถกรรมในต่างประเทศอย่างน้อยปีละสองครั้ง ดังนั้นการพัฒนาสี รูปแบบ และแฟชั่นจึงต้องศึกษาตลาดเวลาว่ามีแนวโน้มเช่นไร เช่น ปีนี้สีที่มาแรงคือ สีม่วง เป็นต้น และยังต้องศึกษาความต้องการของลูกค้า เช่น ผ้านั้นมีทั้งผ้าหนาสำหรับลูกค้าในเมืองหนาว หรือ ใช้ในฤดูหนาว และมีผ้าบางสำหรับลูกค้าที่บ่นว่าผ้าหนาใช้แล้วร้อน เธอบอกว่า เธอใช้ครามเป็นหลัก และใช้สีอื่นมาแทรก หากทำสีครามได้ดี จะทำได้หมดทุกสี
  • เธอกล่าวว่าเมื่อนุ่งผ้าจากภูมิปัญญา ผ้าจากธรรมชาติ แล้วเข้าถึงวิญญาณผ้า จะทำให้เป็นคนสุภาพ ผ้าจะทำให้รู้สึกต้องรักษากิริยา การลุก นั่ง เคลื่อนไหวที่สง่างาม ผู้เขียนเห็นด้วยที่สุดเลยค่ะ

  • สามีคุณสงบัณฑิต คือ ดร.บุญธง ได้เพิ่มเติมว่า “ผ้าคราม-สีคราม” นั้นเป็นศิลปะชั้นสูง จะทำ จะใช้ผ้าครามต้องมีความเชื่อมั่นที่ออกมาจากภายในตนเอง เชื่อมั่นในสีคราม ว่าเป็นสีที่มีชีวิต บ่งบอกกาลเวลา ดังคำกล่าวเมื่อพูดถึงสิ่งที่ทรงคุณค่าผ่านกาลเวลาว่าเป็นของ “ลายคราม”

 

ครั้งหน้ามาติดตามการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากฝ่ายไทยบ้าง โดย คุณประสาท ตงศิริ และ ชาวบ้านผู้ผลิตผ้าคราม ซึ่งได้มีมุมมอง เล่าเรื่องน่าสนใจ และมีแนวคิดใน “มาตรฐาน” ผ้าย้อมครามอย่างไร จะทำได้อย่างของเมืองลาวหรือไม่ นอกจากนั้น ท่านพระอาจารย์สุริยา มหาปัญโญ แห่งวัดป่าโสมพนัส ก็ยังได้เมตตาให้ข้อคิดในการทำผ้าย้อมครามแก่เหล่าชาวบ้านผู้ผลิตอีกด้วย