วันนี้ถือโอกาสที่ความขี้เกียจไม่เข้ามาเป็นนายแทรกให้ใช้เป็นข้ออ้างให้วางมือจากการสะสางสินค้าจากแผงที่รื้อมาจากตลาดนัดความรู้เบาหวาน-ความดันโลหิตสูงภาคใต้เหมือนทุกครั้ง ชิงลงมือเริ่มหยิบจับสินค้าที่ซุกๆเอาไว้ขึ้นมาพิจารณาคุณค่าเพื่อเลือกนำไปใช้งานต่ออีกครั้ง

สินค้าชิ้นที่กำลังหยิบขึ้นมาแบชวนให้ซื้อไปใช้ต่อในบันทึกนี้ มิได้ถูกเลือกไปขายต่อในงานมหกรรมเบาหวาน-ความดันโลหิตสูงหรอกนะคะ  การที่มันไม่ได้ถูกเลือกไปใช้ในเวทีที่นั่นมิได้หมายความว่ามันไม่มีจุดที่ชวนสนใจ

เจ้าของแผงที่ฉันหยิบสินค้าของเธอมานำเสนอไว้ที่ี่นี่ คือ คุณจิระภา นุ้ยพระยา พยาบาลชำนาญการ จากหอผู้ป่วยใน ร.พ.หลังสวน จังหวัดชุมพร  สินค้าหน้าตาเป็นอย่างไรตามมาชมกันได้เลยค่ะ


"ลุงธีระเป็นเบาหวานมากว่า 10 ปี ระดับน้ำตาลของลุงขึ้นๆลงๆอยู่เรื่อยๆ ระดับไล่เรี่ย 300 มก./ดล. อยู่เรื่อยเชียว เดี๋ยวนี้ลุงได้รับการรักษาด้วยยากินและยาฉีดวันละ 2 รอบต่อวัน กินยามื้อละ 2 เม็ด ไม่คุมอาหารหรอก ความรู้นะลุงมีนะ ลุงดื่มกาแฟวันละ 2-3 แก้วทุกวัน มาหาหมอเดือนละครั้ง มักต้องปรับขนาดยาฉีดเพิ่มให้ทุกครั้ง ลุงเขาสูบบุหรี่ด้วย บุหรี่ใบจากแค่วันละ 2 มวนเท่านั้นเองไม่ใช่บุหรี่ซองหรอก สูบก่อนนอนทุกวันเชียวนะ ของหวานนะชอบเป็นชีวิตจิตใจเลยแหละ ผลไม้ของโปรดคือทุเรียน ฤดูทุเรียนลุงก็เลยไม่เคยพลาดที่จะกินมัน

ลูกๆของลุงเล่าว่าเตือนลุงบ่อยไป แต่ลุงดื้อนะ ไม่รู้จะทำยังไง ไม่สนใจคำเตือนเอาซะเลย เอือมลุงจริงๆ จึงไม่ใคร่ได้ใส่ใจลุงกันไปทั้งหมด.....

ลุงมีอาการชาืมือชาเท้าแล้วนะ เวลามารับยาลุงมักจะผิดนัด บอกเหตุผลว่า มีธุระและยายังเหลือ จนกระทั่งขาดนัดไป 4 เดือนเต็มๆ ร.พ.จึงให้อสม.ไปช่วยตามตัวลุงหน่อย ลุงจึงได้กลับมาพบหมอ ลุงบอกว่าที่ขาดนัดไปนะ กลัวหมอจะว่าที่ไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำ เกรงใจหมอนะแหละ ก็เลยรักษาตัวเองด้วยการไปซื้อยาตามร้านขายยามากินเอง

