“การ ตีความจากเรื่องเล่า.....ผลัดกันตีความทีละคน เพื่อหาว่ามีความรู้อะไรบ้างที่อยู่ในความสำเร็จนั้น และอยู่ในวิธีการทำงานที่นำไปสู่ความสำเร็จนั้น.....เน้นการถอดประเด็นจาก เรื่องเล่าให้อยู่ในรูปแบบของความรู้เชิงปฏิบัติ....หลีกเลี่ยงการใช้หลัก การเชิงแนวคิด/ทฤษฎีมากำหนดการตั้งประเด็นจากเรื่องเล่า” ...ขุมความรู้ คือ เกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ เป็น “เคล็ดวิชา” ไม่ใช่ “หลักวิชา” เป็นเทคนิคเฉพาะตัวที่ใช้แล้วได้ผล หรือ กลเม็ด

จำกันได้แล้วใช่ไหมความสัมพันธ์ของฐานต่างๆที่นำสู่การได้มาซึ่งคู่เรียนรู้ที่ช่วยให้ช่องว่างความรู้ถมเต็มได้แบบเรียนลัด  จากฐานล่างสุด “ขุมความรู้จากเรื่องเล่า”  หรือเรื่องเล่าเร้าพลัง ส่งข้อมูลมาสู่ฐานถัดมา    “แก่นความรู้”

ลองมาทวนความรู้จาก “เรื่องเล่าเร้าพลัง” ก่อนที่จะนำมาสกัดแก่นความรู้ดูหน่อยเป็นไร  

ครูใหญ่ได้พร่ำสอนไว้เช่นกันว่าในส่วนของเรื่องเล่าเร้าพลังแบบไหนชวนฟัง การบันทึกแบบไหนชวนอ่าน    ยกตัวอย่างมาให้อ่านดูบ้างแล้วกันนะค่ะว่าระหว่างเรื่องต่อไปนี้ ทั้งที่ยกมาจากครูใหญ่นำมาสอนและจากอีกหลายเวทีที่เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งคุณอำนวย คุณลิขิต และคุณกิจทำงานอยู่ด้วยกัน เรื่องอะไรชวนฟังชวนอ่านมากกว่ากัน 

นำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันสำหรับร.พ.ที่สมัครเป็น node ใหม่และที่จะนำเอาการจัดการความรู้ไปใช้ในหน่วยงานที่จะมีคุณอำนวยและคุณลิขิตทำหน้าที่พี่เลี้ยงกลุ่ม ในมุมของความสำคัญของเรื่องเล่าที่เป็นฐานสำคัญ

เรื่องที่ยก 2 เรื่องแรกเป็นตัวอย่างเพื่อเรียนรู้รูปแบบที่สื่อความหมาย“เร้าพลัง” สำหรับผู้ฟังหรือผู้อ่านที่ได้มาจากที่ครูใหญ่ยกตัวอย่างมาให้ดูเป็นบทเรียนในตลาดนัดภาคใต้ค่ะ

เรื่องเล่า “ตรวจเท้าที่ สอ.” 

ช่วงเช้าเราไปที่ สอ.นาหนาด บ่ายไปที่ สอ.ฝั่งแดง.....พอไปถึงก็ยิ้มได้เลย เจ้าหน้าที่ สอ. และ อสม.อีก 3 คนกำลังช่วยกันลงทะเบียนจัดคิวให้ผู้ป่วยอย่างขะมักเขม้นไม่รอช้า อย่างแรกรีบบอกให้คนไข้หยิบเก้าอี้คนละตัวไปนั่งตรงที่มีแดดหน่อย....เริ่ม ต้นคือก้มดูเท้า ดูรองเท้าและสอน..บัญญัติ 10 ประการทันที แถมด้วยให้ทุกคนโชว์รองเท้าที่ใส่มา....ตอนนี้สนุกมาก เพราะแต่ละคนทั้งอาย ทั้งตลก ที่ต้องโชว์สิ่งที่อยู่กับตีนโดยไม่รู้ตัว....

เรื่องเล่า “พลังเยาวชนเพื่อสุขภาวะชุมชน” 

พัฒนาระบบการดูแลสุขภาพชุมชนโดยใช้หลักการเชิงกัลยาณมิตร การเสริมพลัง ผ่านกระบวนการจัดการความรู้จากกลุ่มเยาวชนแกนนำสร้างเสริมสุขภาพในโรงเรียน การขยายสู่การสร้างเสริมสุขภาพในครอบครัวและชุมชน..........มีการประยุกต์ ใช้ทุนทางสังคมทุกชนิดที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด.......

ลองประเมินดูเองนะค่ะ ว่าเรื่องไหนเร้าพลังกว่ากัน


ครูใหญ่ยังได้สอนวิธีสกัดขุมความรู้ว่า

“การตีความจากเรื่องเล่า.....ผลัดกันตีความทีละคน เพื่อหาว่ามีความรู้อะไรบ้างที่อยู่ในความสำเร็จนั้น และอยู่ในวิธีการทำงานที่นำไปสู่ความสำเร็จนั้น.....เน้นการถอดประเด็นจากเรื่องเล่าให้อยู่ในรูปแบบของความรู้เชิงปฏิบัติ....หลีกเลี่ยงการใช้หลักการเชิงแนวคิด/ทฤษฎีมากำหนดการตั้งประเด็นจากเรื่องเล่า”

ขุมความรู้ คือ เกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ เป็น “เคล็ดวิชา” ไม่ใช่ “หลักวิชา”  เป็นเทคนิคเฉพาะตัวที่ใช้แล้วได้ผล หรือ กลเม็ด

แล้วเรื่องเล่าเร้าพลังที่ได้มา เวลาที่จะนำมาทำงานสกัดขุมความรู้ และแก่นความรู้ มีรูปแบบวางให้เห็นความสัมพันธ์กันถึงตัวนางเอกด้วยอย่างที่เห็นข้างบนนี้เอง

มิหนำในเรื่องเล่า 1 เรื่อง มิใช่มีแต่ความรู้แค่หนึ่งเดียวนะ ในหนึ่งเรื่องนะมีความรู้อยู่มากมายเชียวนะ


เมื่อกลับมาดูแผนผังการขับเคลื่อนเครือข่าย ก็เห็นว่ากระบวนการในตลาดนัดที่ทีมงานอย่างเราได้มีบทบาทร่วมอยู่นั้น เป็นเวทีฝึกเราให้มีประสบการณ์ในการขับเคลื่อนเครือข่ายในช่วงที่ 2  และฝึกความสามารถของเราในการทำหน้าที่บันทึกประสบการณ์และส่งต่อให้ผู้อื่นเรียนรู้ 

ถึงบางอ้อแล้วทำให้รีบกลับไปทวนความรู้ที่ครูใหญ่ตั้งใจสอนไว้อีกครั้งกันเถอะ ก่อนที่จะไปเรียนรู้การสกัดแก่นความรู้ที่ได้ทำงานจบไปแล้วต่อไป

17 มิถุนายน 2552