แผ่นฟ้าเบื้องบนใสราวกระจกที่เพิ่งผ่านการเช็ดถู จนมองไม่เห็นเส้นขอบฟ้า
แมกไม้นานาพรรณ ณ เบื้องล่างแข่งกันแตกยอดอ่อน ชูช่อล้อเล่นกับแสงตะวัน ประปรายกับดอกไม้ป่าหลากสี บนภูเขาใหญ่น้อยสลับซับซ้อน
ถัดลงมา ทุ่งนาผืนย่อมแทรกตัวอยู่ตามที่เชิงเขา ลดหลั่นไปตามความสูงชันของผืนดิน ต้นข้าวในนาตั้งท้อง รวงข้าวอ่อนโน้มลงสู่ดิน ส่งสัญญาณบอกเจ้าของนาว่าเวลาเก็บเกี่ยวใกล้มาถึงแล้ว
ผู้คนคณะหนึ่งทั้งหญิง ชาย รวมทั้งพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา นับได้ ๗ ชีวิต เดินแหวกฝ่ากอข้าวลัดเลาะไปตามคันนา เพื่อเข้าสู่หมู่บ้านแม่นิงนอก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ จุดหมายปลายทาง
คณะบุคคลทั้งเจ็ดที่ย่ำเท้าเข้าสู่หมู่บ้านนี้ ประกอบด้วยศาสนิกจากศาสนาพุทธ คริสต์และอิสลาม พวกเขารวมตัวกันในนาม “กลุ่มสานสามศาสน์”
เหตุผลในการเดินเท้าเข้าหมู่บ้านคราวนี้ ก็เพื่อสำรวจพื้นที่สำหรับการจัดค่ายให้กับบรรดาเยาวชนจากสามศาสนา ให้มาใช้ชีวิตและเรียนรู้จากกัน รวมทั้งการเรียนรู้วิถีชีวิตชาวปกาเกอะญอ ชาวป่าชาวดอยผู้ใช้ชีวิตเรียบง่ายและประพฤติตนตามคำสอนดั้งเดิมที่สืบทอดมาจากบรรพชนอย่างเคร่งครัด กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการกลับสู่ต้นน้ำ โดยการสนับสนุนจากเครือข่ายพุทธิกา และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
“กลุ่มสานสามศาสน์” เป็นการรวมตัวอย่างไม่เป็นทางการของคณะบุคคลจากสามศาสนา พวกเขาพบปะเจอะเจอ ทำกิจกรรมร่วมกันมาก่อนหน้าภายใต้โครงการศาสนสัมพันธ์ โดยการสนับสนุนจากศูนย์คุณธรรม
อ.ไพรัช ผนิชวรนันท์ อาจารย์จากโรงเรียนท่าอิฐศึกษา อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี อิสลามิกชนหนึ่งในแกนนำกล่าวถึงที่ไปที่มาในการรวมตัวของกลุ่มสานสามศาสน์ ว่า
“...ตอนนั้น ศูนย์คุณธรรม ทำโครงการเกี่ยวกับศาสนิกสัมพันธ์ ทำมาพักนึงแล้วหยุดไปเฉย ๆ ไม่ทำต่อ ทั้ง ๆ เป็นเรื่องที่ดี ทำให้เยาวชนจากต่างศาสนาได้เข้าใจกันมากขึ้น พวกเราที่ทำงานด้วยกันคุยกันว่าเสียดายไม่อยากหยุด ก็เลยยังรวมตัวกัน พูดคุยกัน ติดต่อกันมาตลอด...
...หลวงพี่กบ (พระมหาปรกฤษณ์ – พุทธ) ท่านจะเป็นวิทยากรประจำของที่นี่ มาบรรยายที่นี่ประจำ แรก ๆ มีหลวงพี่กบ มีมิสปุ๊ (วนิดา ลอยชื่น – คริสต์) ช่วงหลังมีเสาวนาสามศาสนาในงานประจำปีของโรงเรียน มีอาจารย์พิเชษฐ์ หลวงพี่กบ บาทหลวงสมเกียรติ แล้วก็ ดร.อานัส...”
