ไปทำงานวิชาการ คือ ไปร่วมเป็นกรรมการสอบสัมมนาของลูกศิษย์ปริญญาเอกสองคนที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏ จังหวัดสุรินทร์ เป็นการไปทำงานจริงๆ ไม่มีเวลาชมเมือง และ หมู่บ้านทอผ้าไหมที่เลื่องลือเลย

ได้ใช้เวลาช่วงสายก่อนการสอบสัมมนาไปแวะที่ตลาดสุรินทร์ ในเมือง ที่อยู่ใกล้หอนาฬิกา เพราะตั้งใจว่าอย่างไรก็ขอซื้อผ้าไหมสุรินทร์ติดมือกลับไปบ้าง ไปเช้านักคนขายก็ยังไม่มา เพราะที่นี่ชาวบ้านจะเดินทางมาจากอำเภอต่างๆนอกเมือง กว่าจะมาถึงและจัดวางสินค้าผ้าไหมของตนก็ต้องเก้าโมงเช้าไปแล้ว สักบ่ายสามโมงเขาก็กลับบ้าน

มีเวลาแค่ 15-20 นาที ได้คุยกับคนขายเครื่องหมากพลู ระหว่างรอคนขาย ผ้าไหม นำผ้าออกมาวางเรียง เลยมีภาพมาฝากทั้งเครื่องเคราการกินหมาก กับ การขายผ้าไหม เป็นบรรยากาศซื่อๆ ง่ายๆ ได้พูดคุยกับคนขายสนุกสนาน เสียดายมีเวลาน้อยนิด คงต้องได้กลับไปอีกแน่ๆ

เห็นเครื่องเคราการกินหมากแล้วคิดถึงคุณยาย สมัยเป็นเด็กๆชอบเล่นเชี่ยนหมากคุณยาย โดยเฉพาะตลับสีผึ้งทาปาก และช่วยตำหมากให้คุณยายเป็นประจำ เห็นเขาขายหมากและเครื่องเคราครบในที่เดียวกันเลยได้ถามเครื่องแปลกๆที่ไม่เคยเห็นที่อื่นด้วย

การกินหมากเป็นวัฒนธรรมเก่าแก่หลายร้อยปีในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกว้างไกลไปถึงอินเดีย ศรีลังกา หมู่เกาะแซนซิบาร์ ฝั่งตะวันออกของทวีปอาฟริกาโน่นเลยค่ะ แต่ก็เป็นวัฒนธรรมที่กำลังเลือนหายไป  เท่าที่ทราบการเคี้ยวหมากเป็นนิสัยยาวนานหลายสิบปีติดกันเป็นสาเหตุของมะเร็งในช่องปากด้วย

เรื่องการกินหมากนี้เขียนหนังสือได้เป็นเล่ม วันนี้ชมภาพและข้อมูลสั้นๆเท่าที่ถามมาได้ก็แล้วกันนะคะ

หมากสด

 

หมากแห้ง

 

ปูนขาว และ ปูนแดงซึ่งเป็นปูนผสมสีเสียด

 

นี่เป็น พลูขาว ซึ่งใบใหญ่และสีเขียวอ่อน มาจากโคราช

 

ฝักกัลปพฤกษ์ ซึ่งแกะเมล็ดออก เป็นส่วนผสมที่กินกับหมากได้

 

ซ้ายมือ คือ เปลือกต้นพยอม ขวามือ คือ เปลือกต้นแสนคำ ซึ่งเป็นส่วนผสมกินกับหมากที่เขาบอกว่ากินเฉพาะที่สุรินทร์ เปลือกไม้พวกนี้จะช่วยรักษาแผลในปากได้

 

ส่วนผ้าไหมนั้นของสุรินทร์มีลวดลายดั้งเดิมโบราณมากมาย สวยงามทั้งลวดลาย สีสันและเนื้อผ้าที่ทอแน่น ละเอียด ตัดใจดูแค่สองสามเจ้าอย่างรวดเร็ว และซื้อมาได้สามชิ้น เป็น ลายราชวัตร ลายลูกแก้ว และลายลูกอ๊อด

ครั้งหน้าคงได้อุดหนุนกันมากกว่านี้ค่ะ