บันทึกนี้เป็นบันทึกและเป็นสมุดบันทึกที่ข้าพเจ้าอยากเขียนถึงเรื่องพยาบาล...อันเป็นความรู้สึกที่อยากเขียนถึงจริงๆ เพราะดูเหมือนว่าตั้งแต่เรียนจบปริญญาตรีพยาบาล ความห่างจะห่างออกไปโดยการงานแต่ข้าพเจ้าเชื่อว่าทางจิตวิญญาณไม่เลือนหาย... จนไปเรียนต่อปริญญาโททางด้านการพยาบาลที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ความเป็นพยาบาลก็ยังคงต่อเนื่องและร้อยเรียงกันได้ในความรู้สึก
ข้าพเจ้ามองว่านี่เป็นสภาวะของความตกผลึกทางความคิดและจิตวิญญาณในเรื่องนี้ที่ปรากฏขึ้นมา จนทำให้ข้าพเจ้าปรารถนาที่อยากจะบันทึกเรื่องราวอันเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดีงามนี้เก็บไว้
ข้าพเจ้าเริ่มต้นอาชีพของการทำงาน คือ "การเป็นพยาบาล" แม้ว่าการงานจะออกห่างจากภาคปฏิบัติ แต่หลายสิ่งของความเป็นวิชาชีพพยาบาลนี้ก็ยังคงติดตัวข้าพเจ้าอยู่
เมื่อนึกย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยเรียน "พยาบาล" สิ่งหนึ่งที่ถูกหล่อหลอมมา คือ การปฏิบัติต่อผู้ป่วยด้วยความเคารพในศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ เป็นเรื่องที่เราพยาบาลแทบจะท่องขึ้นในใจ แต่ในสมัยนั้นไม่รู้หรอกว่าคือ อะไร รู้แต่ว่าให้ดูแลผู้ป่วยให้ดี ให้ครอบคลุมทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ
การพยาบาลไม่ใช่เพียงแค่ดูที่กาย แต่ให้ดูเข้าไปในความรู้สึกนึกคิดของเขาด้วย เวลาที่เราถูกสอนในเรื่องการวางแผนการพยาบาล สิ่งสำคัญที่ต้องตระหนักถึงคือ การให้การพยาบาล ให้การดูแลที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ป่วย
ข้าพเจ้าเชื่อว่าประเด็นนี้ไม่มีนักเรียนพยาบาลคนไหนจะปฏิเสธได้ว่า "ไม่รู้และไม่เคยได้เรียน" เพราะการเรียนพยาบาลนั้นใช้เวลาในการเรียนภาคปฏิบัติมากยิ่งกว่าภาคทฤษฎี การถูกบ่มเพาะและสอนสั่งนั้นมันถูกฝังเข้าไปไว้ในจิตสำนึกของการทำงานตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนพยาบาลแล้ว...
จำได้ว่า... เวลาที่จะเช็ดตัวให้ผู้ป่วย
ไม่ใช่การกระทำที่ว่าสักแต่ว่าเช็ด แต่ให้ทำด้วยใจจริงๆ ทำด้วยความนุ่มนวลและอ่อนโยน ไม่กระแทกกระทั้น อาจารย์ทางการพยาบาลจะเคี่ยวเข็ญมากหากว่าเห็นใครทำรุนแรงต่อผู้ป่วย ข้าพเจ้ายังจำได้ว่าอาจารย์ที่สอนแนวคิดพื้นฐานทางการพยาบาลนั้น เป็นอาจารย์ที่ใจดีมีเมตตามาก นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้นี้ได้ดี อาจารย์ไม่ดุแต่จะเป็นแบบอย่างที่ดีให้เรา ไม่ว่าจะเป็นการพูด การปฏิบัติทั้งต่อผู้ป่วยและต่อนักเรียนพยาบาลเอง ...
แม้ว่าสภาวะการทำงานของพยาบาลหลายคนเปลี่ยนไปในปัจจุบัน
ส่งผลต่ออารมณ์ ความรู้สึก นึกคิด เป็นต้นว่า เหนื่อย เบื่อ หรืออาจท้อต่อการทำงาน แต่สิ่งหนึ่งที่พยาบาลทำไม่ได้ คือ การละทิ้งผู้ป่วย ข้าพเจ้ามองว่านี่แหละคือจิตสำนึก...ที่ถูกปลูกฝังมาและเป็นหน่อเนื้อทางด้านจิตใจของพยาบาลทุกคน บางคนอาจจะนึกแย้งว่า"หากถูกปลูกฝังจริงพยาบาลต้องอ่อนหวานดูเป็นมิตรสิ?" ==> จริงๆ แล้วพยาบาลทุกคนดูเป็นมิตร พื้นฐานทางจิตใจดี แต่จากสภาพการทำงานและศักยภาพของการจัดการภายในจิตใจบางครั้งทำได้ไม่ดี จึงมีเหตุที่จะส่งผลต่อสภาวะทางอารมณ์และแสดงออกมาเป็นการกระทำ
ดังนั้น หากเราสามารถจัดการอารมณ์ ความรู้สึกทางลบได้...ข้าพเจ้าเชื่อว่า "เมล็ดพันธุ์แห่งความมีเมตตา"ที่มีอยู่ในจิตใจของพยาบาลทุกคนจะเติบโตและงอกงามมากยิ่งขึ้นเป็นแน่แท้

เมษายน ๒๕๕๒
------------------------------------------------------
![]() |
|
|
|||








