กระบวนการค้นหาช้างเผือก

ตามโครงการ Mapping โรงเรียนที่มีการเรียนการสอน Humanized Educare ถือว่าเป็นทั้งโอกาสและธรรมะจัดสรรที่ทำให้ผมได้ลงไปสัมผัสโรงเรียนเล็กๆ ที่อยู่ต่างจังหวัด  ได้เข้าไปเรียนรู้กระบวนการที่ทางโรงเรียนได้สร้างสรรค์เพื่อกล่อมเกลาเยาวชน ด้วยวิธีการ รูปแบบที่หลากหลาย และมีเป้าหมายคือการทำให้ผู้เรียน “สุข ดี และเก่ง”

ในช่วงปีก่อนทางมูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ ได้พัฒนางานทางด้านสุขภาพ ประเด็น หัวใจของความเป็นมนุษย์ Humanized health care  หรือการแพทย์ที่คำนึงศักดิ์ศรีและคุณค่าของความเป็นมนุษย์ เป็นเครื่องมือหนึ่งที่สามารถช่วยให้ผู้ให้บริการและผู้รับบริการสามารถพัฒนาจิต หรือ พัฒนาสุขภาวะทางปัญญาได้ การใช้ การจัดการความรู้เป็นเครื่องมือที่ช่วยเปิดพื้นที่ให้กับคนทำงานได้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องราวดีๆ กระบวนการจิตอาสา ทำให้เรื่องราวและบรรยากาศดีงามเหล่านี้ยกระดับจิต รวมถึงสร้างพลัง แรงบันดาลใจให้ผู้คนเชื่อมั่นในความดี

จาก Setting โรงพยาบาล สู่ โรงเรียน

ภายใต้ฐานคิด เดียวกันคือ เลือกโรงเรียนที่มีการเรียนการสอนที่ ผู้เรียนมีความสุข ผู้สอนก็มีความสุข และจะให้ครบภาพของการพัฒนาแบบองค์รวม ชุมชนที่อยู่รอบข้างก็มีความสุขในการจัดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกับโรงเรียน เป้าหมายที่มุ่งคัดเลือกเป็นโรงเรียนประถมศึกษาที่เป็น Main stream ของโรงเรียนทั่วทั้งประเทศ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

ปัญหาที่เราควรเข้าใจ

ระบบการศึกษาของเรา ต้องยอมรับว่าเป็นทั้งโจทย์และจำเลยในเวลาเดียว และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาโดยตรงก็คือ “ครู” เป็นผู้มีส่วนได้ ส่วนเสีย ตลอดจนผู้ถูกกล่าวหาในฐานะผู้เป็นแม่พิมพ์ของชาติ ผลิตมันสมองของประเทศ ระบบการศึกษาของเราได้สร้างคนเก่งมากมาย แต่สร้างคนเข้าใจไว้น้อย

เรามีคนเก่งเต็มประเทศ แต่คนที่ตระหนักด้านจิตสังคมหาไม่ค่อยมี ดังนั้นเก่งแต่ไม่สร้างสรรค์มีมากขึ้น ตามระบบการศึกษาในสังคมปรนัย

มีคำถามที่ท้าทายว่า เรามีครูเชี่ยวชาญมากขึ้น เรามี ด็อกเตอร์ และตำแหน่งทางวิชาการ (ศ,ร.ศ,ผ.ศ,) มากมายล้นมหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยก็เพิ่มปริมาณมากขึ้น ตรงกันข้ามกับมาตรฐานความดีงามของสังคม,ทุนปัญญามวลรวมของประเทศ ที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาโดยตรงกับดิ่งลงเหว แบบกู่ไม่กลับ

ระบบการศึกษาจึงเป็นเพียงช่องทางการทำมาหากินมากกว่าที่จะถูกกำกับไว้ด้วยอุดมการณ์ทางการศึกษา

วัฒนธรรมที่ผูกยึด

“หางส่าย แต่หัวไม่ไป" ระบบการเมืองในวัฒนธรรมวงการศึกษาทำอะไรไม่ได้มาก เป็นปัจจัยที่ลดทอนพลังของคุณครูลงไปอย่างต่อเนื่อง  ในโรงเรียนเล็กๆ เองก็ได้ผลกระทบจากข้างบน ตั้งแต่ระดับเขต  การนิเทศของศึกษานิเทศก์ นโนบายจากกระทรวงศึกษาธิการ ที่ขาดความเข้าใจบริบทของการจัดการศึกษาเพื่อสร้างจิตใต้สำนึกของคน  จนทำให้โรงเรียนเล็กๆเหล่านั้นขยับตัวไม่ได้ ต้องก้มหน้าก้มตาทำตามนโยบายอย่างเสียไม่ได้ เพราะมีตัวชี้วัดกำกับ คิดออกนอกกรอบไม่ได้ ตายลูกเดียว  เหมือนเดินอยู่ซอกตึกสูงที่ขนาบสองข้าง มองซ้ายก็ตึก มองขวาก็ตึก อึดอัดไปหมด  มองขึ้นบนฟ้าก็เห็นเดือนเห็นตะวันบ้าง แต่ไม่รู้ว่าจะไปถึงได้ยังไง เพราะทางเดินที่ถูกจำกัด บังคับให้เดินตามทาง...

