ไม่มีฟันกินอะไรก็ไม่อร่อย...พระราชดำรัสของในหลวง

 

           เล่าเรื่องฟันผู้สูงอายุต่อจากตอนที่แล้ว  คราวนี้เป็นของกลุ่มที่  2    

 

 

        กลุ่มเล่าว่า เล่าว่าเริ่มทำงานนี้มาตั้งแต่ปี  เริ่มปี 2548    และคิดว่ากุญแจสำคัญที่อยากทำ  คือ

  • เจ้าหน้าที่ทันตสาธารณสุข ขาดอุปกรณ์,ยูนิตฟัน

  • มีคนทำงาน + ผู้นำท้องถิ่น/อบต, ทต.

  • มีโครงการฟันเทียมพระราชทาน + งานวิจัย

  • คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในมุมมอง ผู้สูงอายุ เวลาผู้สูงอายุไม่มีฟัน กินข้าวไม่ได้ ไม่อร่อย  ไม่มั่นใจ

 

      โดยกลุ่มนี้ได้สรุปเรื่องเล่าออกมาเป็นดังภาพข้างล่างนี้

 

 

ภาพกลุ่มที่ 3

           ส่วนกลุ่มที่ 3  เป็นกลุ่มที่เล่าเกี่ยวกับบทบาทผู้สูงอายุกับการส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม

 

           ในภาพคุณหมอนนท์ เป็นพี่เลี้ยงประจำกลุ่มกำลังชี้แจงแนวทางการ ลปรร.   ซึ่งพอสรุปกิจกรรมและกระบวนการที่ทำได้ดังนี้

 

นำแกนนำแต่ละตำบลมาประชุมเกี่ยวกับสุขภาพในช่องปาก และนำแกนได้ข้อมูลที่ได้รับไปประชุมผู้สูงอายุหมู่บ้านของตัวเอง

 

2 ผู้สูงอายุเกิดความรู้ในการดูแลเรื่องสุขภาพในช่องปาก และฟัน เกิดกิจกรรม เช่น สร้างชมรม เช่น การแปรงฟันให้ถูกวิธี  การย้อมสีฟัน  มีการจับคู่กันตรวจฟันและการทำแบบบันทึกในการ ตรวจฟันแต่ละครั้ง

 

3 ทำให้ผู้อายุมีสุขภาพใจ และกายที่ดีขึ้น

 

กิจกรรมที่เกิดขึ้นที่นอกเหนือจากเรื่องสุขภาพในช่องปาก

-  ฝึกฝนดนตรี

-  ขี่รถเต้นแอร์

-  เผยแพร่งานครัว

-  รวมตัวเข้าวัด

-  ฝึกหัดอานเขียน

-  เรียนรู้สมุนไพร

-  อนามัยจากคุณหมอ

 

5   ปัจจุบันชมรมผู้สูงอายุเห็นความสำคัญในเรื่องของสุขภาพช่องปากมากขึ้น  โดยจะนำความรู้ที่ได้รับปรับปรุง ดูแล สุขภาพและฟันมากขึ้น

 

6   เครือข่ายที่สำคัญที่จะมาช่วย เช่น รพ. (บูรณาการ เช่น ฝ่ายการพยาบาล, เภสัช, ทันต, อปท., อบต, สสส.จนท.อนามัย

 

ผลการประชุมกลุ่ม 

            ได้รับความร่วมมือสมาชิกเป็นอย่างดี  และจะนำไปปรับปรุงในแต่ละชมรมผู้สูงอายุแต่ละกลุ่มให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 

 

 เพราะวันนั้นตรงกับวันแห่งความรัก...

 

 

ผู้เขียนจึงลองถามพ่ออุ๊ยว่า...

"วันวาเลนไทน์  คือ วันอะหยั๋งเจ้า"  

พ่ออุ๊ยตอบแบบไม่เสียเวลาคิดว่า.... 

คือวันที่เฮาคุ้นเคยกั๋นและฮักกั๋น  แม่นกะหา ... คุณหมอ ”

 

แล้วท่านผู้อ่านว่า ...แม่นกะเจ้า...