เพื่อนผมเหล่านี้เข้าลักษณะที่ว่า "กลับก็กลับไม่ได้ ไปก็ไปไม่ถึง" ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น...?

หมายเหตุ : ท่านใดมิเคยได้ยินได้ฟังเพลงนี้มาก่อน การชม/ฟังเพลงนี้ก่อน รวมท้ังอ่านเนื้อเพลงท้ายบันทึกนี้ จะช่วยเพิ่มอรรถรสการอ่านได้ดีขึ้นครับ

 

กลับไม่ได้ ไปไม่ถึง บทเรียนจากหนูดาว (มหาลัย)

      แม่ขายนาหมดไปหลายทุ่งแล้ว หนูดาวก็ยังเรียนไม่จบสักที 

      ทำนองเดียวกับที่ผมเคยโดนด่าว่า "ขายวัวจนหมดฝูงแล้ว เมื่อไรควายจะจบซะที"

      นี่สะท้อนถึงการลงทุนด้านการศึกษาลูกหลานของชาวไร่ชาวนา ถือเป็นเงินก้อนโตทีเดียว อาจไม่น้อยไปกว่าการลงทุนทำการผลิต 

      แม้ว่ารัฐบาลจะมีนโยบายเรียนฟรี ๑๒ ปี แต่ในความเป็นจริงนั้นพ่อแม่ ผู้ปกครองยังต้องจ่ายค่าจิปาถะมากมาย 

      ยิ่งไปกว่านั้นการลงทุนการศึกษาระดับอุดมศึกษาก็ยังสูงลิ่ว เป็นภาระที่หนักหนามิใช่น้อย 

      ทำไมชาวบ้านจึงยอมลงทุนเยอะขนาดนั้น ?

      "อยากให้ลูกเป็นเจ้าคนนายคน ทำงานมีเงินเดือนกิน ไม่อยากให้ลำบากเหมือนพ่อแม่"

      ถามชาวบ้านกี่คน ๆ ที่ยอมลงทุนส่งลูกหลานเล่าเรียน ใคร ๆ ก็จะตอบอย่างนี้ 

      ผมออกจะมีข้อสังเกตอยู่ไม่น้อยว่าลูกหลานที่ประสบความสำเร็จในการศึกษา และมีอาชีพการงานมั่นคง 

      ส่วนใหญ่มักจะเป็นลูกคนชั้นกลางขึ้นไป มิใช่ลูกหลานชาวไร่ชาวนาในชนบท จริงอยู่อาจจะมีอยู่บ้าง แต่ก็มีน้อยเข้าขั้นหายาก

      เพื่อนฝูงผมจำนวนมากที่เป็นลูกหลานชาวไร่ชาวนามีโอกาสได้ร่ำได้เรียน บ้างก็จบอนุปริญญา บ้างจบปริญญา ปริญญาโทก็มี 

      ถามว่าเพื่อน ๆ เหล่านี้ไปถึงความคาดหวังของพ่อแม่หรือไม่ คำตอบคือส่วนใหญ่ไปไม่ถึง 

      เพื่อนผมเหล่านี้บางคนยังปั่นสามล้อขายไอศกรีม บางคนเป็นยาม เป็นลูกจ้างเอกชน เป็นลูกจ้างหน่วยงานราชการ เป็นครูอัตราจ้าง ฯลฯ 

      แต่ที่เห็นไม่มีใครกลับไปทำไร่ทำนา อาชีพที่ส่งเสียตัวเองเล่าเรียนจนจบ 

      เพื่อนผมเหล่านี้เข้าลักษณะที่ว่า "กลับก็กลับไม่ได้ ไปก็ไปไม่ถึง" ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น...?

      ที่กลับไม่ได้... เพราะ

      (๑) เด็กที่เข้าเรียนในระบบโรงเรียน ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในโรงเรียนมากกว่าอยู่ในไร่นา โอกาสที่เขาจะได้เรียนรู้ในวิถีชีวิตจริง ได้ฝึกฝนทักษะนานาชนิดที่จำเป็นต้องใช้ในไร่นา ได้ฝึกฝนคุณลักษณะต่าง ๆ เช่น ความอดทน ความเพียรพยายาม จึงลดน้อยลงกระทั่งขาดหายไป 

      ฉะนั้นไม่แปลกใจอะไรที่หนูดาวกลับมาบ้านช่วงปิดเทอมไปช่วยแม่เกี่ยวข้าวก็ดันตกคันนาหงายท้อง กระหม่อมรึก็บางแค่นั่งรถอีแต๊กกลับบ้านถึงกับจับไข้ 

      (๒) เด็กยิ่งอยู่ในโรงเรียนนาน โดยเฉพาะพวกที่ออกมาเรียนต่อในเมือง ส่วนใหญ่มักติดสบายเพราะใช้ชีวิตแบบคนเมืองที่อยู่กับสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ยอมรับและรับเอาแบบแผนชีวิตของคนชั้นกลางในเมืองไปเป็นของตัวเอง 

