มหัศจรรย์ทุ่นไม้ไผ่ยื้อแผ่นดินคืนมาได้                      (ขอยืมน้องปลายฟ้ามาค่ะ เห็นมันดังดี อิอิ)

วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม 2552 ผู้เขียนได้ชักชวนพ่อบ้านไปเยี่ยมพี่นริทร์ ผู้เป็นอดีตข้าราชการในตำแหน่งประมงอำเภอ นานนับ 10 ปี เราเจอกันไม่บ่อยนัก และทุกครั้งที่เจอกัน พี่นรินทร์จะทักทายผู้เขียนว่า ไงไอ้น้อง และเมื่อจากกันพี่คนนี้ก็จะพูดคำว่า พบกันเมื่อชาติต้องการโว้ยยยย...

อาจเป็นเช่นนี้ เราไปหาพี่นรินทร์ และไม่พบ อาจเป็นเพราะมันไม่ใช่เวลาที่ชาติต้องการ  แต่ผู้เขียนต้องการ ดังนั้นจึงสืบหาเบอร์โทร และรอนัดหมายว่า  ครั้งต่อไปเราเจอกันไม่ใช่เพราะชาติต้องการแล้ว แต่เราต้องการชาติ ชาติที่มั่นคง อบอุ่น ปลอดภัย

สำหรับผู้นำอีกท่านของที่นี่คือผู้ใหญ่บ้าน น้องหมู เรารู้จักกันมานาน แต่ระยะหลัง 10 กว่าปีมาผู้เขียนไม่มีโอกาสเจอเลย เพราะภาระงานต่างออกไป กับโอกาสของผู้เขียนมันน้อยนิดเกินกว่าจะได้เจอะเจอเพื่อนพ้อง น้องพี่

เพื่อไม่ให้เสียเวลาผู้เขียนขออนุญาตน้องผู้ดูแลศูนย์เรียนรู้ ป่าชายเลน หมู๋ 3 และเก็บภาพมาฝาก บรรยากาศที่พบเห็น ค่อยๆกำกับความนึกคิด  ผู้เขียนเดินไปๆ และเก็บภาพช้าๆ ใจล่องลอยไปกับกาลเวลาในอดีต ภาพในอดีตที่นี่เป็นป่าที่อุดม คนคงลืม เพราะมันเต็มไปด้วยบรรยากาศของป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ หากวันนี้ต่างจากวันนั้น และนี่คือภาพวันนี้

ที่ๆเคยอุดมสมบูรณ์ ได้ถูกพัฒนาขึ้นให้รถเข้าถึง เมื่อ20 กว่าปีเราต้องลุยขี้เลนเข้ามา

ศูนย์เรียนรู้

 

นานนับ 10ๆปี ที่กุ้งกุลา บอกลา กูลาตาย ต่อจากนั้นที่นี่เงียบเหงา เกษตรกรพบปัญหาหนี้สิน เจ๊บปวด

น้ำทะเลรุกเร้า บุกโหมกระหน่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า โรงเรียนหายไปในทะเล บ้านเรื่อนที่นาต่างพากันไหลลงทะเล ไม่เว้นแม้ป่าชายเลน แหล่งกำเหนิดสัตว์น้ำ ก็ไหลลงทะเล 

เหลือไว้เพียงฟ้ากับน้ำให้ดูต่างหน้า ให้ปวดร้าวทับถมนับวันนับคืน เหมือนจะให้หายนะจากธรรมชาติเร่งเกิด ใครทำร้ายใครก่อนคงไม่ต้องพูดแล้วนะเวลานั้น ผู้คนเริ่มเกลียดชังบ้านเกิด สำนึกรักบ้านเกิด...ไม่หลงความภาคภูมิใจให้หลงเหลือไว้เลย นอกจากความขื่นขม ปวดร้าวใจที่ไม่อยากจะเอ่ยปากบอกเล่าใคร

 ทะเลแกล้ง หรือแก้แค้น เขากัดเซาะทุกวัน เซาะทุกคืน ผืนดินพังทลายลง และทุกครั้งที่ทะเลกระชากลากถู ผืนดินถิ่นนี้ก็มิอาจช่วยตัวเองได้ ไม่มีแล้วป่าที่อุดมสมบูรณ์ เขากระชากลงทะเลครั้งละเป็นกิโล แผ่นดินของไทยที่สมุทรสาคร  ผู้เขียนไม่ใช่นักอะ (อนุรักษ์) ที่เฝ้ารอให้เกิดปัญหา แล้วแก้ ดังนั้นงานของผู้เขียนจึงเป็นการสร้างความตระหนัก และป้องปรามมากกว่า คำแล้วคำเล่าที่เอ่ยออกไป ไม่อยากให้มันเกิด พร่ำสอนไปเถอะ ....สุดท้ายผู้เขียนก็แพ้

ณ วันนี้ ทำอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ มันไม่ทันการ ทำตรงไหนได้ทำไป ไม่ต้องรอ เห็นหน่วยงานของรัฐเข้ามาช่วยเหลือเช่นนี้ พี่น้องเอ๋ย...โคกขามต้องอยู๋คู่แผ่นดินไทย

 

