หลังจากเหตุการณ์ประทัดยักษ์ (อยากเรียกแบบนี้...ตามท่านผู้ใหญ่ที่ให้ข่าวทางโทรทัศน์ท่านนึงน่ะค่ะ…เพราะมีความรู้สึกว่ามันอาจะลดพิกัดแห่งความรุนแรงลงมาได้อีกสักนิดนึง) ระเบิดที่ อ.หาดใหญ่ และที่ อ.เมือง ใน จ.สงขลา ในคืนวันเสาร์ สงบลง นั่นไม่ได้หมายความว่ามันจะสงบลงตามเสียงประทัดยักษ์ที่เงียบลงไปแล้วหรอกนะคะ หากแต่ดูเหมือนอาจจะปั่นป่วนมากขึ้นเนื่องจากเล่นในตัวเมืองเลยทีเดียว ครูแอนก็จำได้ว่ากำลังจะมาเพิ่มบันทึกใหม่ในชีวิตนี้ล่ะค่ะ แต่มัวตื่นเต้นกับเหตุการณ์จนลืมไปเลย นึกขึ้นมาได้ก็อยากจะลงไว้เพื่อให้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันค่ะ
.....ใกล้แต่ไกล.....
แว๊บแรกสุด....ทำไมถึงนึกถึงประโยคนี้ก็ไม่ทราบ....
มานั่งทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตในช่วงวันหยุดนี้เลยได้คำตอบแห่งความคิดแว๊บแรกนั่นเอง
โดยปกติแล้วในวันพฤหัสบดีซึ่งเป็นวันตลาดนัดใหญ่ของหมู่บ้าน แม่หรือพี่สาวที่ไปตลาดก็มักจะซื้อผักกูดมาทุกครั้งที่มีวางขายในตลาดนั่นเอง แต่ไม่มีในทุกๆ ตลาดหรอกนะคะ เป็นบางตลาดว่างั้นเถอะค่ะ เพราะเมื่อเย็นมาถึงก็เจอมัดผักกูดสักมัดสองมัดถูกแช่น้ำอยู่ในกะละมังใบใหญ่เพื่อคงความสดให้กับมันอยู่เสียแล้ว และมื้อเย็นนั้นก็เป็นที่เปรมปรีดากับน้ำบูดูอาหารถ้วยโปรดของครอบครัวที่มีผักเหนาะ (เครื่องเคียงที่เป็นผัก) เป็นผักกูดลวกสีเขียวสดใสหน้าตาน่ากินนั่นเอง (หากมีสะตอด้วยแล้วละก็....เอาสเต็กมาแลกก็ไม่ยอม...จริงๆ ด้วย ...คิคิคิ)
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาครูแอนไปเที่ยวบ้านน้องคนหนึ่งที่มาอาศัยเช่าบ้านอยู่ติดกันกับบ้านครูแอน บ้านของน้องอยู่ที่ อ.สะบ้าย้อย (อำเภอชายแดนของสงขลาที่มีอาณาเขตติดกับ อ. ยะหา จ.ยะลานั่นเอง) เราไปกันสามสาว โดยพี่สาวครูแอนเป็นผู้รับผิดชอบชีวิตผู้โดยสารบนรถของเธอนั่นเอง เส้นทางที่ไปค่อนข้างเปลี่ยวเนื่องจากสองข้างทางเต็มไปด้วยป่า

จนเมื่อเข้าถึงตัวอำเภอสะบ้าย้อยซึ่งเป็นเพียงทางผ่านของเรา เราขับรถเลี่ยงออกถนนเส้นนอกตัวอำเภอเพื่อไปกันต่อยังหมู่บ้านเล็กๆ อันเป็นที่ตั้งบ้านเรือนของน้อง นานๆ ครั้งจะเห็นรถผ่านไปมาให้เห็น บางครั้งเราก็ขับผ่านที่ตั้งกองทหาร , ทุ่งนากว้างสีเขียวที่ตัดกับเส้นท้องฟ้าสีคราม มีต้นตาลโตนดให้เห็นเป็นระยะๆ พอให้หายคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ สมัยเป็นเด็กๆ
