พี่ไม่รู้อะไรเลย..แต่พี่เห็นเธอเตะเขา
เรื่องของสามี-ภรรยา หรือภาษาแบบบ้านๆเรียกว่า"เรื่องของผัวๆเมียๆ.".เป็นเรื่องที่เล่าไม่รู้จบค่ะ..บางคนบอกว่า
เหมือนลิ้นกับฟัน..ถ้าอยู่ที่บ้านผู้เขียนมองว่าเป็นเรื่องธรรมดามากๆ..แต่เรื่องนี้ไม่ธรรมดาตรงที่ มันเกิดในโรงพยาบาลค่ะ..และที่สำคัญมันท้าทายบทบาทของผู้เขียน..ที่ดูแลด้านฝ่ายกายเป็นส่วนใหญ่..เรื่องมีอยู่ว่า..
ผู้ป่วยหญิงวัย 20 ต้นๆ เพิ่งแต่งงานใหม่ได้ 2-3 เดือน..มาผ่าตัดใส้ติ่งอักเสบค่ะ..หลังผ่าตัดได้ 2 วัน เธอทะเลาะกับสามี
หนุ่มวัยเดียวกัน..กลางหอผู้ป่วย..ครั้งแรกผ่านไปจบลงโดยที่สามีเป็นฝ่ายเดินหนีไป...วานนี้เป็นวันเกิดของสามี..เธอฝากพยาบาลซื้อเค้กให้สามี 1 ชิ้น..แต่ผู้เขียนเห็นเค้กชิ้นนั้นยังวางอยู่ที่โต๊ะข้างเตียงผู้ป่วย..เกือบ 5 ทุ่มแล้ว..เธอเรียกสามีไปคุยกันบางเรื่องที่นอกหอ..หายไปนานพอสมควร พยาบาลจึงไปตาม..ปรากฏว่ากำลังทะเลาะกัน..ผู้ป่วยร้องไห้ฟูมฟาย..สามีสีหน้าเคร่งเครียดและพยายามจะหลีกหนีจากเหตุการณ์ตรงนั้น..แต่ภรรยาขอ clear.".เธอ(มึง)จะอยู่หรือเธอ(มึง)จะไป.."
ท่าทางเธอโกรธมาก..ผู้เขียนเข้าไปนั่งเฝ้าอยู่ห่างๆ(คาดการณ์ว่าเผื่อเธอวู่วาม..เกิดคิดสั้น..กระทันหัน) ..ไม่นานสามีเธอลงลิฟต์หนีไป..แต่เธอตามไม่ทันเพราะปวดแผลผ่าตัด..เธอจึงต้องนั่งลง..แล้วพูดระบายให้ผู้เขียนฟัง..
..พี่ไม่รู้อะไร..ตั้งแต่แต่งงานกัน..หนูดูแลเขา(มัน)ทุกอย่าง..ให้ทำอะไร..หนูก็ทำ.." แต่พอหนูไม่สบาย..มานอนเฝ้าแค่นี้..มัน(เขา)บอกว่าเหนื่อย..
"พี่ไม่รู้อะไร..เวลาทะเลาะกันอยู่บ้านมันเตะ..มันถีบหนู.."
พี่ไม่รู้อะไรๆๆๆๆ..ขณะพูดมือก็กดโทรศัพท์ตามสามีตลอดเวลา..พอสามีเธอ(สิ่งเร้า:stimuli)กลับมาอีกครั้ง..เธอจึงรี่เข้าไปจะทำร้ายสามี..พยาบาลต้องจับเธอไว้และรายงานแพทย์ เพื่อให้ยาสงบระงับ..แต่ด้วยความเกรี้ยวกราดของเธอ พยาบาลตัวเล็กๆ 3 คน จึงจับเธอไม่อยู่..เธอจึงถลาไปเตะสามี 1 ครั้ง..ก่อนที่สามีเธอจะเดินหนีไปอีกครั้ง..แล้วเธอก็พูดต่อไปมากมาย..กระทั่งผู้เขียนพอมีโอกาสจึงสะท้อนกลับไปว่า..
"พี่ไม่รู้อะไรเลยค่ะ..แต่พี่เห็นเธอต่อว่า(ด่า)สามีต่อหน้าพยาบาลและญาติคนอื่นๆ..
