ความตั้งใจเล่าเรื่องของโรงเรียนเพื่อเป็นการขอบพระคุณอาจารย์ขจิต ฝอยทอง ที่มีความสนใจเกี่ยวกับโรงเรียนและเพื่อสมาชิกที่สนใจว่าครูบ้านนอกนั้นเป็นอย่างไร "โรงเรียนวิทยสัมพันธ์" นั้นอยู่ที่ไหน
โรงเรียนวิทยสัมพันธ์ ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านซำรู้ อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก (ไม่ทราบแย่ง ผอ.เขียนเรื่องนี้หรือเปล่า) ห่างจากที่ว่าการอำเภอ 22 กิโลเมตร ห่างจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต 3 ประมาณ 110 กิโลเมตร โรงเรียนตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2515 ชื่อโรงเรียนบ้านซำรู้ ภายหลังได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "วิทยสัมพันธ์" ตามชื่อของบิดาครูใหญ่คนแรกคือนายวิทยา แสงนภากาศ เพราะคนในชุมชนมีความเคารพและศรัทธาครู
ปัจจุบันมีนักเรียน 249 คน เปิดสอนต้งแต่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีครู 10 คน พนักงานราชการ 3 และครูจ้างสอนอีก 1 รวมเป็น 14 เราทำงานเหมือน ๆ กัน สิ้นเดือนกันยายน 2551 นี้จะเหลือครูทำการสอนเพียง 12 คนเท่านั้น ลาออกตามโครงการเพราะมีปัญหาด้านสุขภาพ 2ท่าน ทุกวันนี้ก็สนุกพอสมควรอยู่แล้วนะคะ รับผิดชอบกันคนละ 22-25 ชั่วโมง ถ้าถามว่าเหนื่อยไหม เบื่อไหม ลำบากไหม พวกเราคงไม่มีคำตอบให้ แต่บอกได้เพียงสั้น ๆ ว่ามีความสุข และคำถามเดิม ๆ ที่ว่า.."ทำไมต้องไปสอนที่โรงเรียนบ้านนอกล่ะ"..ถ้าตอบตามใจก็คงจะเป็นความรู้สึกที่ไม่ดีกับผู้ฟัง เป็นเอาว่า "เพราะพวกเราเรียนมาน้อย" นั่นเอง
ชุมชนที่โรงเรียนตั้งอยู่ ถ้าเปรียบเทียบกับประวัติความเป็นมาของอำเภอนครไทย นับว่าหมู่บ้านซำรู้เป็นชุมชนตั้งใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2498 โดยครอบครัวของคุณยายแมง ได้ย้ายที่ทำกินเรื่อยมาจากอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย มีอาชีพในการทำไร่และเลี้ยงสัตว์ เมื่อมาพบบริเวณนี้จึงพอใจเพราะฤดูน้ำหลาก น้ำจะไหลแรงทำให้ต้นไม้ที่อยู่ริมธารไหลลู่ไปตามแรงของกระแสน้ำ เมื่อคราวน้ำลด น้ำก็จะรวมตัวกันเป็นแอ่ง (ซำ = ภาษาท้องถิ่นนครไทย)ไม่แห้งเหือด ทำให้มีน้ำใช้ได้ตลอดปี ต่อมามีผู้คนอพยพมาอยู่เพิ่มขึ้นและเรียกบริเวณนี้ว่า "ซำลู่" ความเป็นปึกแผ่นหนาแน่นขึ้นจึงได้ตั้งเป็นหมู่บ้านซำลู่ ตำบลบ้านแยง อำเภอนครไทย ผู้ใหญ่บ้านสมัยนั้นคือนายศรีมอญ ยศตระโคตร ได้มีความเห็นว่าควรจะเปลี่ยนชื่อหมู่บ้านให้เป็น "ซำรู้" อันหมายถึงการมีวิชาความรู้
