วันหนึ่งเกิดจับพลัดจับผลู ต้องเป็นตัวแทนประธานองค์กรแพทย์ของร.พ.ไปร่วมประชุมงานพัฒนาบุคลากรที่มีสสจ.กระบี่เป็นโต้โผใหญ่ที่จังหวัดอยุธยา จนวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจังหวะที่หล่นปุ๊ลงมาในมือเป็นเหตุบังเอิญหรือเจตนาของใคร
เริ่มจากได้ยินคำบอกเล่าจากศูนย์พัฒนาคุณภาพของร.พ.ว่าสสจ.กระบี่ขอให้ร.พ.กระบี่เข้าร่วมโครงการพัฒนาคุณภาพรูปแบบหนึ่งในฐานะที่เป็นร.พ.พี่ใหญ่ของจังหวัดและผ่านการประเมินและรับรองคุณภาพจากสรพ.มา 3 รอบแล้ว เพื่อช่วยร่วมด้วยช่วยกันเป็นพี่เลี้ยงร.พ.ชุมชน ให้การพัฒนาคุณภาพในระบบของร.พ.น้องๆเหล่านั้นก้าวหน้าไปด้วยดี
การก้าวเดินไปของทิศทางการพัฒนาคุณภาพรูปแบบนี้ มีชื่อเรียกว่า HNQA ทีแรกที่ได้ยินคำบอกเล่า ฉันเข้าใจไปว่า เป็นเรื่องเดียวกับมาตรฐานคุณภาพตามเล่มสีม่วงที่เรียกชื่อกันกัน มาตรฐานบริการสาธารณสุขซะอีก แต่เมื่อเข้าไปข้องเกี่ยวกับพบว่าไม่ใช่อย่างที่คิดหรอก จะเป็นอะไรตามเรื่องเล่าไปเรื่อยๆก็แล้วกัน

เรื่องราวการนัดหมายถูกนำมาเล่าสู่กันฟังในเวทีของผู้ใหญ่(คนแก่ๆ)อยู่หลายรอบ นัดแรกผู้รับผิดชอบงานพัฒนาคุณภาพไปร่วมประชุมแทนผู้อำนวยการแล้วกลับมาบอก ต่อมามีนัดหมายรอบที่สองอีกครั้ง เป็นเรื่องที่บอกว่า นัดหมายหัวหน้างานต่างๆด้านการพยาบาล 4 งานไปร่วมประชุม จู่ๆก็มีำคำบอกเล่าว่า ขาดตัวแทนจากองค์กรแพทย์ไปร่วมประชุม
คุยกันเพื่อขอตัวน้องแพทย์คนขยันไปร่วมประชุม ตกลงแล้วก็รอฟังไปประชุมแล้วจะให้แพทย์อย่างเราๆเอี่ยวด้วยยังไง แต่แล้วไม้ของการเดินทางก็ถูกส่งมาถึงมือฉัน เจ้าน้องคนขยันโทรมาบอกว่า "พี่ๆ ผมไม่สะดวกที่จะไป"
บะแหล่วแล้วจะทำยังไงกันเล่าน้องเอ๋ย มะรืนนี้เขาก็จะมีการประชุมกันแล้วนะนี่ เอะใจที่ไฉนเจ้าตัวจึงโทรมาบอกว่าไปไม่ได้ ตอนรู้ข่าวไม่ได้ยินปฏิเสธอะไรเลยนี่นา ข้องใจโทรมาบอกฉันทำไมกันเล่า สุดท้ายก็มาอ๋อ อีตรงคำขอนี่เอง "พี่ไปแทนผมนะครับพี่....."
"ประชุมกี่วัน ที่ไหน" "ประชุมที่อยุธยา" เหลียวดูนาฬิกา อืม..มีเวลาจัดการได้ทัน "เอาก็เอาไปก็ไปไอ้น้องเอ๋ย....." ไม่ได้นึกว่าจะเดินทางไปถึงอยุธยาได้ยังไง ก็หลุดปากไปแล้ว

