เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา ศูนย์โรงเรียนได้จัดกิจกรรมการแข่งขันความสามารถของนักเรียน เพื่อคัดเลือกให้เป็นตัวแทนไปแข่งขันระดับเขตพื้นที่การศึกษา ในตอนบ่ายนักเรียนได้กลับมาที่โรงเรียน แต่ละคนได้มารายงานให้ฉันและคุณครูแต่ละท่านฟังว่า ใครได้เป็นตัวแทนของศูนย์บ้าง พร้อมกับแสดงกิจกรรมให้ดูอีกครั้ง
มีนักเรียนซึ่งเป็นที่น่าสังเกตอยู่ ๒ ราย รายแรกชื่อน้องดาว เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนของศูนย์ ฯ ประเภทการเล่านิทานคุณธรรม น้องดาวเป็นเด็กขาดแคลนไม่มีพ่อ แต่อยู่กับแม่และยายที่บ้านหลังเล็ก ๆ เหมือนกระท่อม วันนั้นน้องดาวแต่งกายชุดนักเรียนใหม่ทั้งชุด ตั้งแต่ศีรษะถึงเท้า ได้ทราบว่าคุณครูโบตั๋น ครูผู้ฝึกจัดซื้อหามาให้เพื่อไปงานนี้โดยเฉพาะ ฉันจึงรับปากกับน้องดาวว่าจะเป็นผู้ให้เสื้อกันหนาวน้องดาว รุ่งขึ้นวันศุกร์น้องดาวมาหาที่ห้องเรียนแต่เช้าเพื่อมาติดตามเสื้อกันหนาว ฉันได้บอกขอโทษน้องดาวและขอผลัดไปเป็นวันจันทร์คือวันนี้ เนื่องจากต้องไปหาซื้อในวันหยุด
คนถัดมาคือน้องอิง เป็นตัวแทนของประเภทนักอ่านข่าว น้องอิงเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ มาด้วยชุดนักเรียนที่สกปรกมอมแมมมาก ๆ แต่น้องอิงบอกว่าซักแล้ว ซักผ้าตามประสาเด็ก ๆ จึงไม่สะอาดเท่าที่ควร อีกอย่างหนึ่งมีชุดนักเรียนเพียง ๑ ชุด กว่าจะได้ซักก็คงเป็นวันหยุด น้องอิงไม่มีพ่อ แต่แม่มีสามีใหม่ ไม่ดูแลน้องอิงเลยเพราะติดการพนันและติดสุรา ฉันและคุณครูโบตั๋น หันมามองหน้ากัน ช่วยกันออกสตางค์ซื้อชุดนักเรียน รองเท้า ถุงเท้าให้น้องอิง พร้อมกับปักชื่อและสัญลักษณ์ของโรงเรียน เพื่อใส่ไปแข่งขันระดับเขตพื้นที่ในวันที่ ๒๕พฤศจิกายน ๒๕๕๒ นี้เช่นกัน และฉันบอกกับน้องอิงว่าจะให้พิเศษอีกก็คือเสื้อกันหนาวด้วย
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ อีกคนหนึ่งชื่อน้องหงส์ เป็นนักเรียนที่มีจิตสาธารณะสูงมาก ชอบมาช่วยเหลืองานของฉันเป็นประจำ และเป็นเด็กขาดพ่อ ส่วนแม่มีสามีใหม่ มีน้องคนใหม่และไม่ได้มาดูแล น้องหงส์อยู่กับยายที่ค่อนข้างขาดแคลน อดมื้อกินมื้อ เมื่อวันศุกร์ฉันถามน้องหงส์เกี่ยวกับความขาดแคลน น้องหงส์บอกว่าอยากได้เสื้อกันหนาว ฉันจึงรับปากว่าจะหาเสื้อกันหนาวมาให้น้องหงส์เช่นกัน