วนิดา ลอยชื่น คริสตชนคาทอลิก อดีตครู ร.ร.อัสสัมชัญธนบุรี กรุงเทพฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า
“...สมาชิกกลุ่มสานสามศาสน์มีความเห็นร่วมกันว่าศาสนาน่าจะเป็นคำตอบที่แท้จริงของชีวิต การนับถือศาสนาต่างกันนั้นเช่นเดียวกับที่แต่ละคนมีรสนิยมต่างกัน หากแต่การยึดมั่นถือมั่นในศาสนาของตนอย่างไม่ถูกไม่ควรนั่นเป็นสาเหตุแห่งการดูแคลน เป็นเหตุแห่งการแยกเขาแยกเรา การเข้าใจผู้อื่นที่ต้องเริ่มจากตัวเอง ศาสนาเป็นเครื่องมือในการหลุดพ้นจึงไม่ควรเป็นเครื่องหมายของการแบ่งแยก...”
กลุ่มสานสามศาสน์ เป็นกลุ่มที่ทำงานกับเยาวชนในศาสนาตนเอง นอกจากมุ่งหวังให้เยาวชนได้เข้าถึงเนื้อหาที่แท้ของศาสนาแล้ว ยังช่วยเชื่อมประสานกับเยาวชนต่างศาสนา เพื่อการเรียนรู้เข้าใจซึ่งกันและกัน อันจะนำมาซึ่งความเข้าใจอันดีและอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
เยาวชนที่กลุ่มสานสามศาสน์ทำงานด้วย เป็นนักเรียนในโรงเรียนเครือข่ายฯ เช่น โรงเรียนท่าอิฐศึกษา
โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี โรงเรียนยอแซฟอุปถัมภ์ ฯลฯ
เยาวชนเหล่านี้ ได้ผ่านการเข้าค่ายศาสนิกสัมพันธ์ ภายใต้การดำเนินงานโดยศูนย์คุณธรรม มีสมาชิกกลุ่มสานสามศาสน์ซึ่งเป็นครูอาจารย์ในโรงเรียนเป็นผู้คัดเลือกและประสานงานให้เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งจัดต่อเนื่องมาทั้งสิ้น ๓ ครั้ง ก่อนที่จะยุติการดำเนินงาน แกนนำเยาวชนจากโรงเรียนท่าอิฐศึกษา เล่าว่า
“...ตอนแรกเขาติดต่อมาทางโรงเรียน ครั้งแรกโรงเรียนคัดเลือกนักเรียนไป ๔ คน กิจกรรมที่จัดเป็นการเรียนรู้ประสบการณ์จริง ไปเรียนรู้ร่วมกันระหว่างสามศาสนา พุทธ คริสต์ อิสลาม เรียนรู้วิถีชีวิต ไปเยี่ยมศาสนสถานทั้งสามศาสนา ค่ายแรกมีผู้เข้าร่วมประมาณ ๗๐ คน...
...ค่ายครั้งที่สอง เขาจะคัดเลือกเยาวชนจากชุดแรกเหลือ ๔๐ คน พวกเราจากโรงเรียนท่าอิฐได้รับการคัดเลือกให้ไปทั้งหมด ค่ายครั้งนี้เป็นค่ายฝึกผู้นำ ที่โรงเรียนผู้นำ จ.กาญจนบุรี...
...ครั้งที่สาม คัดเยาวชนเหลือ ๓๓ คน จัดที่เชียงใหม่ ครั้งนี้เรามิใช่เป็นผู้เข้าค่ายฯ แต่บทบาทเราเป็นผู้จัดค่ายฯ วางแผนร่วมกัน คิดกิจกรรมและดำเนินการร่วมกัน ผู้เข้าร่วมเป็นเยาวชนจาก ๓ ศาสนาในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งทางศูนย์คุณธรรมจะเป็นผู้คัดเลือกมา ๗๐ คน...”
นอกจากการเข้าร่วมกิจกรรมร่วมกับเยาวชนจากต่างศาสนาแล้ว ภายในโรงเรียนก็ยังมีการดำเนินงานขยายผลผ่านกิจกรรมหลากหลาย เช่น การจัดตั้งชมรมในโรงเรียน การจัดทัศนศึกษาเยี่ยมชมศาสนสถานของศาสนาอื่น การจัดบอร์ดแสดงนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับศาสนาอื่นกับนักเรียนในโรงเรียน ฯลฯ
อ่านตอนต่อไป
ผู้มีศาสนาอยู่ในหัวใจ (ตอนต่อของกลุ่มสานสามศาสน์)
สวัสดีค่ะ
กลุ่มนี้น่ารักมากครับ...