รับปากแล้วก็กลับเอามือกุมขมับ จะเดินทางไปให้ทันเวลายังไงละนี่ สองทอดจากกระบี่ไปถึงอยุธยาในเวลาที่เหลือแค่วันเดียว อ้อ..ไม่ใช่เหลือครึ่งวันต่างหาก เพราะว่าวันที่ว่าให้เดินทางไปประชุมนั้นตอนเช้ามีงานที่นัดไว้เลื่อนไม่ได้ค้างอยู่ด้วย เอ้า..โทรถามทางไปอยุธยาก่อนดีกว่าว่าเดินทางเวลาไหน ยานพาหนะอะไร อยู่ที่ไหนไปได้บ้างไว้ก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน
ได้เพื่อนซี้ประธานองค์กรแพทย์่ร.พ.อยุธยาบอกทางว่า มีรถไปได้ตลอดจนถึงช่วงกลางคืน ขึ้นรถได้ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แต่พอถามว่ารถวิ่งหมดเวลาไหน เจ้ากรรม พ่อเจ้าประคุณตอบไม่ได้ซะนี่ บอกแต่ว่า "ผมใช้แต่รถส่วนตัวเข้ากรุงเป็นประจำเลยไม่รู้ ถามลูกน้องให้ก็แล้วกัน..."
มัวช้ารอคำตอบอยู่ไม่ได้แล้ว เพราะจะต้องไปหาตั๋วบินจากกระบี่เข้ากรุงให้ลงตัวเรื่องเวลากันด้วยซิ นึกไปนึกมาชื่อหนึ่งก็ปิ๊งขึ้นมา ถามน้องครูปูดีกว่า น่าจะบอกกันได้ ว่าแล้วก็กริ๊งไป ได้เรื่องจริงๆนะแหละ นับว่าเป็นการช่วยให้การวางแผนเดินทางสำเร็จแบบเส้นยาแดงผ่าแปดเชียวแหละ่
น้องครูปูให้ข้อมูลมาว่า "พี่หมอเจ๊ จะไปขึ้นรถที่อนุสาวรีย์ทำไม ย้อนเข้าเมือง เสียเวลาและเหนื่อยเปล่าๆ พี่ไปขึ้นรถที่ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิตซิพี่ รถเยอะแยะเลย" ดีใจเหมือนได้แก้วเลยน้องครูปูเอ๋ย

วันรุ่งขึ้นกว่าจะได้เดินทางก็เลยเที่ยงไปมากโขแล้ว เดินทางด่วนอย่างที่ทำให้คนที่บ้านแอบค้อนลับหลังนิดๆบ่นในใจหน่อยๆ "เดินทางอีกและ..x/?^%#$...." ทำไงได้มีหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งในองค์กรแพทย์นี่นา ทำอะไรให้ได้ก็ขออนุญาตให้ได้ทำหน่อยเหอะนะ...คุณพี่นะคะ..นะคะ..(พูดในใจ ไม่ได้พูดดังๆออกจากปากออกมาให้ได้ยินหรอกค่ะ)
ถึงกรุงเทพฯเป็นเวลาเย็นแล้ว ที่สนามบินมีเทียนพรรษารูปเรือสุพรรณหงส์วางอยู่ตระหง่านที่โถงผู้โดยสารชั้นบนสวยงาม ในคราวนี้ตั้งใจจะไม่้ใช้บริการรถแท็กซี่เดินทางเข้ากรุงเหมือนทุกครั้ง ดูเวลาแล้วกลัวเรื่องรถติดที่จะทำให้ยิ่งเสียเวลาไปนานมากนัก ตัดสินใจว่าใช้รถตู้ที่ต้นคิวสุวรรณภูมิเดินทางต่อไปที่ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิตเพื่อต่อรถตู้ไปอยุธยาดีกว่าง่ายๆดี ได้เห็นวิวสองข้างทางสุวรรณภูมิสวยดีเหมือนกัน
ก่อนเดินทางออกจากสุวรรณภูมิแวะกินข้าวเย็นก่อนที่ร้านอาหารฟาสต์ฟูดที่ชั้นล่างสุดของสนามบินสุวรรณภูมิ ภูมิทัศน์ของที่นี่ก็ดูผ่อนคลายดีนะ คนไม่พลุกพล่าน เสียงไม่ดังหนวกหูและคนเข้ามาใช้บริการอยู่เรื่อยๆไม่เหงาตา