วันหนึ่งเกิดเรื่องขึ้นมาตรงที่เดินๆอยู่ รองเท้าลุงหลุดจากเท้า เหยียบลงบนกองไฟพอดี๊ พอดี ไม่รู้สึกว่าเจ็บอะไร เวลาเจ็ดวันตั้งแต่วันที่เหยียบไฟ แผลที่เท้า็ไม่ได้ทำความสะอาดอะไรเลย จนมีหนองเกิดขึ้นตรงที่ไปเหยียบไฟและเท้ามีกลิ่นจึงรู้ว่ามีแผลอยู่ที่เท้า แถมด้วยมีไข้หนาวๆร้อนๆด้วย ลุงตัดสินใจมาหาหมอ เจาะน้ำตาลในเลือด โอ้โฮ!  ขึ้นไปเกิน 300 มก./ดล.เชียวนะ  ลุงหน้าตาไม่สบายเลยเมื่อหมอให้นอนร.พ. และระหว่างลุงนอนร.พ.ก็มีเสียงบ่นของลุงเรื่องลูกๆที่ไม่มาเยี่ยม

ทีมสหวิชาชีพพากันมาช่วยดูแลลุง ช่วงแรกๆที่ฉันเข้าไปทำแผลให้ลุง ลุงดูเครียดมาก ระหว่างทำแผลพูดคุยจึงให้กำลังใจลุงไปด้วย แต่ไม่ว่าฉันจะให้คำแนะนำลุงอย่างไร ดูเหมือนลุงจะไม่ยอมทำตามเลยแฮะ แผลลุงติดเชื้อและเชื้อดื้อยาซะด้วยซิ หมอให้ฉันแยกตัวลุงออกห่างจากคนไข้คนอื่น  คราวนี้ลุงยิ่งรู้สึกแย่และเครียดขึ้นๆ แผลที่ช่วยดูแลทำให้ทุกวันก็ไม่ดีขึ้น การทำตามคำแนะนำก็แปะเอี่ย ไม่ทำตามเหมือนเดิม

แล้วฉันก็นึกขึ้นมาได้ มีผู้ป่วยเบาหวานที่เตียงซึ่งอยู่ใกล้เตียงของลุงอยู่คนหนึ่งที่สิ่งที่้ลุงต้องปฏิบัติตัวเขาทำได้ดีและมีความเข้าใจดีพอที่จะบอกเล่าให้ลุงฟังได้ ฉันจึงเข้าไปคุยกับผู้ป่วยคนนี้ ขอความช่วยเหลือให้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การดูแลตัวเองให้ลุงได้ฟัง ทั้งการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย การงดกาแฟและบุหรี่ การเปลี่ยนชนิดน้ำดื่มทุกประเภททุกชนิดมาเป็นน้ำเปล่า

หลังจากนั้น 1 สัปดาห์ ลุงเปลี่ยนไปเลยแหละ เมื่อลุงเห็นความจริงว่าเพื่อนข้างเตียงเขากำลังจะได้กลับบ้านแล้วด้วยการดูแลตัวเองจนดีขึ้น ลุงจึงเริ่มปรับการปฏิบัติตัวด้วยตัวเอง เริ่มควบคุมอาหาร งดกาแฟที่เคยดื่มลงวันละ 3 แก้ว งดสูบบุหรี่ก่อนนอน งดการกินของหวาน กินอาหารเฉพาะที่ร.พ.จัดมาให้เท่านั้น ปฏิบัติตัวแล้วระดับน้ำตาลในเลือดของลุงดีขึ้น ควบคุมได้ดีขึ้น เริ่มมีรอยยิ้มบนใบหน้าของลุงให้ฉันเห็นบ้างแล้ว และแล้วรอยยิ้มก็ยิ่งสดใสขึ้นเมื่อลูกๆมาเยี่ยมลุงกันแล้ว มากันทุกวันเลยเชียว

จนกระทั่งแผลดีขึ้น....ก่อนกลับบ้าน ลุงบอกมาว่า ไม่เอาแล้ว ไม่อยากนอนร.พ.เกือบเดือนเหมือนคราวนี้แล้ว กลัวแล้ว กลับไปจะปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของหมอแล้วหละ....."

