น.พ.อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล แห่งพ.ร.พ. มักจะค้นหาความรู้ขอแง่มุมคุณภาพจากธรรมชาติและสิ่งที่ผ่านเข้ามาในสายตาเสมอ จึงทำให้รู้กว้าง มีมุมมองใหม่ๆในเรื่องคุณภาพมานำเสนออยู่เสมอ

ฉันได้อ่านหนังสือการ์ตูนเล่มหนึ่งเมื่อเดือนก่อน เป็นการ์ตูนเก่าที่เกี่ยวกับความมุ่งมั่นของเด็กสาวคนหนึ่งกับการเต้นบัลเล่ย์ เธอ ชื่อ โมริโนะ อายุ 16 ปี เธอมีมานะที่จะเล่นบัลเล่ย์ด้วยแรงจูงใจจากชายคนหนึ่งซึ่งเป็นดาราบัลเล่ย์มีชื่อที่เธอมีศรัทธา ชื่อ คาซิโอมิ เธอตั้งความฝันว่า เธอจะได้เต้นบัลเล่ย์คู่กับเขา เธอได้รู้จักกับคาซิโอมิเพราะคาซิโอมิเคยมาเป็นโค๊ชบัลเล่ย์ให้เธอ

แล้ววันหนึ่งเมืองแห่งนี้ก็มีสมาชิกใหม่มาเพิ่ม เธอชื่อ โคซึกิ เธอเป็นลูกพี่ลูกน้องกับคาซิโอมิ โคซึกิเต้นบัลเล่ย์ท่ายากๆได้งดงามและถูกต้องตามเทคนิค

วันหนึ่งมีประกาศคัดตัวแสดงเพื่อเลือกไปเล่นคู่กับคาซิโอมิ โคซึกิเป็นคนผู้หนึ่งที่จะเข้าแข่งขันคัดตัวเพื่อเต้นคู่กับคาซิโอมิ ความเก่งของโคซิกิ ทำให้โมริโนะเพิ่มความมุ่งมั่นในการฝึกฝนตนเอง เพราะความมุ่งมั่น เธอจึงฝึกหนัก แล้วเธอก็เกิดบาดเจ็บที่ข้อเท้า ทำให้เธอพ่ายแพ้เมื่อเข้าแข่งขันคัดตัว แถมยังถูกหมอสั่งให้งดเล่นบัลเล่ย์ 2 เดือน และระหว่างนั้นคาซึโอมิก็เดินทางไปทำงานที่เมืองอื่น

เธอท้อแท้ หมดกำลังใจ และสับสนไประยะหนึ่ง จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอได้กลับไปพบกับเพื่อนๆในกลุ่มที่ฝึกฝนบัลเล่ย์ร่วมกันมา เธอจึงได้กลับมาทบทวนตนเองใหม่ และเธอก็พบว่า แท้จริงที่เธอเต้นบัลเล่ย์ ไม่ใช่เพราะเพื่อให้ได้เต้นกับคาซึโอมิ แต่เป็นเพราะเธอรักที่จะเต้นบัลเล่ย์ เธอจึงใช้เวลาที่เธอป่วย ฝึกฝนท่าทางการใช้มือ จนเมื่อหมออนุญาตให้เธอใช้ขาได้ เธอจึงฝึกฝนการใช้ขาใหม่ ในครั้งนี้สิ่งที่งอกงามขึ้นในใจเธอคือ การรับรู้ว่าที่เธออยากเต้นบัลเล่ย์เป็นเพราะเธอมีความสุขกับมัน

ต่อมามีประกาศให้ทุนแก่ผู้ที่ต้องการไปเรียนต่อบัลเล่ย์ในต่างประเทศ เธอจึงเริ่มศึกษาประวัติของนักเต้นบัลเล่ย์ เพื่อทำความเข้าใจแนวคิดที่ทำให้เขาและเธอเหล่านั้นประสบความสำเร็จ แล้วเธอก็พบเคล็ดลับว่า ทุกคนประสบความสำเร็จ เพราะมีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำ

การเตรียมตัวในครั้งนี้ของเธอ เธอเพียงแต่ฝึกฝนท่าพื้นฐานให้แน่น และทำความเข้าใจโจทย์ที่ระบุตัวละครให้เต้น แล้วเธอก็ตีโจทย์ออกว่า แท้จริงเรื่องราวของตัวละครในบัลเล่ย์เป็นตัวแทนเล่าถึงตำนานบัลเล่ย์ เธอไม่จำเป็นต้องฝึกเต้นเพื่อเลียนแบบตัวละครนั้น หากแต่เธอมีอิสระที่จะสร้างตัวละครนั้นขึ้นมาเพื่อเล่าถึงตำนานนั้นต่างหาก

เมื่อถึงวันเข้าแข่งขันคัดเลือก เธอเข้าร่วมและแสดงการเต้นบัลเล่ย์ที่เกิดจากจินตนาการของเธอเองต่อตำนานที่เป็นโจทย์ เธอได้รับคัดตัวผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ 3 คนแรก และในวันนั้น เธอเป็นเพียงผู้เดียวที่ได้รับการปรบมือจากผู้เข้าชมทุกคน

โคซึกิ เป็นผู้หนึ่งที่เข้าร่วมการแข่งขัน แต่เธอก็ไม่อยู่ในผู้ได้รับการคัดตัว 3 ลำดับแรก เมื่อโคซึกิถามกรรมการว่า ทำไมเธอไม่ผ่านการคัดตัว กรรมการตอบเธอว่า เป็นเพราะกรรมการสัมผัสได้ว่า เธอเต้นตามเทคนิค ไม่ได้เต้นด้วยหัวใจ เมื่อขาดหัวใจ ก็ไม่มีอะไรที่จะเติบโตไปมากกว่านี้แล้ว ทุนนี้จัดให้กับคนที่ยังมีอนาคต

ผู้ที่ได้รับทุน ไม่ใช่ โมริโนะ หากแต่เป็นเพื่อนของเธอคนหนึ่ง โมริโนะไม่เสียใจที่เธอไม่ได้รับทุน

ในวันต่อมา มีโทรศัพท์มาถึงโมริโนะที่บ้าน และบอกเธอว่า เป็นครูจากโรงเรียนบัลเล่ย์ในประเทศอังกฤษมาดูการแข่งขันและประทับใจในตัวเธอ จึงขอชวนเธอไปเรียนต่อที่ลอนดอน เธอตกลงใจไปเรียนต่อเพื่อเดินหน้าสู่การเป็นนักบัลเล่ย์ที่จะได้กลับมาเต้นคู่กับคาซิโอมิต่อไป

ขอบันทึกไว้เพียงเพื่อใช้บอกความรู้สึกและประสบการณ์ของพวกเราชาว ร.พ.กระบี่ในการพัฒนาคุณภาพ ผ่านประสบการณ์ชีวิตของโมริโนะ

2 กุมภาพันธ์ 2551