เจอรถตู้ใจดีที่ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต บอกว่า "รถผมไม่ผ่านโรงแรมที่พี่จะไปหรอกนะครับ แต่ว่า ผมจะวิ่งเลียบถนนไปจอดตรงที่พี่จะเดินต่อด้วยเท้าไปได้ให้ก็แล้วกัน.." แป่วในใจจะหลงทางที่อยุธยาหรือเปล่านี่เรา ใจชื้นที่น้องโชเฟอร์รับปากจะให้ความดูแลจนถึงปลายทางเท่าที่จะทำได้
เดินทางถึงอยุธยาในเวลา่พลบค่ำแล้ว รถตู้เขาแวะจอดริมทางให้เดินต่อไปโรงแรมที่พักซึ่งอยู่ใกล้สถานีรถไฟ เช็คอินแล้วก็เข้าไปเตรียมตัวนอนพัก ไม่ได้ทักถามไปที่เหล่าพยาบาลที่เดินทางกันมาก่อนแล้ว
มาคราวนี้นอกจากจวนตัวเดินทางกระทันหันแล้ว ยังต้องเดินทางกลับไปทำงานที่กระบี่ให้ทันเวลาเช้าของวันที่สองของการประชุมด้วยนะนี่ รู้อยู่ว่ามาร่วมประชุมได้แค่ครึ่งวันประชุมเท่านั้น แต่ก็ยังถ่อสังขารมาเราหนอเรา ไม่เจียมสังขารเอาซะเลย (ไม่่ได้ว่ากระทบใครนา..5555)
วันรุ่งขึ้นหลังเข้าร่วมประชุมในตอนเช้าแล้วในภาคบ่ายจะต้องพาตัวเดินทางให้กลับถึงกระบี่เย็น หากยังซ่าทั้งๆที่สังขารหรือก็แก่ลงๆแล้วอย่างนี้ แน่นอนที่เมื่อกลับไปถึงบ้านจะล้มหมอนนอนป่วยไข้ได้

ชื่นชมกับความงามของห้องนอนเต็มอิ่มเต็มตา อาบน้ำเสร็จพาตัวเข้านอนทันที ก่อนนอนมองออกไปนอกกระจกหน้าต่างมองเห็นบรรยากาศสงบของเมืองอยุธยาที่ทำให้รู้สึกดี หลับสนิทรวดเดียวจนถึงเช้าเลยเชียว
บทเรียนสอนใจ :
มีอะไรที่ต้องทำด่วนๆในเวลาที่มีน้อย มีสั้น ตั้งสติซะหน่อยกับคำว่า "ไม่มีเวลา" ไม่รีบไปกับคำว่า "ไม่มี" อะไรๆที่ต้องจัดการจะลงตัวง่ายกว่า "ลนไปตามเวลา"
รอบตัวมีคนน้ำใจงาม น้ำใจดีอยู่เสมอ ขอแต่ไม่มองเห็นแต่อะไรที่ลบๆ(ซึ่งใจและความคิดของตนนั่นแหละคอยสร้างขึ้นเอง) จัดการความกลัวของตัวเองให้พอเหมาะ มองเห็นความสามารถของเขาซะหน่อย ความงามของคนเหล่านั้นก็จะยิ่งเห็นชัดเจนขึ้น
ความสวยงามมีอยู่รอบตัวเสมอ ไม่ว่าเวลาใด สถานที่ใด มองให้เห็นและเก็บเกี่ยวมาเติมใจไว้เหอะ สบายๆใจออก
ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่เรียกว่า "ลำบาก น่ากลัว" หากใจไม่สั่งความคิดให้ผูกขาดการตัดสินลบๆ
สปิริตก็เป็นหนึ่งตัวชี้วัดของการมีส่วนร่วมได้เนอะ
มารับข้อคิดและบทเรียนดี ๆจากพี่หมอคะ
ขอบคุณมากคะทำให้ได้คำตอบที่จะตอบผู้บริหารแล้วคะ
สวัสดีครับคุณหมอเจ๊แซ่เฮคนงาม
หมอให้ข้อคิดเตือนใจได้เยี่ยมมากครับ กันการต้อ
งประชุมเร่งด่วนต่างพื้นที่ ที่มีประจำครับ
ลงมาจากเขาเมื่อวานครับ