วันนี้ผมนั่งทำงานอยู่บ้าน
เย็น ๆ ว่าจะจัดทำรายละเอียดหลักสูตรค่ายฯ ครับ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ หนานเกียรติ
อยากให้ผู้ที่มีความคิดแบ่งแยกมาอ่านบันทึกนี้จัง
ศาสนาทุกศาสนา สอนให้คนรักกัน สอนให้คนรู้จักพอ สอนให้คนอยู่ร่วมกันได้ในสังคม โดยไม่มีความรู้สึกว่าแตกต่าง
ก็คงเหมือนที่คุณวนิดาว่า การนับถือศาสนาต่างกัน ก็เหมือนคนต่างรสนิยม
สามีชอบส้มตำ อาหารลาว ภรรยาชอบอาหารฝรั่ง (ไม่ใช่พี่แน่นอน 55555)
ยังครองเรือน อยู่ด้วยกันได้เลยเนาะ
ขอชื่นชม และอยากให้มีการขยายผลจังค่ะ
ส่งเสริมให้คนไทยรักกัน
ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก
ดีจังค่ะ
สวัสดีครับน้องหนาน ศาสนาไม่ใชช่รั้วกั้นของความเป็นมิตรครับ
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ
แหะ ๆ บ่นก็ไม่เป็นไรครับ
เมื่อเดือนที่แล้ว กลุ่มนี้เพิ่งทำกิจกรรมต่อเนื่องเป็นปีที่สอง
คาดว่าคงได้ตามไปเรียนรู้
แล้วจะนำความมาเล่าสู่กันฟังในโอกาสต่อไปครับ
ขอบคุณพี่ที่แวะมาเยือนและแบ่งปันความเห็นครับ
พี่พูดถึงความต่างระหว่างสามี ภรรยา
ผมกับภรรยาเป็นแบบนั้นเลยครับ
แฟนชอบทานสเต๊กเนื้อ ผมชอบลาบ
แฟนชอบสลัด ผมชอบตำปูปลาร้า
แฟนชอบดูหนังฝรั่ง (ดูยาก) ผมชอบหนังตลกไทย
แฟนฟังเพลงค่ายเบอเกอรี่ ผมฟังหมอลำและลุกทุ่ง
ขนาดนี้เลยครับ... ฮิ ฮิ
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ...
ใช่ครับ ศาสนามิใช่รั้วกั้น
แต่แถวบ้านผม วัดรั้วมิดชิดกว่าบ้านอีกครับ ฮิ ฮิ...
สวัสดีค่ะ น่าสนใจกิจกรรมที่ทำกับเยาวชนในเรื่องราวการนำศาสนามากล่อมเกลาค่ะ
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมนะครับ
สวัสดีค่ะ
* แอบแว๊บๆๆ มาทักทาย ตอนกรรมการประเมิน พักทานอาหารกลางวัน หลังจากที่ต้องนั่งตอบคำถามและอธิบายรายละเอียดโครงงานให้กรรมการฟังตั้งแต่เช้า.... ก่อนที่จะต้องไปนั่งรับการประเมินต่อรอบบ่าย... ไม่รู้ประเมินอะไรมากมายนะ ตั้ง 5 วัน ไม่หยุดเสาร์อาทิตย์เลย...โหดมัยคะ...
* อ่านบันทึกนี้ ตั้งแต่ บรรทัดแรก คำแรกของประโยค... ช่างคัดสรรคำพรรณนาได้งดงามยิ่งนัก....มองเห็นภาพตามคำบรรยายได้อย่างแจ่มชัด คุณหนานเกียรติมีสุทรียภาพในการพรรณนาเหลือเกิน.... เคยเขียนหนังสือบ้างไหมคะ... ครูใจดีจะซื้อเป็นคนแรกเลย เป็นความสามารถที่ใครก็ไม่สามารถเอาไปจากหนานเกียรติได้....ชอบมากๆ
* ชื่นชมผู้ร่วมอุดมการณ์ของกลุ่มสานสามศาสน์ ทุกท่านสมควรอย่างยิ่งที่จะได้รับการยกย่อง และได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ทุกศาสนาสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมัครสมานสามัคคี
* ลูกศิษย์เอาภาพที่ได้เข้าค่ายกิจกรรมการ กับ ตนบ้านนอก มาให้ดูแล้ว ประทับใจไปกับลูกศิษย์ด้วย เวลาที่พี่ๆ เล่าความหลัง เห็นบอกว่าน้ำตาแตกกันทั้งค่ายเชียว ... พยายามมองหาว่า ภาพไหนจะมีหนานเกียรติอยู่บ้างหนอ.... แต่ไม่เห็นค่ะ... อ้อ! พูดผิดไปว่า เข้าค่ายที่ อ.น้ำปาด เพราะมัวคิดถึงแต่ภูสอยดาว จริงๆ คือ เข้าค่ายที่ อ.ท่าปลา (อุทธยานน้ำน่าน) แก่แล้วก็งี้แหละ อย่าถือสากันเลยนะ...
