ให้บังเอิญที่สาวๆในทีมบางคนติดราชการไม่สามารถอยู่ช่วยงานวันเปิดตลาดนัดได้ ด้วยฐานะทีมงานหลักในพื้นที่จำเป็นที่ต้องมีทีมช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้มาจับจ่ายซื้อขายสินค้า ดังนั้นหลายๆคนของพี่น้องร่วมทีมเบาหวานทั้งจากกลุ่มงานการพยาบาลและจากสถานีอนามัยในพื้นที่อำเภอเมืองจึงถูกระดมเข้ามาช่วยงานเปิดตลาดนัดในครั้งนี้ด้วย หน้าที่หลักที่มอบหมายให้เข้ามาช่วยก็คือเรื่องการช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้มาเยือนในเรื่องของข้อมูลในพื้นที่และเข้ามาช่วยดำเนินกิจกรรมผ่อนคลายสันทนาการที่จะเอ่ยปากขอช่วย
ในส่วนของบรรดาแม่ค้าต่างจังหวัดที่ติดต่อมาเพื่อขอเปิดท้ายขายสินค้าด้วย กระบี่้ช่วยประสานต่อเจ้าภาพใหญ่คือพรพ.ในเรื่องของการจัดสรรพื้นที่ให้ ส่วนการสมัครขอเข้าเปิดร้านด้วยผ่องถ่ายต่อการติดต่อไปโดยตรงที่พรพ.
และแล้วกำหนดวันเปิดตลาดนัดจริงๆก็มาถึง วันแรกนั้นเป็นเรื่องของการเตี๊ยมงานกันระหว่างครูใหญ่ของงานกับทีมงานที่ ระดมมาช่วยกันจากหลายจังหวัด
สุราษฎร์ ตรัง นครศรีธรรมราช พัทลุง ชุมพร กระบี่ ปัตตานี นราธิวาสที่มาช่วยกัน มีทีมงานส่งมาจากโรงพยาบาลจังหวัดอยู่แค่ 4 แห่ง (ตรัง กระบี่ นครศรีธรรมราช นราธิวาส) นอกนั้นก็เป็นทีมจากโรงพยาบาลชุมชน (ชัยบุรี หลังสวน ท่าศาลา ปากพะยูน กะพ้อ)

ด้วยมักเห็นคนทำงานอยู่ในโหมดเร่งร้อน ต่างคนต่างรีบ ต่างจะเร่งทำงานให้แล้วเสร็จ มองเห็นแล้วรู้สึกไม่เห็นคุณภาพชีวิตคนทำงานสักเท่าไร ไหนๆคนทำงานก็มาถึงเมืองพักผ่อนอย่างกระบี่แล้ว เจ้าถิ่นอย่างเราก็เลยตั้งใจว่าจะเอื้อโอกาสให้คนที่เดินทางมาได้เพิ่มคุณภาพชีวิตอย่างเนียนๆสักหน่อย ลดความเร่งรีบและได้ผ่อนคลายความเครียดโดยเอื้อเวลาให้ได้พักเป็นครู่หลังการเดินทาง กินมื้อเย็นแล้วนั่งคุยกันต่อน่าจะดีกว่า
เวลาช่วงเย็นเป็นเวลาที่ชีวิตของคนเข้าสู่คลื่นแอลฟ่าได้ง่าย การพูดคุยกันก็ยังช่วยให้คนเข้าสู่พื้นที่แห่งพลังของตัวได้ง่าย จึงเป็นอะไรที่ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้คนที่ทำงานให้ดีขึ้นอีกหน่อยได้อย่างง่ายๆ อีกอย่างคนที่จะมาร่วมหลายคนที่ติดต่อมาก่อน ก็บอกกับเราว่าเธอหลายคนนั้นต้องเคลียร์เวรเคลียร์งานที่ติดอยู่ บางคนลงเวรดึกแล้วเดินทางมา บางคนเดินทางมาต่อหลังไปเข้าเรียนปริญญาโทภาคพิเศษ
เพื่อเอื้อให้ทุกคนที่อยากมาร่วมได้มาร่วมอย่างสะดวกใจ สะดวกกาย เราจึงคาดหมายว่าให้เริ่มทำงานกันหลังจากอิ่มท้องมื้อเย็นต่อยาวไปเลย ทำงานกันเสร็จก็พักยาวด้วยการนอนต่อน่าจะดีสำหรับทุกคน
เวลานัดหมายเพื่อเตี๊ยมงานที่ประสานไปกับทุกแห่งจึงกำหนดที่ 18.00 น.เป็นต้นไปของวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน โปรแกรมถูกเซ็ทให้นัดพบกันที่ร้านอาหารเรือนทิพย์ แล้วใช้ห้องกินข้าวนั่นแหละนั่งคุยกันต่อ

