"หากความป่วยไข้ ได้เข้ามากลายเป็นพลังทำให้เราสามารถยกระดับทางปัญญา มีความกล้าหาญที่จะทำสิ่งที่ถูกต้อง ตลอดจนนำไปสู่วิถีการใช้ชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะยาวนานหรือเพียงช่วงเวลาหนึ่งก็ตามก็ถือว่าเราไม่ได้สูญเปล่าไป และถ้าจะคิดให้ดีแล้วเราจะเห็นว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นย่อมดีที่สุดเสมอ"

เปลี่ยนมะเร็ง เป็นพลัง

                                                                           (ร่างงานเขียนคอลัมภ์ แนะนำหนังสือน่าอ่าน วารสารหมออนามัย - โดย จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร)

ลองคิดดูว่าหากวันหนึ่งชีวิตของเรามีเงื่อนไขที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยไม่คาดคิดและเงื่อนไขนั้นมีทางเลือกเพียงแค่จะอยู่เพื่อมีชีวิตต่อหรือจะยอมแพ้ศิโรราบ ความท้าทายของการก้าวไปข้างหน้าจึงอยู่ที่เรามีมุมมองกับสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นอย่างไร?

 

ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด แห่ง สคส.(สถาบันการจัดการความรู้เพื่อสังคม) ท่านเคยบอกผมนานมาแล้วว่า "การมองโลกในแง่บวกนั้นเป็นเรื่องที่เราควรฝึกฝน แต่เรื่องที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือการยอมรับสิ่งที่เป็นอยู่ตามสภาพความเป็นจริง พิจารณาตามสถานการณ์ที่เป็นอยู่รวมถึง พิจารณาตามเหตุและปัจจัย"

 

เมื่อเราอยู่ท่ามกลางปัญหา มองไปทางไหนก็ล้วนแล้วแต่มีเหตุของปัญหาแทบทั้งสิ้น ผู้คนส่วนหนึ่งจะยอมจำนนกับปัญหาเพราะคิดว่ามันเรื้อรังซะจนแก้อะไรไม่ได้ ในสถานการณ์ที่ระอุด้วยปัญหาถูกพลิกด้วยวิธีคิดที่ว่า "ใช้วิกฤติเป็นโอกาส" การแก้ปัญหาดำเนินไปด้วยวิธีคิดที่ไม่ย่อท้อกับปัญหา และในที่สุดก็พลิกกลับเป็นผู้ชนะอย่างไม่น่าเชื่อ

 

หากเปรียบวิกฤติปัญหาในชีวิต เหมือน "มะเร็ง" โรคร้ายที่คร่าชีวิตมนุษย์คนแล้วคนเล่า จะมีสักกี่คนที่ไม่ยอมจำนนต่อวิกฤตินี้แล้วลุกขึ้นมาต่อสู้และอยู่กับมะเร็งอย่างรู้เท่าทัน

 

"มะเร็งเข้ามาเป็นเงื่อนไขสำคัญในชีวิตผมแล้วจริงๆ นับจากวันนี้ผมจะไปไหนทำอะไรตามสบายอย่างที่เคยทำคงไม่ได้ การอยู่กับความจริงที่ว่าเรามีมะเร็งในช่วงสองสามวันแรกเป็นการต่อสู้ในจิตใจตัวเองครั้งใหญ่ ที่ต้องการกำลังใจและสติเป็นอย่างมาก"

 

คุณหมอสงวน นิตยารัมพงศ์ บอกถึงความรู้สึกแรกเมื่อทราบว่าตนเองมี "มะเร็ง" เป็นส่วนหนึ่งวิถีชีวิต และโรคร้ายนี้ถูกสร้างเป็นเงื่อนไขที่เกิดขึ้นแบบกะทันหัน จนยากจะเตรียมตัว เตรียมใจให้พร้อมรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

 

