การเดินทางไปท้องถิ่นอื่น ๆ ฉันชื่นชอบที่จะรับประทานอาหารของท้องถิ่นนั้น ๆ โดยเฉพาะอาหารแบบพื้นบ้าน หรืออาหารที่ขึ้นชื่อ  ส่วนการเป็นเจ้าบ้านทุกท่านก็อยากยินดีที่จะต้อนรับด้วยอาหารที่ใคร ๆ นิยมชมชอบว่าอร่อย ดีเลิศเช่นกัน 

            มื้อแรกเป็นอาหารกลางวัน(ทานบ่าย)ที่ได้รับการต้อนรับจากเกษตร(อยู่)จังหวัด เป็นก๋วยเตี๋ยวที่ขึ้นชื่อ รสชาติดี สะอาด  เจ้าของร้านอัธยาศัยดี ส่วนมื้อเย็นน้องนาง...มณีวรรณ ตั้งขจรศักดิ์ และเกษตร(อยู่)จังหวัด พาไปต้อนรับที่ครัวคุณดี้” ริมฝั่งโขง  ได้ทานอาหารที่ชื่นชอบของชาวเมืองหนองคายคือปลาน้ำจืดจากแม่น้ำโขง  พิเศษสุดคือ "ส้มตำถั่วหมูกรอบ ไข่มะตูม"  เป็นครั้งแรกที่ได้ทานส้มตำถั่วอร่อยได้รสชาติ นับเป็นอาหารพิเศษของร้านนี้

          อาหารมื้อเช้าของวันที่ ๗ พฤษภาคม คุณปรีดามารับฉันและลูกสาวทั้งสองคนไปทานอาหารที่ร้านทานตะวัน ตอนเข้าไปคนแน่นร้านมาก แทบไม่มีที่ว่างสำหรับพวกเรา  บังเอิญมีเก้าอี้ว่างสำหรับ ๔ คนพอดี ฉันเลือกได้ข้ามต้มปลา เพราะเป็นของโปรดอยู่แล้ว ไข่กะทะและขนมปังพอได้ลิ้มลอง นับเป็นร้านอาหารที่สะอาด บริการรวดเร็วราคายุติธรรม 

         มื้อกลางวันเล่าไว้แล้ว ที่นี่  ส่วนมื้อเย็นในวันนี้ คุณปรีดาและพี่ลีเหน็ดเหนื่อยกับการตระเวณพาฉันไปหาร้าน "แจ่วฮ้อน"แต่ผิดหวังจึงหันไปเลือก "จิ้มจุ่ม" แทน  สังเกตเห็นริมฝั่งโขงล้วนแล้วแต่ร้านจิ้มจุ่มติด ๆ กันมากมายหลายร้าน มีแบบนั่งโต๊ะ ปูเสื่อนั่งกับพื้นและรับส่งถึงบ้าน ร้านที่เราไปทานจิ้มจุ่มอยู่ใต้สะพานมิตรภาพไทยลาว  มืดแล้วจึงไม่ได้บรรยากาศของแม่น้ำโขง  ลักษณะของจิ้มจุ่มของร้านนี้คล้ายกับ MK  วิธีการเสิร์ฟคล้ายกันหมดทุกอย่าง ยกเว้น "น้ำจิ้ม" ที่เป็นรสชาติพื้นถิ่นและดูเหมือนจะพัฒนามาจากภูมิปัญญาท้องถิ่น มีรสเปรี้ยว รสเผ็ดปนขม รสจัดธรรมดา 

        วันที่ ๘  มื้อเช้าเป็นแบบสะดวก มื้อกลางวันพี่ลีพานั่งรถไปชมริมฝั่งโขงทาน "เมี่ยงปลาเผา" เข้าใจว่าเป็นการพัฒนามาจากแหนมเนืองโดยใช้ปลาเผาแทนหมู  ที่แปลกคือมี"น้ำจิ้ม" เช่นกันมี ๓ รสชาติเช่นกันคือรสเปรี้ยว รสเผ็ดปนขม และแจ่วบอง  ประกอบด้วยเครื่องเคียงเหมือนแหนมเนืองทุกอย่าง มีผักแปลก ๆ คือผักติ้วรสฝาดอมเปรี้ยวอร่อย รู้สึกเหมือนทานสมุนไพรอะไรสักอย่าง

           มื้อเย็นที่ร้านริมโขง บรรยากาศลูกทุ่งของกระท่อมไม้ไผ่ "ลำพองกุ้งเต้น"เต็มไปด้วยอาหารพื้นถิ่นหลากหลาย  "ต้มยำปลาเนื้ออ่อน  แกงอ่อมพุงปลา  กุ้งเต้น (กระโดดเด้งดึ๋ง) ส้มตำหลายเวอร์ชั่นตามความโปรดปรานของผู้ทาน ลาบปลา  ข้าวเหนียว และแมลงทอด" สนุกสนานกับบรรยากาศแบ่งกันกินแย่งกันคุย

           มื้อเช้าของวันที่ ๙  "ข้าวเปียกเส้น" ที่ริมฝั่งโขง ใกล้กับพระธาตุหล้าหนอง งานนี้ตั้งใจเก็บภาพบรรยากาศและภาพข้าวเปียกเส้นมาให้ชม เป็นรสชาติแปลกถูกปากและเป็นครั้งแรกที่ได้ทานอาหารประเภทนี้  ที่สำคัญคุ้มกับราคาแบบไม่ต้องสั่งต่ออีกชาม ฉันสังเกตเห็นคุณปรีดาเกือบใส่ถุงไปฝากเจ้าตัวโปรดที่บ้าน   โปรดชมภาพและคุยต่อในเม้นท์นะคะ

         มื้อกลางวันทานอาหารที่โรงพยาบาล มีอาหารพื้นถิ่นคือ "ป่นปลา เมี่ยงปลา และแหนมเนือง" ตอนเย็นคุณสุเลี้ยงที่ร้าน"แซบนัว" หน้าโรงพยาบาลศรีนครินทร์ "ลาบปลา แกงเห็ดเผาะหน่อไม้สด  อ่อมปลา ปลาเผา และส้มตำ ข้าวเหนียว ข้าวสวย" ทานเรียบไม่มีเหลือ 

        ความน่าสนใจของบันทึกนี้คือ "ข้าวเปียกเส้น" คุ้มกับคนชอบหาของแปลก ๆ ทาน  ได้ความประทับใจและโจทย์การแสวงหาความรู้เรื่อง "ข้าวเปียกเส้น" ต่อไป อาหารพื้นถิ่นของแต่ละแห่งจะเป็นเสน่ห์ของบ้านเมืองนั้น ๆ 

        ขอขอบพระคุณคุณปรีดาและครอบครัว พี่ลี คุณมณีวรรณและสามีที่ให้การต้อนรับ ดูแลที่อบอุ่น และสมาชิกทุกท่านที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ที่ทำให้ได้พบกับเสน่ห์เมืองหนองคาย

 

ลำพองกุ้งเต้น : บันทึกคุณสุ