เมื่อไปถึงบ้านน้องเราก็เข้าไปทักทายผู้ใหญ่ใจดีเจ้าของบ้านแล้ว น้องก็ชวนเรามุ่งตรงไปยังสวนทุเรียนหลังบ้าน มันเป็นทุเรียนบ้านต้นใหญ่ให้ผลเยอะมาก เราใช้เวลาไม่นานในการเก็บลูกทุเรียนใต้โคนต้น แล้วน้องก็ชี้ชวนไปเก็บผักกูดกัน...เราสองพี่น้องก็ตื่นเต้นกันเป็นการใหญ่....เนื่องจากตั้งแต่เกิดมากินเป็นกันอย่างเดียว ไม่เคยเห็นต้นผักกูดซักที ครูป้าหวาด (พี่สาวครูแอน) แอบกระซิบให้ได้ยินกันพอขำๆ กันสองพี่น้องว่า “ตั้งแต่เกิดมาจนห้าสิบกว่าๆ แล้วเพิ่งจะได้เห็นต้นมันก็คราวนี้แหละ” ไม่ต้องพูดถึงครูแอนเลยค่ะ...ยิ่งแล้วไปใหญ่...นี่เป็นครั้งแรกเลย...มันทำให้ตื่นเต้นไม่น้อยเมื่อนึกถึงต้นตอของอาหารจานอร่อยที่เคยกินมาก่อนหน้านี้ (ผักกูดลวกกะทิ) เอาล่ะเดี๋ยวจะได้เห็นกันซะที

โอแม่้เจ้า ...ต้นมันเป็นแบบนี้หรอกหรือ ทีแรกนึกว่ามันจะขึ้นเหมือนต้นหวายที่เคยเห็น อ้าวที่ไหนได้....ต้นมันเหมือนต้นเฟิร์นที่ใช้ประดับตกแต่งกับดอกไม้ในงานต่างๆ นั่นเอง เป็นพืชที่เก็บกันในที่ลุ่มชื้นๆ แฉะๆ หรอกหรือนี่ ครูแอนกับครูป้าหวาดเลยสนุกับการเก็บผักกูดกันเป็นการใหญ่...แต่...เก็บไปพักใหญ่ครูแอนเจอพระเอกเหมือนที่เจอที่เขาใหญ่อีกแล้วค่ะ.....อึ๊ย....ขนลุกซู่เลย!! เขี่ยๆ มันออกอยู่พักใหญ่...งานนี้เลยขอตั้งหลัก....“ถอยก่อนดีกว่า” ส่งมอบหน้าที่ให้พี่ครูป้าหวาดแทนต่อละกัน แล้วผันตัวเองมาเป็นตากล้องท่าจะเหมาะกว่า เลยได้ภาพสมใจอยากซะ
แถมท้ายเพิ่มเติมด้วยข้อมูลเกี่ยวกับผักกูด
สารอาหารในผักกูด : ผักพื้นบ้านอุดมด้วยแร่ธาตุและวิตามิน และ
ผักกูด... ผักพื้นบ้านที่น่าสนใจ ค่ะ
เก็บผัก, เก็บภาพ กันจนเป็นที่พอใจแล้วก็ทำการลาเจ้าของบ้านใจดี พร้อมออกเดินทางกลับบ้านกันล่ะค่ะ ระหว่างทางที่ขับรถผ่านมานี่สิคะ ดันเจอสวนข้าวโพดกับคนรู้จักของน้องเค้าอีก ก็เลยแวะลงข้างทางไปซื้อหามาได้ในราคาเป็นกันเอง ทั้งสดๆ และปลอดภัย (ก็หักกันสดๆ นี่คะ...ไม่ต้องพูดถึงความหวานเลยค่ะ ร้อยเปอร์เซ็นต์) หักข้าวโพดพลางเก็บมังคุดใต้ต้นใกล้ๆ ต้นข้าวโพดไปพลาง ชมแอ่งน้ำตามธรรมชาติท่ามกลางสวนยางกันไปพลางๆ วันเสาร์นี้ก็กลายเป็นเสาร์สนุกของครูแอนมาตลอดทั้งกลางวัน (จนมาตื่นตกใจกับเจ้าประทัดยักษ์ในตอนกลางคืนนั่นแหละค่ะ) เมื่อกลับมาถึงบ้านเราต้มข้าวโพดก่อนใครเพื่อนในทันทีนั่นเทียว ทัวร์วันนี้...ก็อิ่มเอมกันถ้วนทั่ว (ทั้งใจและปากท้อง ฮาๆๆ)

ขอบคุณน้อง ที่นำพาพวกพี่ๆ ไปพบสิ่งที่ใกล้ตัวและดูเหมือนไกลตัว (จากความไม่รู้)
ขอบคุณธรรมชาติ ที่มีผักกูดให้คนไทยได้กิน....