วันเสาร์ฉันมีโอกาสไปที่โรงหล่อพระพุทธรูป ไปไหว้พระ และขับรถผ่านย่านขายเสื้อกันหนาวมือสอง ฉันจึงไปเลือกดู เจ้าของร้านช่วยเลือกจึงทำให้ได้เสื้อกันหนาวตัวใหม่มา ๒ ตัวสังเกตจากป้ายติดเสื้อ และอีกตัวหนึ่งเป็นเสื้อที่มีคุณภาพดีมาก ๆ ราคาตัวละ ๑๕๐ บาท ฉันบอกเจ้าของร้านว่าจะนำไปให้กับเด็ก ๆ ที่ขาดแคลน เจ้าของร้านลดราคาให้คิดเพียงตัวละ ๕๐ บาท แทนที่จะจ่าย ๔๕๐ บาทฉันจึงได้จ่ายเพียง ๑๕๐ บาท
วันอาทิตย์ฉันได้ตั้งใจนำเสื้อทั้ง ๓ ตัวมาซัก แช่น้ำยาปรับผ้านุ่มและรีดให้เรียบร้อย จัดแพ๊คใส่ถุงให้ดูดีกว่าเดิม ความรู้สึกก็เพียงแต่อยากให้เด็กทั้ง ๓ คน ได้รับความอบอุ่นทางกายตามความตั้งใจของฉัน และนำถุงเสื้อไปใส่ไว้ในรถตั้งแต่ตอนกลางคืน เพราะกลัวจะลืม
วันนี้ ฉันไปถึงโรงเรียนในขณะที่เด็ก ๆ กำลังเข้าแถวเคารพธงชาติ ฉันมองไปที่ชั้นเรียนของเด็กทั้ง ๓ คน พบว่าแต่ละคนไม่ได้ใส่เสื้อกันหนาวมาเลย อากาศนับว่าหนาวเย็นมาก อุณหภูมิประมาณ ๑๕ องศาในตอนเช้าเช่นนี้ ทำให้คุณครูที่นั่งรถไปด้วยถึงกับน้ำตาไหล เมื่อรู้ว่าเด็กทั้งสามรอเสื้อกันหนาว ครูประจำชั้นของน้องดาวมากระซิบว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ มีน้องดาวเพียงคนเดียวที่ไม่ได้ใส่เสื้อกันหนาวมาโรงเรียน หันไปดูห้องของน้องอิงอีกครั้งก็พบว่ามีน้องอิงเพียงคนเดียวเหมือนกัน นอกนั้นใส่เสื้อกันหนาวกันทุกคน น้องหงส์เป็นเด็กโตแต่ก็ไม่มีเสื้อกันหนาวใส่
ฉันถือถุงเสื้อยืนรอเด็กอยู่ที่ใต้อาคาร เพราะต้องการจะสวมเสื้อกันหนาวให้ทุกคนด้วยตัวของฉันเอง เพื่อน ๆ ครูยืนรอให้กำลังใจ เรียกเด็กมาพบและช่วยกันบรรจงสวมเสื้อกันหนาวให้เด็กทั้งสามคน เด็ก ๆ พอใจและมีความสุขกับเสื้อกันหนาวมาก ๆ ไม่มีใครถอดเสื้อกันหนาวออกจากตัว แม้โรงเรียนเลิก เพราะอากาศยังหนาวเย็น
ฉันคงเสียใจมาก ถ้าหากลืมเสื้อของเด็กทั้งสามไปโรงเรียนในวันนี้ จบการบันทึกฉบับนี้ ยังไม่ทราบจะตั้งชื่อบันทึกว่าอย่างไรดี ความสุขที่ได้รับในวันนี้ขอมอบให้กับท่านผู้อ่านทุกท่านค่ะ ขอขอบพระคุณที่อ่านจบนะคะ

"ให้...กับเด็ก ๆ ที่ขาดแคลน"
เป็นคำสำคัญ ที่สังคมควรตระหนัก
และช่วยกันทำ...แบ่งปัน
อ่านไปก็อบอุ่นมีความสุขไปด้วยเลย
สวัสดีครับเกลอ กลับมาถึงบ้านแล้วครับ เป็นห่วงกลัวน้ำท่วม ตอนนี้ยังอยู่ดีอยู่ครับ
สวัสดีค่ะ...พี่ครูคิม
อุ่นไอรักอวนมวลรักจากใจครู
ขอบคุณค่ะสำหรับบันทึกแห่งความสุขใจในค่ำคืนนี้
รักษาสุขภาพนะคะพี่ครูคิม
สว้สดีค่ะ คุณครูคิม
น้ำใจงามมากมาย อยากให้คนไทย มีใจดีใจงามล้นเหลืออย่างคุณครูกันมากๆนะคะ สุขใจอิ่มใจสบายใจที่ได้ให้ ยิ้มอย่างมีความสุข กับคุณครูด้วยนะคะ
ผมขออนุโมทนาด้วยคนครับ..