* ถ้าจะมาเยี่ยมน้องน้องๆ ที่อุตรดิตถ์ กรุณาส่งข่าวนะคะ อยากเจอหนานเกียรติมากนะ และเป็นเจ้าบ้านที่ดี เลี้ยงข้าวกี่มื้อก็ได้ ด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง.... ถ้าจะให้นำทางขึ้นภูสอยดาวก็ยินดีค่ะ แต่คงต้องให้ซากี้ช่วยหิ้วปีกนะคะ....ฮา
* ถ้าน้องเฌวามาด้วยก็ดีเน๊าะ แต่แกยังเล็ก คุณแม่คงไม่อยากให้ไปไหนไกลด้วยความห่วงลูกน้อย
* ระลึกถึงค่ะ อย่าลืมถ้ามาอุตรดิตถ์ขอรับเกียรติจากหนานเกียรติให้มีโอกาสเป็นเจ้าบ้านที่ดีบ้างนะคะ.... ซักมื้อก็ยังดีค่ะ
สวัสดีค่ะหนาน..มีจิตใจที่อาสาตลอดเวลา..ขอชื่นชมที่นำมาให้เรียนรู้ค่ะ..
น่าชื่นชมในการรวมตัวเพื่อสิ่งดีๆแก่เยาวชน ภายใต้ร่มโพธิสมภารแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวค่ะ...ขอสนับสนุนนะคะ..
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจครับ
ยังไม่เคยเขียนหนังสือขายครับ ถ้าจะทำเมื่อไรรับรองขายครูใจดีเป็นคนแรก
บันทึกของผมส่วนใหญ่มาจากความประทับใจครับ ยิ่งประทับใจยิ่งเขียนดี ฝีมือไม่เท่าไรหรอกครับ เป็นเพราะเรื่องราวดี เรื่อจึงน่าอ่าน
ไปอุตรดิตถ์รับรองโทรหาแน่ ๆ ครับ
กิจกรรมของกลุ่ม ค คนบ้านนอก ผมมิได้ไปร่วมครับ
คาดว่าต้นปีหน้าอาจจะได้ไปเยี่ยมน้อง ๆ เหล่านี้ครับ
ขอบคุณจ้าดนักเจ้า ตี้มาแอ่วหาเจ้า
ขอบคุณครับ
ผมยังมีบันทึกเกี่ยวกับกลุ่มนี้อีกตอนนึงครับ..
ได้อ่านเรื่อง "กลุ่มสานสามศาสน์"แล้วทำให้พี่มีมุมมองที่กว้างขึ้น ได้เห็นสิ่งดีงามรอบๆตัวเรามากขึ้นจากเดิมที่วนเวียนแต่กับงานและชีวิตประจำวันที่เอาเวลาเราไปเกือบหมด
ขอบคุณเรื่องราวดีๆค่ะ
อ่านแล้วคิดถึงเพลง..."เชื้อสายประเพณี ไม่มีขีดกั้น..เกิดใต้ธงไทย ปวงชนทุกคนคือไทย..."
ปีนี้กลุ่มสานสามศาสน์เพิ่งจัดกิจกรรมเสร็จไปเมื่อเกือบเดือนที่ผ่านมา เสียดายผมไทไม่ได้ไปร่วมด้วย แต่คาดว่าคงได้ไปพูดคุยเก็บเอาเรื่องเล่า/บรรยากาศมาฝากครับ
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ
เหมือนกันเลยครับ เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้ยินแล้วครับเพลงนี้
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