เมื่อมีเหตุการณ์เกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ประมาณ พ.ศ.2516 คนกลุ่มหนึ่งรวมทั้งนักศึกษาหนีเข้าป่า และไปอยู่ที่ภูหินร่องกล้า ทำให้หมู่บ้านซำรู้เป็นเส้นทางลักลอบนำเสบียงของทหารป่า ผู้คนจึงพากันอพยพไปอยู่หมู่บ้านซำรู้มากขึ้น เพื่อไปทำการค้าให้กับทหารป่า จากโครงงานนักวิจัยรุ่นเยาว์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2548 ทำให้ทราบว่าคนในชุมชนได้อพยพมาจากท้องถิ่นต่าง ๆ ในประเทศไทยจำนวน 22 จังหวัดและจากอำเภออื่น ๆ ของจังหวัดพิษณุโลก และเมื่อ พ.ศ. 2546 อิทธิพลของกองทุนเงินล้านของรัฐบาลได้เริ่มขึ้น ทำให้หมู่บ้านซำรู้ถูกแบ่งออกเป็น 2 หมู่บ้านคือหมู่บ้านซำรู้ หมู่ที่ 4 และหมู่บ้านสัมพันธ์ หมู่ที่ 7 ตำบลห้วยเฮี้ย อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก
ก่อนที่จะย้ายมาจากโรงเรียนที่ตั้งอยู่บนเขา เพราะอัตราครูเกินเกณฑ์ (มีสิทธิ์เลือกโรงเรียนในเมืองหรือโรงเรียนใกล้บ้าน) แต่ได้ศึกษาโรงเรียนที่มีอัตราครูต่ำเกณฑ์ เห็นว่าโรงเรียนนี้มีอัตราครูต่ำเกณฑ์ถึง 5 อัตราและขาดครูสอนภาษาอังกฤษ โดยที่ไม่เคยทราบว่าโรงเรียนอยู่ที่ไหน แต่เข้าใจว่าคงจะเป็นโรงเรียนท้องถิ่นกันดารเพราะชื่อ..ไพเราะดี เมื่อได้เรียนรู้ที่ตั้งของโรงเรียนและมีความต้องการครูจริง จึงได้เลือกย้ายมาที่โรงเรียนแห่งนี้เมื่อปีการศึกษา 2546 (ห่างจากบ้านประมาณ 80 กิโลเมตร)

แม้ว่าเราจะต้องเดินทางไป กลับวันละเกือบ 200 กิโลเมตร ก็ไม่ได้มีปัญหาอุปสรรคเรื่องการเดินทาง เพราะเราสามารถโดยสารรถประจำทางได้หลายสายคือพิษณุโลก -นครไทย/พิษณุโลก-ชาติตระการ/พิษณุโลก-ด่านซ้าย/พิษณุโลก-อุดรธานี/เชียงใหม่-นครพนม/เชียงราย-นครพนม โรงเรียนอยู่ถนนใหญ่ประมาณ 100 เมตร และเป็นเรื่องสะดวกเมื่อเราขับรถไป กลับด้วยตนเอง
การเดินทางไปโรงเรียนบนถนนมิตรภาพหมายเลข 12 พิษณูโลก - หล่มสัก ซึ่งได้รับสมญาว่าเป็น GREEN ROUTE มีธรรมชาติที่สวยงามทุกฤดูกาล ซึ่งหาดูได้ยาก ผ่านน้ำตกสกุโณทยาน น้ำตกถิ่นไทยงาม น้ำตกแก่งซอง น้ำตกปอย น้ำตกห้วยแก้ว และน้ำตกแก่งโสภา (สามารถเดินทางต่อไปทุกจังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ถึงกิโลเมตรที่ 68 สามแยกบ้านแยงแล้วเลี้ยวซ้ายไปอำเภอนครไทย กิโลเมตรที่ 78 หมู่บ้านซำรู้ เลี้ยวขวาถึงโรงเรียนวิทยสัมพันธ์
จะรอฟังนะคะ
ทำอย่างไร ครูจะสอนเด็กบ้านนอกให้เก่งๆได้อย่างไร
สวัสดีค่ะ
อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณแก้วและคุณบัวปริ่มน้ำ
ขอขอบคุณนะคะที่มาเยี่ยมและเป็นกำลังใจอย่างยิ่ง ครูบ้านนอก ตั้งใจว่าจะมีอีกสักเรื่องในนิยามของครูบ้านนอก ครูคิมอยู่โรงเรียนขยายโอกาสค่ะ เด็ก ๆ ไม่เก่ง ครูก็พยายามจริงจะให้เด็กเก่ง ก็ได้แต่ฝัน...อีกยาวไกลเพียงใดจะไปถึงฝัน ก้ไม่ทราบ
สวัสดีค่ะคุณครูอ้อย
ขอขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ
เตรียมตัวจะไปโรงเรียนแล้วนะคะ แนวคิดของครูอ้อยได้ถูกนำไปใช้ก็ได้ผลหลายเรื่องนะคะ
ชีวิตครูในชนบทมีความสุข สนุกกับการทำงาน รักษาสุขภาพกายและสุขภาพจิตให้ดีชีวีก็เป็นสุขครับ...แสงเรืองเรีองที่ส่องประเทืองไปทั่วเมืองไทย
คือแม่พิมพ์อันน้อยใหญ่โอ้ครูไทยในแดนแหลมทอง..
ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณครู ผมจะคอยติดตามเรื่องเล่าของคุณครูต่อไปเหมือนกันครับ
เรียนอาจารย์ขจิต ที่นับถือค่ะ
โอ้โห...อะไรอลังการขนาดนี้นี่..
ขอขอบพระคุณอย่างสูงยิ่งค่ะอาจารย์ขจิต..เห็นแล้วอายจังค่ะ
คุณครูลาออก 2 ท่านสุขภาพไม่ดีค่ะ
ดังแบบไหนคะ...ยัง...แค่เสียงดังในโรงเรียน เพราะเสียงเบา ๆ เด็กไม่กลัวนี่คะ
วันนี้หนุก ๆ ๆ ๆ 3 ชั่วโมง 8 ชั้นเรียน ครูลาป่วย 2 อบรม 2
ให้เด็ก ๆ ไปอยู่ใต้ถุนอาคาร
ชั่วโมงแรก ม.1/ป.5
ชั่วโมง 2 ม.1 / ม.2 /ป.6
ชั่วโมง 3 ม.1 /ม.2/ม.3 อาจารย์ขจิตไม่มันเท่านี้หรอกนะคะ
สวัสดีค่ะคุณจิตตรัย
ก็จะพยายามเขียนไปเรื่อย ๆ ค่ะ แต่ก็มีเรื่องแบบฉบับครูบ้านนอกที่นี่ค่ะ ติดตามอ่านได้นะคะและโพสข้อความได้ที่เว็ปบอร์ด
http://www.krukimpbmind.com
เรียน ผอ.ประจักษ์ที่เคารพค่ะ
เป็นพระคุณอย่างสูงยิ่ง ที่มีคนหน้าตาดีให้เกียรติมาเยี่ยมและเป็นกำลังใจ จะพยายามเป็นกัลยาณมิตรต่อทุกท่าน ยังไปไม่ถึงฝันค่ะ ที่นี่เป็นเว็ปที่ฝึกหัดทำขึ้น เรียนเชิญท่าน ผอ.ไปเยี่ยมถ้าว่างนะคะ
http://www.krukimpbmind.com
ยินดีที่ได้รู้จักเช่นเดียวกันค่ะ ครูคิม
ฟังการเลือกโรงเรียนของครูคิมแล้ว คารวะหัวจิตหัวใจจริงๆครับ
ต้องรีบ ๆ ทักทายกันก่อนนะคะ ก่อนที่จะย้ายระบบ
คุณครูกัญญาพัชร ขอขอบคุณค่ะที่มาให้กำลังใจ
นมัสการพระคุณเจ้า เจ้าค่ะ
ขอขอบคุณในกำลังใจ และขอน้อมรับพรอันเป็นกุศล
ไปฝากเพื่อน ๆ และนักเรียนด้วยค่ะ
สวัสดีค่ะคุณครูน้องแอน
พี่คิมพูดภาษาได้คล้าย ๆกับลูกครึ่งเชียวนะคะ
กึ่งพิษโลก กึ่งนครไทย กึ่งน้ำปาด ก็พอไหวค่ะ
อ้อ..อยู่ใกล้ ๆ กัน ถ้าโรงเรียนปิดจะไปเยี่ยมนะคะ
ขี่จักรยานไปเพราะ..ใกล้กัน..นี่เองค่ะ