      หนูดาวที่เข้าไปเรียนในกรุงเทพฯ จึงชอบคนขี่เก๋งรุ่นใหม่ ฟังเพลงสตริงโฟร์ ดูอคาเดมี่แฟนตาเซีย เดินเล่นแถวเซ็นเตอร์พอยท์ ซื้อของในห้าง พอกลับมาบ้านนอกที่ขาดการพัฒนา เจอแต่ทุ่งนา หมูหมากาไก่ ชาวบ้านด้อยการศึกษา ก็ทนไม่ได้ อยู่ได้พักเดียวก็บ่นอยากกลับกรุงเทพฯ 

      ส่วนที่ไปไม่ถึง... ผมคิดว่า

      (๑) ลูกหลานชาวไร่ชาวนาที่แม้จะมีโอกาสได้ร่ำเรียน แต่ส่วนใหญ่ก็เรียนไปตามปกติในโรงเรียน ไม่ได้รับการสนับสนุนส่งเสริมให้มากไปกว่านั้น ผิดกับลูกคนชั้นกลางที่มีปัจจัยเอื้อแทบจะทุกประการให้สามารถเล่าเรียนได้อย่างเต็มที่ พ่อแม่อำนวยความสะดวกให้ทุกอย่าง ทำให้มีความสามารถในการแข่งขันสูงกว่า ไม่ว่าจะเป็นการสอบเอนทรานซ์หรือการสอบคัดเลือกเข้าทำงาน

      ในชั้นเรียนของผมตั้งแต่ ป.เด็กเล็ก ไปยันมัธยม คนเรียนเก่ง เรียนดี มักจะเป็นลูกคนมีเงิน และคนกลุ่มนี้มักจะประสบความสำเร็จทั้งการเรียนและการงาน ขณะที่ลูกหลานชาวไร่ชาวนาเพื่อนผมหลายคนพอจบราชภัฏ จึงได้แค่ขายไอศกรีม เป็นลูกจ้าง ขายแรงงาน

      (๒) วงศ์วานว่านเครือของลูกหลานชาวไร่ชาวนามีไม่กว้างขวางพอที่จะสนับสนุนให้สามารถเข้าทำงานที่มั่นคงได้ ไม่มีเครือญาติเป็นผู้ใหญ่ในหน่วยงานที่มีบารมีมากพอที่จะฝากเข้าทำงานได้ พ่อแม่ญาติพี่น้องไม่มีเงินฝากมากพอที่จะได้รับสิทธิเข้าทำงานเป็นพนักงานธนาคาร 

      ผิดกับลูกหลานคนชั้นกลางที่มีทั้งเส้นสายและเงินฝาก แม้ว่าจะสอบแข่งขันไม่ได้แต่ก็ยังมีโอกาสใช้เส้นสายหรือจ่ายใต้โต๊ะเพื่อเข้าทำงาน งานดีที่มั่นคงจึงเป็นของลูกคนมีเงินมีเส้นสาย เหลืองานที่เลือกไม่ได้ไว้ให้ลูกหลานชาวไร่ชาวนาเพื่อนผมทำ

      เพื่อนผมจำนวนมากที่กลับไม่ได้ ไปไม่ถึง แต่...

      หนูดาวซึ่งวันนี้เป็นดาวมหาลัยและยังเรียนไม่จบ (แม้ว่าจะหมดนาไปหลายทุ่ง) ไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าเธอจะประสบความสำเร็จในการเรียนและการงานหรือไม่ เธอจะมีความสุขกับการใช้ชีวิตแบบคนชั้นกลางในเมืองหรือไม่ เธอจะไปถึงหรือไม่ แต่ที่รู้แน่ ๆ เธอกลับไม่ได้แล้ว...

 

 

เนื้อเพลง ดาวมหาลัย - สาวมาด เมกะแดนซ์ 

แม่ : ฮัลโหล ดาวบ่ลูกหล่า 
ดาว : ค่า 
แม่ : ปิดเทอมแล้วกลับมาซอยแม่เฮ็ดนาแหน่เด๊อ 
ดาว : โอเคค่า คุณแม่ขา แค่นี้นะคะ 
แม่ : เออ 

หนูดาวเป็นลูกสาวกก จบชั้น ม.๖ โรงเรียนบ้านหนองใหญ่, คุณแม่ขายไร่ขายนา ส่งดาวเข้ามาเรียนมหาลัย, มาเรียนอยู่ในกรุงเทพ ยูนิเวอร์ซิตี้ที่ทันสมัย, ดาวสวย ดาวเริ่ด ดาวเด่น คนมันสวยทำอะไรก็เด่น ก็เลยถูกพรีเซ้นต์ให้เป็นดาวมหาลัย, เพื่อนๆ ที่คณะ ปลื้มดาวสุดๆ เลยนะฮะ