พี่ไม่รู้อะไรเลย..แต่พี่ไม่เห็นสามีของคนอื่นมาเฝ้าภรรยา..เหมือนสามีของน้อง..ส่วนใหญ่พี่เห็นแต่ภรรยา มาเฝ้าสามี..
พี่ไม่รู้อะไรเลยจริงๆๆนะ..แต่พี่เห็นเธอเตะเขา...
พี่ไม่รู้เลยว่า..ทำไม น้องจึงแต่งงานกับเขา..??
เธอเริ่มนิ่งค่ะ
ขณะพูดผู้เขียนก็เตรียมยานอนหลับไปด้วย..และด้วยความรวดเร็ว..ในเสี้ยววินาที..diazepam 10 mg ก็ค่อยๆถูกฉีดเข้าเส้นเลือดเธออย่างช้าๆ...เธออ่อนลง..แต่เธอยังไม่หลับค่ะ..
ผู้เขียนหันมาทำความเข้าใจกับสามีผู้ป่วยบ้างว่า.."เวลาคนเราเจ็บป่วยก็ต้องการ การเอาใจใส่จากคนที่รัก..มากน้อยแตกต่างกัน..ให้อดทนนะคะ..ช่วงนี้พี่ก็ขอร้อง ให้เอาใจเธอมากขึ้น สักนิดนึง..ให้เธอหายดีแล้ว..ค่อยคุยกันใหม่นะคะ..
สามีของเธอซึ่งดูเงียบขรึม..พูดขึ้นว่า"..ก่อนแต่งผมก็ไม่คิดว่า..เธอ(มัน)จะเป็นมากขนาดนี้ครับ.." ..เอิ๊กกๆๆ..ตอนแรกรักน้ำต้มผักก็ว่าหวานละน้องเอย..
วันนั้นผู้เขียนอนุญาติให้สามีเธอนั่งเฝ้าค่ะ..และก่อนที่เธอจะหลับ..เธอบอกว่าปวดปัสสาวะ..ผู้เขียน จึงแนะนำให้สามีเธอประคองเธอไปห้องน้ำ..ขากลับก็ประคองกลับมา..แล้วเธอก็หลับด้วยความสุข..ก็แค่นี้!!!คืนนั้นผู้เขียนลงเวรไปด้วยความสุขยังไงๆไม่รู้ค่ะ..
วันนี้เธอกลับบ้านแล้ว..ก่อนกลับเธอฝากองุ่นไว้ให้พร้อมบอกกับพยาบาลว่าฝากขอบคุณพี่พยาบาลที่"สอนเธอ..เมื่อคืนนี้"
ไม่ได้สอนค่ะ..แต่เอาประสบการณ์..มาแลกเปลี่ยน..น้องเอ๋ย..
ดูแลคนไข้ผู้ใหญ่ต้องเจอเหตุการณ์อะไรเเปลกๆหลายอย่างนะคะแล้วก็ต้องจัดการเก่งๆ
และมีเทคนิคในการพูดคุย เป็นกำลังใจให้พี่ดาค่ะ ทำดีแล้วค่ะ
อ่อ..คอเดียวกันเลยค่ะพี่ดา จินตรา ฟักลาบ
เพราะอีหลีเด้อ
สวัสดีค่ะ
พี่ดาเล่าเรื่องได้สนุก
ชวนติดตาม...ขอชื่นชมที่พยาบาลของเรา
มองเห็น...และช่วยเหลือเรื่องจึงจบลงด้วยดี
holistic appoarch very good
สวัสดีค่ะ
เจริญพร โยมลดา
อาตมาเคยไปสวดมนต์ในเรือนจำหญิงและเรือนจำชาย
สิ่งที่ได้เห็นคือ เรือนจำชายนั้นบรรดาภรรยาจะมาดูแลสามีที่
ติกคุกกันไม่ขาด ขณะที่เรือนจำหญิง อาตมาไม่พบสามีมาดูภรรยา
เลย มีแต่แม่หรือญาติ
เจริญพร
ฮาดีครับ ทำได้ยังงัย
บอกตรงๆว่าตอนนั้นดิฉันฮาไม่ออกจริงๆค่ะ..แต่ก็ไม่เครียด.ไม่กลัวค่ะ.
