พี่เสรี เจ้าภาพใหญ่เมืองสตูล จาก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสตูล มาเล่าให้ฟัง ว่า ที่ผ่านมา สตูลทำอะไรบ้างในเรื่องของกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในผู้สูงอายุ พี่เสรี นำเสนอข้อมูลเพียบ บอกว่า

สตูลเป็นจังหวัดที่ติดชายแดน ไทย-มาเลเซีย ห่างจาก กทม. 973 กิโลเมตร การสัญจรมีเฉพาะทางรถยนต์ การติดต่อกับมาเลเซีย กับลังกาวี ก็จะไปทางทะเล มีพื้นที่ติดต่อกับตรัง และพัทลุงบางส่วน มีพื้นที่ป่าเขา ซึ่งพัทลุง กับสตูล เป็นพื้นที่สีแดงสมัยก่อน จังหวัดสตูล มี 7 อำเภอ 36 ตำบล 279 หมู่บ้าน มีเพียง 1 เทศบาลเมือง 6 เทศบาลตำบล 34 อบต. ประชากรมีประมาณ 280,000 คน จะมีชาวเลอยู่ด้วย และชาวเลจะอยู่ที่หลีเป้ะ ใกล้ๆ เกาะอาดัง ซึ่งจะเป็นเผ่าอุลักลาเว่ย เป็นคนละเผ่ากับที่กระบี่ และพังงา

ที่นี่นับถือศาสนาอิสลามเป็นส่วนมาก 74% มีไทยพุทธ รองลงมา 25% ที่เหลือเป็นคริสและอื่นๆ การประกอบอาชีพ ส่วนใหญ่ทำสวนยางพารา ปาล์มน้ำมันก็มีเยอะ และประมง

สถานบริการของรัฐ มี รพท. 186 เตียง 1 แห่ง รพช. 60 เตียง 1 แห่ง (รพ.ละงู) 30 เตียง 4 แห่ง สถานีอนามัย 54 แห่ง สถานีอนามัยที่มี ทภ. 7 แห่ง และ หน่วยควบคุมมาเลเรีย 1 แห่ง ... แต่สำหรับอำเภอมะนังยังไม่มี รพ. ... ควนกาหลงจึงต้องรับผิดชอบ 2 อำเภอ

ทรัพยากรสาธารณสุข ตาม GIS มีแพทย์ 55 คน ทันตแพทย์ 31 คน เภสัชกร 31 คน ส่วนทันตาภิบาลยังไม่มี ใน GIS ... ทันตบุคลากรมีทันตแพทย์ 21 คน ทันตาภิบาล 26 คน ผู้ช่วยทันตแพทย์ 7 คน และช่างทันตกรรม 1 คน ทันตบุคลากรที่กระจายอยู่ตาม รพช. ต่างๆ จะมีที่ รพท. รพช. มีน้องทันตาฯ อยู่ที่ สอ. 9 คน ... อัตราส่วนความรับผิดชอบต่อทันตบุคลากร ทันตแพทย์ 1:3,646 ทันตาภิบาล 1:11,022 และผู้ช่วยทันตแพทย์ 1:40,939

สภาวะทันตสุขภาพของประชาชนจังหวัดสตูล ปี 2548-2551

  • ในกลุ่มเด็ก 3 ปี ที่มี caries free มีปัญหาอยู่ว่า ยังไม่ถึง KPI ของกระทรวงฯ ตอนนี้ยังอยู่ที่ 28 กว่า
  • ในกลุ่ม 12 ปี ที่ caries free ดูว่าจะดีขึ้น แต่ก็มีดิ่งลงอีก เพราะว่าปัจจัยความเสี่ยงในเด็กอายุ 12 ปีเยอะมาก
  • ผู้สูงอายุมีฟันแท้ที่ใช้เคี้ยวอาหารได้ ยังอยู่ที่ 20 กว่า% ถ้ารวมทั้งฟันแท้ฟันเทียม ก็เกือบจะ 50% แล้ว