เป็นไงค่ะ สินค้าชิ้นนี้ ชมเพลินไปเหมือนกันใช่ไหม

ขอบคุณเรื่องเล่าที่ชี้มุมให้เห็นความในใจของผู้ป่วยเบาหวานในหลายมุมเชียวนะค่ะ

ขอบคุณเรื่องเล่านี้เช่นกัน ที่ชี้มุมให้เห็นว่า ใช่แต่หมอ พยาบาลเท่านั้นที่ร่วมทำหน้าที่หมอดูแลผู้ป่วยเบาหวานได้

ผู้ป่วยเบาหวานด้วยกันก็ทำหน้าที่หมอได้ และก็เป็นได้ดีกว่าหมอๆพยาบาลด้วย ขอแต่ให้เอื้อโอกาสให้ได้ลองทำให้ดูบ้าง เชื่อใจในความสามารถของผู้ป่วยเบาหวานด้วยกัน เอื้อให้ผู้ป่วยได้ทำหน้าที่ "หมอพูด" ร่วมด้วยช่วยกันนะค่ะ แล้วหมอ-พยาบาลนะอย่าหนีห่างไปไหน คอยทำหน้าที่หมอยา หมอทำแผลต่อๆไป

สำหรับเรื่องนี้ มี "หมอตามผล" อยู่ด้วยนะคะ ลองหาดูหน่อยไหมค่ะว่าใครบ้างที่หากมีจิตอาสาแล้วจะช่วยได้นะคะ

มองเห็นลูกฮึดของคนป่วยอย่างลุงจริงๆ เห็นกันรึเปล่าว่า ลูกฮึดของลุงเกิดขึ้นได้อย่างไร ขอใบ้ให้หน่อยค่ะว่า ไม่ใช่ความกลัวทำให้เกิดหรอกนะคะ แต่เป็นเรื่องลุงรู้ว่าลุงทำได้ต่างหากเล่า

เชื่อกันรึเปล่า ไม่เชื่อลองลงมือดูนะคะ ระหว่างขู่ให้กลัวทุกวันกับการหาวิธีให้รู้ว่ามีฝีมือพอที่จะทำได้ด้วยตัวเองโดยไม่มีการขู่ อย่างไหนจะได้ผลสำเร็จง่ายกว่ากัน

ไม่ต้องไปลองกับใครที่ไหนหรอกนะคะ ลองถามใจตัวเองนี่แหละค่ะ ว่าถ้าเป็นตัวเราเองนั่นแหละคือคนที่ถูกขู่ให้กลัว อย่างไหนง่ายกว่าที่เราจะตัดสินใจทำอะไรให้ตัวเอง

ขอสรุปความรู้เป็นตำราส่วนตัวเอาไว้ใช้งานต่อสำหรับการปรับปรุงแผนการดูแลผู้ป่วยเบาหวานซะหน่อย

ไม่คุมอาหาร กินสาระพัดอาหารหวาน เพิ่มยาอย่างไรก็คุมโรคไม่อยู่อย่างที่ฝัน อย่าเป็นหมอที่เชื่อความฝันตัวเองเลยนะ อยู่กับความจริงดีกว่าเยอะเลย

ลูกไม่สนใจ แปลได้ว่า หมดไส้หมดพุงวิธีการที่จะร่วมดูแลลุงแล้ว มันก็เลยท้อ จนยอมตัดใจไม่ดูดำดูดีไง แต่ในใจนะยังมีความหวังดีต่อลุงอยู่  อย่างนี้จะอาศัยให้เป็น "หมอพูด" ประจำบ้านคงไม่ไหวหรอกนะ แนะนำให้ลูกช่วยเป็นแมวมองหาคนใหม่ให้ได้อย่างเพื่อนข้างเตียงจะดีกว่าเยอะเลย