คิดว่าควบคุมสถานการณ์ได้..เพราะมีประสบการณ์และได้ข้อคิดในการดำเนินชีวิต..จากเพื่อนๆ และการเรียนรู้ใน G2K..ค่ะ
สำหรับดิฉัน knowlage + ประสบการณ์ + สติ( control)= power ค่ะ..นั่นคือ มีความรู้ มีประสบการณ์ มีสติ = มีอำนาจในการควบคุม ค่ะ..ในทางตรงข้าม lack of knowlage + loss of control = powerlessness ค่ะ..
เอ๊ะ..!!! วันนี้ออกทางวิชาการ นิดนึงค่ะ..
ขอบคุณที่แวะมาค่ะ..ไม่เจอตั้งนานนะคะ..
ยังไม่ลืมค่ะ
สวัสดีค่ะ
มาชวนไปดู the star
สมกับที่เป็น ผู้ปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูง ครับ กถึง Mishel Fuco ที่พูดเรื่อง power of knowledge
สวัสดีคะน้องดา
ดีนะคะน้องดา ใจเย็นและใช้คำพูดที่ดี จนน้องเขาเข้าใจ
เป็นความสุขที่ให้ความสุขแก่ผู้อื่นค่ะ
ใจเย็นดีจังนะคะ...ขอเป็นกำลังใจให้จ้า
population..กลุ่มผู้ป่วยผู้ใหญ่นี้..กลุ่มใหญ่ที่สุดค่ะ..
เราก็จะเห็นปรากฏการณ์ทางสังคมแปลกๆมากมายค่ะ..
เรียนรู้ที่จะสนุกกับงานค่ะ..มองทุกอย่าง 2 ด้านเสมอ..
ที่พูดมาทั้งหมดต้องฝึก..และก็ฝึกค่ะ..แล้วจะเก่ง..ขึ้นเรื่อยๆๆ
ยินดีให้คำแนะนำและเป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ
ตามมาดูสบันสนุนการทำดีกับครอบครัวไม่รังแกผู้หญิงนะครับ..
ตอนพี่เดินไปเจอครั้งแรก..เธอบอกพี่ว่า..พี่ไม่ต้องยุ่ง..
พี่เกือบเดินกลับแล้วค่ะ..แต่พอคิดได้ว่า..นี่มันชั้น 7 นะ..ถ้าเธอเกิดโดดลงไป..โรงบาลเราขึ้นหน้า 1 แน่ๆ..เลยต้องเฝ้า..อยู่ห่างๆค่ะ..
สุดท้ายโอกาสก็เป็นของเรา..เพราะ ณ เวลานั้น
เธอไม่รู้จะพูดระบายกับใครค่ะ..
ส่วนตัวพี่มองว่า..เด็กทั้งคู่..เอาแต่อารมย์..ไม่มีเหตุผล..
แต่เรื่องของ..ความรัก..อารมย์มักอยู่เหนือเหตุผลค่ะ..เอิ๊กกๆๆ
สวัสดีค่ะ
อ่านแล้วได้อมยิ้มในที่สุด....แต่คิดว่าตอนอยู่ในเหตุการณ์พี่คงขำไม่ค่อยออกแน่เลย...
ขอบคุณพี่ค่ะ
(^___^)
นมัสการพระคุณเจ้า..
ในโรงพยาบาลก็เช่นกันค่ะ..ส่วนใหญ่มีแต่ผู้หญิงมาดูแลผู้ชาย..
ไม่ทราบว่าต้องทำบุญด้วยอะไร..ผู้หญิงจึงจะได้รับการดูแลบ้างเจ้าค่ะ
สาธุ..
ไม่ได้ดูเลยค่ะ..ไปเข้าเวร..แต่ทราบว่า..น้องแตงโม..ได้เป็น The star จ้ะ.
ดีใจกับคนขอนแก่น..อีกแล้ว..
พี่นะลุ้นให้ลูกชายไปประกวดกับเขาบ้าง..เผื่อจะได้เป็นแม่ดารา..เอิ๊กกๆๆ..
กล้วยไม้สวยจัง..ดูแลดี..เดี๋ยวมีโอกาสพี่จะแวะไปดูที่บ้านบ้างค่ะ..
ขอบคุณนะคะ