เรื่องนี้อาจจะน่าเบื่อสำหรับผู้อ่านและอาจจะไม่ถูกใจหากใครยังมีอคติต่อการรับรู้  ฉันได้อ่านบันทึกของคุณครูต้อย เรื่อง
เออร์ลี ทำไมใครๆก็อยากเออร์ลี  ตอนแรกฉันเคยสงสัยแบบหัวข้อบันทึกนี้เช่นกัน  ปัญหาที่คุณครูต้อย เล่าส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาของเด็ก  สำหรับฉันรับได้กับปัญหาดังกล่าว  รู้สึกสนุกกับการได้พบโจทย์ปัญหาจากเด็ก ๆ ที่มาให้แก้และเรียนรู้ 

          ก่อนที่ฉันจะตัดสินใจลาออกจากราชการ  ฉันตั้งคำถามให้กับตนเองมากมาย ปัญหาเด็ก ๆ นั้นไม่เคยเก็บมาเป็นโจทย์เลยสักนิดเดียว  เหลือข้อสุดท้าย "จะลาออกหรือไม่"  และได้ข้อสรุปเพราะกาลเวลาและสถานการณ์ต่าง ๆ ทำให้ได้คำตอบว่า "เต็มใจออกได้" 

          สำนักงานพื้นที่ ฯ  ให้โรงเรียนส่งแบบสำรวจข้อมูลของครูที่ต้องการจะลาออกส่งภายในวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓  แต่ฉันตกข่าว  เพราะไม่สนใจกับความเคลื่อนไหวของโรงเรียน ไปโรงเรียนก็ขลุกอยู่แต่ห้องเรียนบนอาคารที่ตนเองรับผิดชอบ  แต่ก็เตรียมพร้อมแล้วที่จะลาออก 

         วันนั้น...ฉันได้คุยกับครูที่โรงเรียนเกี่ยวกับเรื่องนี้  จึงโทรศัพท์ไปถามที่เขตพื้นที่ว่าเขาหมดกำหนดส่งรายชื่อครูที่ต้องการจะลาออกไปที่ สพฐ.แล้ว "ฉันรู้สึกใจเสียและผิดหวังมาก" แต่ก็ระงับสติอารมณ์พยายามแก้ปัญหาได้โดยทำเรื่องไปส่งย้อนหลัง  ผู้อำนวยการสำนักงานเขตฯ ให้ความเห็นว่า "ไม่ใช่เรื่องสำคัญนัก  เพียงแต่เป็นการสำรวจเท่านั้น ยังมีอีกหลายขั้นตอนที่จะได้ลาออก" ท่านถามฉันว่า "ทำไมจึงรีบลาออก รวยแล้วใช่ไหม" ฉันนิ่งนิดหนึ่งและตอบว่า "ค่ะ" เพราะความรวยของฉันอาจแตกต่างจากคนอื่น  อาจจะไม่มีเงินล้นฟ้าเพียงแต่ฉันสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่เดือดร้อนแบบอดออมให้เป็น 

           นับตั้งแต่วันนั้นมาฉันมีความรู้สึกเหมือนกับหลุดโลก  และเป็นเรื่องน่าสนุกของคนในวงการร่ำลือเรื่องการลาออกของฉัน  เหมือนเป็นเรื่องแปลกไม่ธรรมดา  คนบางกลุ่มก็ไม่เชื่อว่าฉันลาออก  มีคำถามตามมาว่า "หากไม่ได้รับการอนุมัติให้ลาออกเพราะมันเป็นโควต้าจะทำอย่างไร" ฉันตอบโดยไม่ต้องรอว่า "ก็ลาออกตามปกติสิ" และไม่มีกังวลใจ  เพราะฉันเคยลาออกไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปีที่ผ่านมาแต่ไม่ได้รับการอนุมัติ

        คำถามที่ฉันมีคำตอบแต่ไม่อยากตอบก็คือ "ทำไมจึงลาออก" ตอบไปก็ไม่มีใครเข้าใจ ไม่มีใครอยากจะเชื่อ เพราะการลาออกโครงการเกษียณอายุราชการมีเงินมาเป็นตัวกำหนดคือสามารถได้เงินมากกว่าลาออกธรรมดาหรือเกษียณอายุจริงถึงสี่แสนเศษ  เมื่อหาทางเลือกได้แล้วฉันจึงขอเลือกสี่แสนรวมไปด้วย  หากไม่เป็นไปตามนี้ก็ไม่เป็นไรเมื่อฉันพร้อมที่จะลาออก 

         บันทึกนี้อยากจะเล่าความจริงจากใจอย่างปราศจากอคติ  เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมมากมาย  แต่ก็สะดุดกับความรู้สึกอะไรบางอย่าง  กลัวเป็นความโกรธ  ความเกลียดแค้นผสมผสาน เพราะทุกอย่างมันมาจากเหตุผลของความโกรธความแค้นทั้งสิ้น  จึงขอยุติไว้แค่นี้ค่ะ

http://images.google.co.th/imglanding?q=%