แล้ววันนี้ .....คุณรู้จักคนใกล้ตัวดีแค่ไหนกันคะ เดี๋ยวจะเหมือน “ใกล้แต่ไกล” นะคะ ศึกษาเค้าเหล่านั้นดูสิคะ บางครั้งคุณอาจจะพบและเข้าใจอะไรๆ ได้ดีกว่าที่ผ่านมากับคนใกล้ตัวที่คุณแทบจะไม่รู้จักเค้าเลยก่อนหน้านี้นะคะ....โชคดีนะคะ
.....ใกล้แต่ไกล..... ให้ข้อคิดอะไรคุณได้เพิ่มเติมอีกมั๊ยคะ
สวัสดีครับ
รพี
สวัสดีครับน้องครูแอน
หายไปนานคิดถึงจ้าน สาไม่ค่อยว่างโรงเรียนเปิด
" แหลงถึงแต่ของหรอย ๆ ทั้งเพ ผักกูด น้ำบูดู ลูกตอ คง ไปสงขลาเที่ยวนี้(9-13..แต่หวางนี้มีระเบิดยักษ์เสียหล่าว ยังกะรู้ว่าเราอิไปนิ)...สาต้องหาแลในหลาดฟายให้พุงปลิ้นสักวัน...อิอิ...แถวบ้าย้อยตรงนั้นพี่เคยไปหนเดียวน้องเหอ เมื่อปี 2516 ไปหาผักเหมือนกันแหละ เอามาช่วยงานที่วัดศรีมหาโพธิ์ ที่โคกโพธิ์ ตอนนั้นหนนยังเป็นดินแดง ไปรถจี้บ ขึ้นควนบางแหงไม่รอด ต้องช่วยกันดุนเหม็ดแรงกันตาม ๆ...ผักลุยเสียเหม็ด ไปแล้วคุ้ม "
ขอบคุณครับที่ทำให้นึกถึงความหลังได้
สวัสดีตอนบ่ายค่ะครูพี่แอน
มาช่วย อ.ขจิตยืนยัน นั่งยัน ที่กาญจนบุรีเยอะมาก ตอนที่เห็นต้นผักกูดครั้งแรก ตื่นเต้นมาก พี่ๆครูเขาพาไปในป่าหลังโรงเรียน
จำได้ว่าบ้าเก็บผักกูดอยู่เป็นอาทิตย์ มีอยู่วันหนึ่ง ไปเจอช้างที่ชาวบ้านเขาผูกไว้ในป่าตัวใหญ่มาก และพงหญ้ารอบๆบริเวณที่ผูกช้างไว้โดนช้างย่ำซะราบเรียบ ชวนขนลุกมาก พอเห็นหนูวิ่งซะป่าราบเลย อิ..อิ..
งานยุ่งไหมคะช่วงนี้ คิดถึงมากค่ะ
สวัสดีจ้ะ น้องแอน
*บ้านพี่ก็เห็นอยู่บ้างเหมือนกันนะ แต่เห็นในกับข้าวแน่ะ ไม่เห็นตัวจริง แหะแหะ แบบว่าคล้ายๆหนูน่ะแหละ
*พี่ได้ยินข่าวปะทัดที่บ้านน้อง พี่คิดถึงน้องๆทุกคนจังเลย ดูแลตัวเองให้ดีๆๆนะจ้ะ
สวัสดีครับ
ได้บรรยากาศดีครับ
ภาพสวย
ประทัดนี่มันไม่ส่งผ่านเน็ตใช่ไหมครับ
เอาใจชว่ยครับ ขอให้สงบไวๆ
สวัสดีครับ
ได้บรรยากาศดีครับ
ภาพสวย
ประทัดนี่มันไม่ส่งผ่านเน็ตใช่ไหมครับ
เอาใจชว่ยครับ ขอให้สงบไวๆ
+ สวัสดีค่ะครูพี่แอน...
+ หนุกหนานตามไปด้วยค่ะ...
+ กินบ่อย..แต่เหมือนพี่แอน คือ ใกล้แต่ไกล....
+ กลัวทาก เหรอค่ะ...ใช่ๆ ที่เขาใหญ่ทากเยอะ..แต่สู้ภูกระดึงไม่ได้...สุกยอดเลยท่านพี่...
+ กินคงเพื่อมั้งนะ...ของโปรดค่ะ....
+ ด้วยความคิดถึงค่ะ....
มาชวน กอดแม่ กราบแม่ รักแม่
สวัสดีค่ะ คุณ Ann
ไม่เคยรู้มาก่อนว่าต้นไม้ที่มีลักษณะคล้ายต้นเฟินร์เรียกว่า " ต้นผักกูด " เคยในสวนข้างๆบ้าน ถอนทิ้งหมดเลย หลังจากนี้คงต้องขยายพันธ์ให้มากๆ แล้วผักกูดเขาเอาไปประกอบอาหารอะไรบ้าง เขานิยมรับประธานกันใช่ไหม แล้วจะเข้ามาศึกษาใหม่นะค่ะ