ซัมเมอร์แม่เรียกตัวกลับมา ช่วยทำไร่ทำนาอยู่ที่บ้านหนองใหญ่, ไปอยู่บ้านป่ากับดงดาวบอกตรงๆ ว่ามันไม่ใช่, บ้านนอกขาดการพัฒนามีแต่ทุ่งนาและหมูหมากาไก่, ชาวบ้านก็ด้อยการศึกษากินแต่ปลาร้าที่ไม่พาสเจอร์ไรซ์, กินกบกินอึ่งกินแย้ แมงจินูน แมงจิโป่ม ดักแด้ กินแม้แต่กุดจี่ที่อยู่ในกองขี้ควาย, ฮื้อ กินเข้าไปได้ไงอะ แหวะ 

หนุ่ม ๆ มีแต่ซุมโลโซ เมาเหล้าขาว เหล้าโท ซิ่งมอเตอร์ไซค์, ไม่เหมือนหนุ่ม ม.กรุงเทพ ขี่เบนซ์ ขี่เชฟ บีเอ็ม รุ่นใหม่, ลูกทุ่งฟังไม่เป็นจริงๆ ดาวชอบสตริง โฟร์ มด กอล์ฟ ไมค์, อยากไปเมืองทองธานี ดูอคาเดมี่แฟนตาเซีย, ก็มีแต่เสียงอีสาน นกน้อย ปอยฝ้าย คำมอด ลูกแพร เงี๊ยะ หมอล้ำ หมอลำ 

เซ็นทรัล โรบินสัน เดอะมอลล์ เซเว่น บิ๊กซี ไม่มีที่บ้านหนองใหญ่, มีแต่ตลาดนัดคลองถม ไร้รสนิยม ดาวรับไม่ได้, เสื้อยืดตัวร้อยเก้าเก้า ไม่รู้ว่าเขาใส่ได้ยังไง, เคยเดินเล่นแถวเซ็นเตอร์พอยท์ ต้องมาเดินต้อยๆ ไล่วัวไล่ควาย, คิดมาเศร้าใจอดสู คิดถึงสังคมหรูๆ ตอนที่ดาวเรียนอยู่เป็นดาวมหาลัย, เจอสังคมบ้านนอกบ้านนอก อย่างนี้ ดาวปรับตัวไม่ทันนะ 

ไปนาใส่เกิบส้นสูง ตกคันนาหงายท้องดาวนั่งร้องไห้, ใส่เอวต่ำสายเดี่ยวเกี่ยวข้าว ควายเถิกควายเฒ่ายืนน้ำลายไหล, คุณแม่พานั่งรถอีแต๊ก หัวสั่นด๊อกแด๊ก กลับถึงบ้านเป็นไข้, อยู่มหาลัยเป็นเชียร์ลีดเดอร์ เป็นพริตตี้ เป็นพรีเซ็นเตอร์ ให้มาเป็นฟาร์เมอร์, ดาวว่า มันไม่ใช่ มันไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของดาวอะ 

แม่ขาอยากกลับกรุงเทพฯ คิดถึงเพื่อนๆ ที่มหาลัย, หนูเบื่อบ้านนอกคอกนา หยะแหยง ปลาร้า และกลิ่นโคลนสาปควาย, ดาวเบื่อชีวิตคันทรี่ อยากไปอยู่ ซิตี้ เป็นดาวมหาลัย, อย่างหนูมันต้องอยู่กรุงเทพฯ ถึงจะตรงคอนเซ็ปต์ที่ดาวตั้งไว้อะ 

แม่ : มึงสิไปตายไสกะไปโลด ไห้ไปเรียนกะบ่มีประโยชน์ มาอยู่บ้านกะบ่มีประโยชน์ ไปตายไสกะไปโลด กูกะรับบ่ได้ กูกะรับบ่ได้ กูกะรับบ่ได้ 
แม่ : อี่ดาวมหาลัย อี่พรีเซ็นเตอร์ใหญ่ กูเบิดนาไปจักท่งแล่ว มื่อได๋ มึงสิเรียนจบกับเขาจักเทียละหือ 
ดาว : คุณแม่ขา มาว่าหนูอย่างนี้ได้ยังไง มันเสื่อมเสียเกียรติภูมิดาวมหาลัยนะคะ คุณแม่ขา
แม่ : ว่าซือๆ กะไคตั๊ว กูบ่ตีนยันตกคันแท กะบุญหัวมึงแล่วตั๊ว 
ดาว : แม่ไม่เข้าใจดาว แม่ไม่เข้าใจความเป็นดาวมหาลัย แม่ไม่เซ้นสิถีฟ แม่ไม่เซ้นสิถีฟอ่อนไหวกับเรื่องอย่างนี้หรอก 
แม่ : มีแต่กูสิถีบมึงนั่นหละ อี่ดาวมหาลัยใหญ่ มื่อนี่หละ มึงสิกลายเป็นดาวรุ่งพุ่งสู่เมร มึงฮู่บ่ หือ