หน่วยงานของรัฐ มีความพร้อมด้านปัจจัย   ต่างพร้อมใจกัน  ประชาชนร่วมมือกัน

ทั้งเด็กเล็ก เด็กโต   เค้าจะรู้ไหมหนอว่าที่ๆเค้ากำลังปลูกป่าริมเลในขณะนี้  เมื่อ 20 กว่าปีมันคือผืนดินที่อุดม และต้องเดินไปอีกเป็นกิโลๆ กว่าจะเห็นชายฝั่ง เห็นน้ำทะเล

ปลูกตรงไหนก็ได้เร่งรีบปลูกเร็ว เพิ่มผืนป่าชายเลน ช่วยกันเพาะกล้า

ภาพกิจกรรมนี้นักเรียนโรงเรียนสหกรณ์นิคมเกลือและนักศึกษาจาก VBACร่วมกันเพาะพันธุ์ กล้าโกงกางอีก 600 ต้นกล้าไว้ที่โรงเรียน ห่างจากชายฝั่ง  ประมาณ 5 กิโลเมตร

ภาครัฐโดยกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 รักษาพระองค์ ขุนพลปลูกป่า สร้างเขื่อน ทุ่นไม่ไผ่ลดการกัดเซาะชายฝั่งทะเลหลังแนวเขื่อนไม้ไผ่ชะลอคลื่น..

 

แทรกภาพ นาเกลือก่อนถึงทะเลแห่งนี้  เวลานี้.. เพิ่งปล่อยน้ำเข้ามา

กัดเซาะอย่างนี้ จนหน้าดินเริ่มหายไป เซาะจนเห็นทราย บางทีสมุทรสาคร อาจเป็นทะเลเดิม แล้วกรุงเทพฯ และปริมณฑลหละ ใช่ทะเลเดิมหรือไม่ หรืออาจเป็นทะเลในไม่ช้า ไม่นาน......คิดแล้วเยือก..

แนวเขื่อนสลายคลื่น และป้งอกันการกัดเซาะ ต้นโกงกางกำลังเติบโต จากต้นกล้าเร่งแทงรากยึดผืนดิน

แนวป่าเดิมที่ถูกรักษาไว้ หากไม่มีใครเหลียวแลไม่ช้าก็เร็วอาจหายลงทะเลไปอีก

เขื่อนไม้ไผ่ แนวชะลอ และสลายคลื่น

 

คุณพี่รินทร์ ....คุณลุงของเด็กๆ ภูมิปัญญา อดีตข้าราชการ ประมงอำเภอ จังหวัดสมุทรสาคร ผู้ไม่เคยถอยห่างจากทะเล ...ขอปรบมือให้นักสู้ภัยทะเลมือเปล่า.....ท่านคือขวัญใจของทุกคนที่นี้...  คุณนริทร์ บุญร่วม

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรสาคร

ได้ร่วมกันปลูกป่าอนุรักษ์ เสริม ซ่อมแซมป่า นัก

เรียนที่นี่นับพันๆ คน ร่วมใจกัน ครูอาจารย์ทุก

ท่าน ต่างจัดกิจกรรมเสริม สำนึกรักสิ่งแวดล้อม

รักป่า รักทะเล รักน้ำ ฯลฯ

ทุกคนภาคภูมิใจในกิจกรรมที่ทำ มิใช่คนใดคนหนึ่ง หากแต่เป็นความร่วมมือ ที่มีหน่วยงานของทั้งภาครัฐ และเอกชน ร่วมใจกัน ประสานประโยชน์ เพื่อผืนแผ่นดินไทยนี้ให้ประชาชนที่นี่ได้อุ่นใจ คนไทยไม่ทอดทิ้งกัน

นิคมสหกรณ์โคกขาม ต.โคกขาม ผู้นำหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกันเร่งรัดแข่งกันยื้อแผ่นดินคืนมาจากทะเล

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

สส.สมุทรสาคร

พระสงฆ์

เด็กน้อย

อสม.และอนามัย

ตำรวจ

ผู้ใหญ่บ้าน และอบต.โคกขาม

ครู อาจารย์ ชาวบ้าน

สถาบันส่งเสริมสิ่งแวดล้อมไทย สถาบันวิจัยและปฏิบัติการสังคม

และอีกหลายหน่วยงานที่ยังไม่ได้กล่าว จะนำมาเล่าต่อไปในบันทึกที่โอกาสอำนวย

ดูเพิ่มเติมที่นี่ค่ะ

ดร.ขจิต ฝอยทอง  

  http://gotoknow.org/blog/yahoo/237923#top

น้องครูปู

http://gotoknow.org/blog/pitsini5022/238089

http://gotoknow.org/blog/pitsini5022/237072

สุดท้าย

ขอเชิญชวนมาร่วมกันปลูกป่าอีกนะคะ อีกหลายๆร้อยกิโลเมตรที่ถูกทะเล กัดเซาะ มาร่วมแรง ร่วมกาย ร่วมใจ ฉุด ยื้อดึงสะกัดกั้น ไม่ให้ผืนแผ่นดินไทยที่สมุทรสาครไหลลงทะเล  

ขอบคุณค่ะ