อย่าลืมเชียว เข้าใจไว้ด้วยว่าลึกๆแล้วคนไข้เบาหวานเขากลัวทั้งหมอทั้งพยาบาลเลยนะ เรื่องธุระนะเป็นแค่ข้ออ้างยอมรับผิดซะเองให้หมอสบายใจว่าไม่ได้กลัวหมอก็ได้นะ อย่าลืมสังเกตดูบ้างละ ถ้ามีคนป่วยไปซื้อยากินเองบ่อยๆ

เมื่อไรแผลมีกลิ่น มีหนอง น้ำตาลน่าจะเกิน 300 มก./ดล. ลองใช้สังเกตทางคลินิกดูหน่อยดีไหมแม้จะไม่มีผลน้ำตาลในเลือดให้ใช้งาน

การเหยียบสิ่งต่อไปนี้ นี่แหละ ทีี่่่เป็นต้นเหตุของแผลที่เท้า : ไฟ ดังนั้นอย่าลืมแนะนำชี้จุดให้คนป่วยรู้และระวังพื้นที่มีไฟไว้หน่อยเ้น้อ

รองเท้าเป็นต้นเหตุชักนำให้เกิดแผลได้ด้วยนะ ดูๆกันไว้หน่อย ป้องกันกันไว้หน่อย อย่าคิดเชียวนะว่าเรื่องเล็กน่า ไม่เป็นไรน่า อย่างลุงนี่ไงเห็นรึยัง แค่รองเท้าพลิกก็ได้เรื่องเลยเชียว ใช่ไหมละ

โดยส่วนตัว ฉันยังมีสิ่งที่อยากเรียนรู้เพิ่มจากเรื่องเล่านี้อีกนะ เสียดายที่ไม่มีให้เรียน :

ลุงคิดยังไงจึงได้ฮึดและปฏิวัติตัวเองได้จนสำเร็จอย่างงดงาม

รู้สึกดีกับเรื่องการบริการอาหารผู้ป่วยในร.พ.เล็กๆแห่งนี้ อยากรู้ว่ามีระบบอย่างไรอยู่บ้าง มีใครบ้างที่มีบทร่วมในการจัดบริการอาหารที่นี่

ขอบคุณจากใจสำหรับเจ้าของเรื่องเล่าที่เป็นครูให้ได้เรื่องราวจากตำราชีวิตของผู้ป่วยมาเผยแพร่เพื่อให้ได้เรียนรู้และนำไปใช้ประโยชน์ต่อค่ะ

ปรบมือให้สำหรับความมีใจมุ่งที่จะให้คนป่วยหายเจ็บหายไข้ของคุณพยาบาลค่ะ

17 กันยายน 2552

หมายเหตุ

ขอชวนไปชมภาพเท้าเบาหวาน และทำความเข้าใจเพื่อชวนกันเตือน ช่วยกันดูแลคนป่วยเพื่อป้องกันการมีแผลที่เท้าด้วยกันค่ะ

 

นี่คือแผลแค่เบาะๆนะ ที่เกิดจากการตัดเล็บไม่ถูกวิธี

dmfoot3

นี่ก็ใช่ต้นเหตุที่ทำให้เป็นแผลที่เท้านะค่ะ

 

dmfoot4

มีแผลที่เท้าลักษณะอย่าง 4 ภาพล่างนี้ใครโดนตัดทิ้งเรียกว่า "เชย" แล้วนะ

dmfoot1

แผลที่ฝ่าเท้าตำแหน่งอย่างนี้ทิ้งไว้ไม่ดูแลให้ดีก็จะเป็นอย่างนี้แหละ

dmfoot2

นี่ก็เป็นอีกบริเวณที่ทำให้เกิดแผลนะคะ

dmfoot5

 

ลองเทียบดูนะคะ ตำแหน่งแผลที่เท้าที่เห็นไปด้วยกันกับจุดที่มักพบเท้าชารึเปล่า

dmfoot6

 

ขอบคุณเจ้าของภาพที่ฉันไปขอยืมภาพมาใช้ชวนเรียนรู้กันด้วยค่ะ