ช่วงสายสักหน่อยของวันอาทิตย์หลังเช็คงานกับลูกทีมคนสวยที่เหลืออยู่หนึ่งหน่อ(ทีมงานอีกหน่อที่จัดไว้ ติดเรื่องพี่สาวและตัวเองป่วยต้องไปหาหมอที่กรุงเทพฯ) ได้ความมาว่าไม่มีอะไรให้เป็นห่วงเท่าไร อะไรๆที่เตรียมไว้ลื่นไหลดีอยู่
มีปัญหาอยู่บ้างนิดหน่อยเรื่องของงานต้อนรับที่เหลื่อมเวลากัน จึงตกลงกันใหม่ว่าในวันนี้ ผู้ไปรับทีมงานจากพรพ.คือตัวฉันเอง ส่วนตัวของน้องให้เข้าไปพบกับคนที่เดินทางจากต่างจังหวัดที่โรงแรมเมอร์ริไทม์โลดไปเลย
ก่อนออกจากบ้านในตอนบ่าย เช็คข่าวกับครูใหญ่ก็ได้ความว่าครูใหญ่ตั้งใจจะออกจากนครศรีธรรมราชมาแต่เช้า แต่เจ้ากรรมรถที่จะใช้เดินทางเกิดมีปัญหา ทำให้ต้องรออีกหน่อย ตอนที่เช็คข่าวเป็นเวลาบ่ายโมงแล้ว โล่งใจไปหน่อยที่แม้การออกเดินทางจะมีเหตุให้ล่าช้า แต่ทีมครูใหญ่ก็อิ่มท้องมื้อเที่ยงกันเรียบร้อยแล้ว
ทีมงานของหมอนิพัธเดินทางกันมาก่อนหน้าแล้วโดยมีน้องหมอยงยุทธจากกระบี่ไปรับมาตีกอล์ฟตั้งแต่เช้า มีแต่หนูอ้อที่รออยู่เพื่อเป็นเพื่อนร่วมทางมาด้วยกับครูใหญ่
เมื่อไปรับทีมงานพรพ.จากสนามบินมาแล้วในช่วงบ่ายสองกว่าๆ ถึงโรงแรมแล้วปรากฏว่าต้องรอห้อง พนักงานเขาติดกรอบว่าจะให้ห้องตรงกับเบอร์ที่จองไว้ แต่ห้องเหล่านั้นแขกที่พักอยู่ก็ยังไม่คืนห้องให้เลย พอดีคุณเจี๊ยบ ผู้จัดการที่รู้จักกันเธอเดินเข้ามาทัก เห็นว่าจะต้องรออยู่กันนาน เธอก็เลยช่วยแก้ปัญหาตกลงกันใหม่ว่าจะให้ใช้ห้องที่ว่างอยู่เช็คอินแทนได้รึไม่ ตกลงกันแล้วก็โล่งไปไม่ต้องแกร่วรอห้องอยู่จนเย็น

ส่งทีมงานพรพ.เช็คอินเข้าโรงแรมไปแล้ว ก็เดินออกมาหน้าถนนหน้าล็อบบี้โรงแรม ถึงถนนรอที่จะข้ามรถที่นำทีมครูใหญ่มาก็จอดลงตรงหน้าพอดี ทักทายกันแล้ว คำแรกที่จำได้ว่าครูใหญ่ถามในเรื่องงานที่ให้เตรียมก็คือ ตามทีมงานมาคุยกันหน่อยเพื่อนัดหมายเรื่องงานวันพรุ่งนี้ ชื่นชมจริงๆค่ะที่ครูใหญ่มุ่งมั่นกับงานเป็นแบบอย่างที่ดีให้ได้เห็น
ตอนตอบไปว่านัดหมายกันไว้เป็นเวลาหกโมงเย็นนั้นรู้แล้วว่าพลาดแล้วที่นัดเวลาเอาไว้ช้าไปแล้วต๋อย ก็แก้ตัวกันใหม่ด้วยการช่วยกันทำงานติดต่อและติดตามทีมงานที่นัดหมายไว้ว่าอยู่กันที่ไหนบ้างในตอนนั้น ติดต่อไปแล้วก็พบว่ายังมีหลายคนอยู่ระหว่างเดินทางและยังมาไม่ถึง บางคนมาแล้วก็ออกไปหาอะไรกินรองท้องเป็นมื้อเที่ยง บางคนยังไม่ได้ออกมาจากบ้านของตนที่ต่างจังหวัดซึ่งใช้เวลาเดินทางแค่ชั่วโมงครึ่งก็จะมาถึง หมอนิพัธเองก็ยังไม่เสร็จจากภารกิจส่วนตัวของตัวเอง
เช็คเวลาดูแล้วอย่างเร็วที่สุดที่จะได้เจอกันก็เป็นเวลาห้าโมงเย็น จึงบอกเวลาไปกับทุกคนว่าห้าโมงเย็นมาเจอกันที่ร้านอาหารเรือนทิพย์กันได้เลย ระหว่างรอกันนั้นครูใหญ่ก็เลยได้ใช้เวลาสัมผัสหาดทรายกระบี่ ได้เติมพลังจากสายลม แสงแดด และธรรมชาติ....สมใจเจ้าภาพนะค่ะ....ขอบอก...อิอิ
14 มิถุนายน 2552