ผู้สูงอายุมี 31,579 คน ชมรมผู้สูงอายุที่ขึ้นกับสภาผู้สูงอายุ 70 ชมรม สมาชิกชมรม 6,864 คน และมีสาขาสภาผู้สูงอายุ 1 แห่ง

เรื่องของชมรมผู้สูงอายุ ปี 52 มีกิจกรรมที่ลงพื้นที่ก็คือ

  • อ.เมือง ที่ สอ.บ้านควน 2 ชมรม
  • อ.ท่าแพ 1 ชมรม
  • อ.ละงู 2 ชมรม
  • อ.ทุ่งหว้า ทำที่ รพ.ทุ่งหว้า และ สอ.ทุ่งดินลุ่ม
  • อ.ควนโดน 1 ชมรม
  • อ.ควนกาหลง ทำที่ รพ. 1 ชมรม และ สอ.นิคมพัฒนาฯ อ.มะนัง อีก 1 ชมรม

งบฯ การทำกิจกรรมของผู้สูงอายุทั้งหมด จะได้จาก PP area-based, PP community-based และ งบฯ ของ สสจ. ... ซึ่งการ defend งบฯ ก็ต้องเตรียมการณ์ล่วงหน้าว่า จะเตรียมการขยายพื้นที่ ก็ช่วยกัน defend งบประมาณกัน

กิจกรรมพัฒนาชมรมต้นแบบด้านการดูแลสุขภาพช่องปาก

  1. ประชุมถ่ายทอดโครงการ ฯ ระดับจังหวัด ให้กับแกนนำผู้สูงอายุ และชมรมฯ กลับไปทำกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพช่องปากในชมรมฯ
  2. จัดประชุมคณะทำงานระดับอำเภอ
  3. จัดกิจกรรมส่งเสริมทันตสุขภาพในชมรม
    - ให้ความรู้การดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ
    - การแปรงฟันหลังอาหารพร้อมกัน ย้อมแผ่นคราบจุลินทรีย์
    - ผู้สูงวัยไม่กินหวาน
    - การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ
    - ส่งเสริมการประกอบอาชีพ
    - กิจกรรมทางศาสนา

ปัจจัยความสำเร็จ ที่จะทำให้กิจกรรมในชมรมผู้สูงอายุมีความยั่งยืนได้

  1. นโยบายทุกระดับ - สำคัญที่สุด เพราะจังหวัดจะดูนโยบายของกระทรวง กรม เขต เป็นหลัก เพื่อที่จะแบ่งจัดสรรให้โครงการต่างๆ
  2. ทีมงานทุกระดับ - โดยเฉพาะทีมงานทันตฯ ถ้าทีมงานจังหวัด อำเภอ ตำบล ร่วมมือกัน ก็จะทำกิจกรรมในผู้สูงอายุก็จะทำให้งานสำเร็จได้ดียิ่งขึ้น
  3. คณะกรรมการสาขาสภาผู้สูงอายุประจำจังหวัด - เป็นผู้สนับสนุนที่สำคัญ เพราะว่า พอได้ไป contact กับ คณะกรรมการสาขาสภาของจังหวัดสตูล ก็ได้ทราบว่า คณะกรรมการมีผลกับชมรมเยอะ ผู้ที่อยู่ในสภาเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ มีความรู้ สามารถถ่ายทอดโครงการของเราลงไปในชมรมผู้สูงอายุได้ และเป็นผู้ที่ให้คำแนะนำ คำปรึกษาได้เป็นอย่างดี
  4. แกนนำชมรมผู้สูงอายุ - โดยเฉพาะในแกนนำชมรมผู้สูงอายุที่มีความเข้มแข็ง
    ... ภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดสตูล แกนนำผู้สูงอายุอยู่ในระดับชาวบ้าน ยังไม่ค่อยมีความรู้มากนัก
    ... ภาคใต้ รวมกลุ่มกันได้ค่อนข้างน้อย ต่างคนต่างอยู่จะดีกว่า เมื่อไรรวมตัวแล้ว จะเกิดปัญหาทุกครั้ง การมาอยู่รวมกันเพื่อพัฒนากิจกรรมในชมรม ในชุมชน ดูแล้วจะสู้ภาคเหนือ ภาคอีสานไม่ได้ เขาเข้มแข็งเยอะ และช่วยกันดีกว่า
    ... เพราะฉะนั้นการนำชมรมผู้สูงอายุ โดยเฉพาะของจังหวัดสตูล เราต้องนำเขาให้ดี ถึงจะทำให้แกนนำเขานำได้ด้วย
  5. ความร่วมมือของชุมชน - ค่อนข้างปานกลาง ต้องให้มีกิจกรรมเข้าไป หรือมีผลงานที่ชัดเจน ก็พอจะมีอยู่บ้าง แต่คงไม่ดีที่สุด
  6. งบประมาณ - มีความสำคัญ ถ้ามีการสนับสนุน ก็จะดี ถ้าไม่มีงบฯ ก็ทำได้ แต่อาจจะไม่ใช่เต็มร้อย