ทำให้ผมคิดถึง เด็กหญิงคนหนึ่ง เป็นรุ่นน้องผมเองที่โรงเรียนประถมที่ผมเคยเรียน ทุกเช้าในฤดูหนาวที่หนาวเหน็บ (ปายหนาวแค่ไหน ลองคิดดู) เธอไม่เคยสวมเสื้อกันหนาว เเต่เพียรบอกคนที่ถามเธอว่าไม่หนาวหรือ? เธอบอกว่า "ไม่หนาว" ทั้งๆที่ อากาศหนาวเย็นแทบขาดใจ...ในใจเธอคงสะอื้น ร่ำไห้ กับคำพูดที่แย้งกับความเป็นจริงของเธอ
เพราะความจนนั่นหละครับ ทำให้เธอต้องปดไปแบบนั้น ความจนทำให้เธอไม่มีเหมือนคนอื่น แม้จะหนาวแค่ไหนก็ต้องทน และบอกคนอื่นไปว่า ไม่หนาวเลยสักนิด
ขอบคุณครูคิมครับ สำหรับจิตเมตตาให้กับเพื่อนมนุษย์ในครั้งนี้
สวัสดีค่ะ...พี่คิม
มาให้กำลังใจค่ะ...
สวัสดีครับ ครูคิม
อ่านแล้วก็รู้สึกน้ำตาซึม เพราะความตื้นตันใจแทนเด็ก ทั้ง 3 คนครับ
ที่มีครูประจำชั้นที่ดีอย่างนี้ คนดีเราต้องเชิดชูครับ
เป็นกำลังใจคุณครูคิมครับ
รักษาสุขภาพด้วยนะครับ
อ้อ... ตั้งชื่ออย่างนี้ดีไหมครับ
เสื้อกันหนาวที่รอคอย... มาถึงแล้ว อิอิ...
หวัดดีคับ คุณครูป้าคิม
กู๊ดดี้รู้สึก "ดี" และ "มีความสุข" ไปกับคุณครูด้วยจังเลยคับ..
หนาวเพียงกาย หากอิ่มกระไออุ่น
อนุโมทนาบุญค่ะพี่ครูคิม รักษาสุขภาพด้วยค่ะ
สวัสดีครับ
ขอชื่นชม อุ่นใจ อุ่นกาย อุ่นรัก ครับ
มาให้กำลังใจด้วยคนขอรับ
สวัสดีค่ะพี่คิม รักเมืองไทย...กอดกันเข้าไว้ค่ะ ขอบคุณน่ะค่ะที่ให้ความรู้ค่ะ..
แอบเอาไออุ่นมาแบ่งปันค่ะ
สวัสดีคะ พี่ครูคิม
ไออุ่นจากครู ท้าสู้ลมหนาว อิอิ
สวัสดีค่ะคุณครู
พี่คิมครับ
สวัสดีค่ะ พี่ครูคิม