"ผมเป็นคนหนึ่งที่เหมือนกับทุกคนคือหวั่นไหวในบางครั้งและเข้มแข็งในบางที แต่ผมก็ยังรู้ว่าผมไม่มีเวลาให้ท้อแท้นานมากนัก มะเร็งเติบโตขึ้นทุกวันในร่างกายของเรา มันอาจโตทีละนิดมานานแล้วแต่เรากลับไม่รู้ตัว วันนี้เมื่อเรารู้แล้วก็ถึงเวลาที่เราจะต้องรุกกลับและทำอะไรกับมันบ้าง  เราต้องคิดให้รอบคอบและลงมือทำในทันที"

 

เป็นการตัดสินใจที่ไม่ยอมแพ้ และพยายามหาหนทางต่อสู้ เพื่อเพิ่มเวลาชีวิตให้นานขึ้น ของคุณหมอสงวน

 News_1201220426

ผมหยิบหนังสือ "เปลี่ยนมะเร็ง เป็นพลัง" ที่คุณหมอสงวนได้ถอดบทเรียนชีวิตหลังจากทราบว่าตัวเองเป็นมะเร็งขึ้นมาอ่านรวดเดียวจบ ซึมซับเอาความรู้สึกที่เขียนบรรยายไว้อย่างเป็นธรรมชาติ ท่ามกลางความอลหม่านของปัญหาและความรู้สึกสับสน คุณหมอสงวนได้ค้นพบทางเลือกและเปลี่ยนมุมมองตัดสินใจเลือกข้างเพื่อที่จะต่อสู้ เหมือนได้อ่านหนังสือที่ให้กำลังใจ เป็นหนังสือธรรมะที่มีคุณค่าผ่านประสบการณ์ของการมีชีวิตอยู่ของคนหนึ่งคน

 

ไม่ง่ายนักที่เราจะได้เห็นมุมมองของแพทย์ที่มีต่อการป่วยของตัวเอง รวมถึงข้อคิด การปฏิบัติตัวเมื่อเจ็บป่วย ผ่านประสบการณ์จริง กล้าสะท้อนถึงปัญหาที่ละเอียดอ่อนอย่างตรงไปตรงมา จนมาถึงการพลิกวิธีคิดโดยใช้กระบวนการทางธรรมะ สร้างปัญญาผ่านวิกฤติ เห็นแสงสว่างในความมืดมิด แสวงหาโอกาสในสถานการณ์วิกฤติ

 

"หากความป่วยไข้ ได้เข้ามากลายเป็นพลังทำให้เราสามารถยกระดับทางปัญญา มีความกล้าหาญที่จะทำสิ่งที่ถูกต้อง  ตลอดจนนำไปสู่วิถีการใช้ชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะยาวนานหรือเพียงช่วงเวลาหนึ่งก็ตามก็ถือว่าเราไม่ได้สูญเปล่าไป และถ้าจะคิดให้ดีแล้วเราจะเห็นว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นย่อมดีที่สุดเสมอ"

 

หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เหมาะเฉพาะผู้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง หรือโรคร้ายแรงประเภทอื่นเท่านั้น หากแต่เป็นหนังสือที่ทุกคน "ควรอ่าน" เป็นอย่างยิ่ง ประสบการณ์เรื่องเล่าจากชีวิตจริงของหมอสงวนเป็น "เส้นทางลัด" ของการเข้าถึงปัญญาผ่านความเป็นจริงของชีวิตและเป็นการตีความใหม่ว่า "ชีวิตที่ดีคืออะไร"?

 

----------------------------------------------------------------------

Ca-sanguan

เปลี่ยนมะเร็งเป็นพลัง,นายแพทย์สงวน นิตยารัมพงศ์ ,ราคา 220 บาท

ผู้ที่สนใจหนังสือสามารถติดต่อเพื่อร่วมสนับสนุนกองทุนนายแพทย์สงวนฯ ได้ที่ สำนักสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคี สปสช. โทร.0-2831-4000 ต่อ 4134 และสามารถดาวน์โหลดอ่านข้อความของ นพ.สงวน ในหนังสือได้ในเว็บไซต์ สปสช.http://www.nhso.go.th