ปัญหาอุปสรรค

  1. ปัญหาทันตบุคลากร - ไม่สามารถทำครอบคลุมได้ทุกพื้นที่ เดี๋ยวนี้ สอ. มีภาระงานเยอะ ไม่สามารถทำงานได้ทั้งหมด ทำให้ รพ. แต่ละแห่งจะรับผิดชอบพื้นที่กว้างขวาง
  2. ปัญหาด้านงบประมาณ - ขึ้นอยู่กับนโยบาย ตั้งแต่ระดับกระทรวง เขต หรือจังหวัด ปีนี้นโยบายเขตจะแก้ปัญหาเด็กวัยเรียน ผู้สูงอายุไม่ได้เป็นปัญหาของเขต แต่ก็ได้นำปัญหาของผู้สูงอายุเข้าไปในนโยบายของจังหวัด ก็ได้งบประมาณมาบางส่วน
  3. ปัญหาด้านนโยบายกระทรวง/เขต/จังหวัด - ปัญหาของจังหวัด เราต้องมีข้อมูลว่า ทำไมถึงเป็นปัญหาของผู้สูงอายุให้ชัดเจนด้วย

ข้อเสนอแนะ

  1. นโยบายต้องชัดเจน - นโยบายระดับกอง ระดับเขตมีความชัดเจน ท่านผู้บริหารของจังหวัดก็จะสนับสนุนการดำเนินงานได้เต็มที่
  2. พัฒนาศักยภาพทันตบุคลากร - สำคัญเพราะว่า เราอยากพัฒนาทันตบุคลากรที่มีความรู้ในสหวิชาชีพ มีความรู้ไปให้ผู้สูงอายุในเรื่องต่างๆ ได้
  3. สนับสนุนงบประมาณ - การสนับสนุนงบประมาณในทุกระดับได้ก็จะเป็นการดี
  4. นิเทศ ติดตาม เสนอแนะ สม่ำเสมอ - เป็นสิ่งที่ดี เป็นประโยชน์กับโครงการ

แผนการดำเนินงานในปี 2553

เป็นแผนที่จังหวัดเริ่มคิดไว้แล้วนะคะ นั่นก็คือ

  • ขยายเครือข่ายอำเภอละ 1 ชมรม
  • จัดตั้งศูนย์พัฒนาทันตสุขภาพผู้สูงอายุ 6 แห่ง คิดว่า อยากให้ รพช. ทุกแห่ง เป็นศูนย์กลาง ของการพัฒนาทันตสุขภาพ ผส. กิจกรรมที่จะพัฒนาก็คือ
    - ส่งเสริมทันตสุขภาพ ร้อยละ 60
    - การออกกำลังกาย ร้อยละ 15
    - โภชนาการ ร้อยละ 15
    - HAPPY TIME ร้อยละ 10

คิดไปคิดว่า "ศูนย์พัฒนาทันตสุขภาพผู้สูงอายุ" นี่ก็เข้าท่าดีนะคะ แต่อาจจะดีกว่าหรือเปล่า ถ้าบูรณาการได้เป็นภาพรวมของอำเภอ หรือจังหวัดละค่ะ ... เราจะได้ทำแบบองค์รวมของท่าน สว. เลยไง

รวมเรื่องเครือข่ายผู้สูงวัย ที่สตูล