คิดใหม่ ทำงานกับระบบการศึกษา

เปลี่ยนวิธีคิดใหม่...เมื่อทำมหภาคไม่ได้ ก็ทำเรื่องเล็กๆ ให้ดี แล้วขยายผล การ Mapping โรงเรียนที่มีการเรียนการสอนแบบบูรณาการเพื่อพัฒนามิติจิตปัญญา เราคาดหวังถึงพลังที่จะเป็นเเรงกระเพื่อมวงการการศึกษาในอนาคต  ด้วยการค้นหาของดี สร้างพื้นที่การแลกเปลี่ยน บูรณาการพลังดีๆ จากจุดเล็กๆ สร้างเป็นเครือข่าย คิดว่าน่าจะเป็นทางออกของปัญหาการศึกษา อาจต้องใช้เวลาแต่น่าจะเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนในการสร้าง กระบวนการทางปัญญาให้เกิดขึ้น เริ่มจากหนึ่ง เชื่อมโยงเครือข่ายสานพลังด้วยความดีงาม และนวัตกรรมการศึกษาเล็กๆงามๆ ฉายภาพให้ชัด สร้างแรงบันดาลใจ และเป็นต้นแบบโรงเรียนอื่นๆในโอกาสต่อไป

ค้นหา...ช้างเผือก เล็กนั้นงาม

ช้างเผือกอยู่ในป่า น้อยคนนักจะได้ยล ผมก็เป็นคนที่คอยค้นหาสิ่งดีๆเหล่านอกจากเอกสารที่ได้มาจาก กระทรวงศึกษาธิการ ,สพท. ที่มีทั้ง เอกสารครูดีในดวงใจ ,รายชื่อ ผลงานโรงเรียนวิถีพุทธ และส่วนหนึ่งผมสืบค้นมาจากเวป ว่าด้วยเรื่องราวดีๆของโรงเรียนต่างๆเหล่านี้ที่ออกเผยแพร่สู่สาธาณะชน แต่ก็เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น ของจริง ก็คงต้องลงไปสัมผัสด้วยตนเองเพื่อยืนยันกับเอกสารอีกครั้ง การค้นหาที่ดูได้ผลก็คือ การใช้วิธี Snowball การสอบถามจากคนที่รู้จัก เครือข่ายที่เคยทำงานร่วมกันมา สอบถามโรงเรียนที่มีลักษณะดังกล่าว จากทั่วประเทศก็ช่วยให้ได้เข้าถึงโรงเรียนดีๆอีกวิธีการหนึ่ง

 

Criteria ที่ตั้งไว้

ได้มีการตั้งเกณฑ์การค้นหาโรงเรียนที่มีลักษณะเข้ากับ Humanized Educare ผมขออ้างอิงจาก อีเมลของ นายแพทย์ประเสริฐ  ผลิตผลการพิมพ์ ที่ท่านได้ส่งมาให้

         ๑.        เป็นโรงเรียนหรือมีบางหน่วยที่มีการจัดการเรียนการสอนที่เน้นกระบวนการเรียนรู้มากกว่าเนื้อหาวิชา

        ๒.        กระบวนการเรียนรู้นั้นช่วยให้นักเรียนมองเห็นคุณค่าทั้งของตนเองและชุมชน

        ๓.        กระบวนการเรียนรู้นั้นช่วยให้นักเรียนเคารพความเป็นมนุษย์ทั้งของตนเองและผู้อื่น

        ๔.        กระบวนการเรียนรู้นั้นช่วยให้นักเรียนมีความสุขกับการเรียน

 

เป็นเกณฑ์กว้างๆ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการลงพื้นที่ดูของจริง สัมผัสด้วยตา  “จับจิต ด้วยใจ”  ถือว่าเป็นภารกิจสำคัญของการคัดเลือกที่ผม ใช้ความรู้สึกในการตัดสินใจร่วมกับ Criteria ที่กล่าวมาข้างต้นด้วย

โรงเรียนที่ได้คัดเลือกไว้เบื้องต้นก็มี

         ๑.        โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๐ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

        ๒.        โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์จังหวัดน่าน   อ.เมือง จ.น่าน

        ๓.        โรงเรียนวิทยสัมพันธ์ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก

        ๔.        โรงเรียนบ้านห้วยเฮี้ย อ.นครไทย จ.พิษณุโลก

        ๕.        โรงเรียนวัดกระบังมังคลาราม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก

         ๖.        โรงเรียนบ้านเปือย อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี

        ๗.        โรงเรียนหนองตาบ่ง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี

        ๘.        โรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม อ.อุ้มผาง จ.ตาก

กำลังดูข้อมูลโรงเรียนทางภาคใต้ ,ภาคตะวันออก ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลครับ

โรงเรียนเหล่านี้ผมกำลังวางแผนเดินทางไปเก็บข้อมูลให้ครบทุกโรงเรียน เพื่อวิเคราะห์ สังเคราะห์ เรียบเรียงนำเสนอเพื่อทำการคัดเลือกในขั้นตอนสุดท้ายต่อไป

 

 

จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

๒๗ มี.ค.๕๒

นนทบุรี

--------------------------------------------------------------------------------------------

เขียนบันทึกเพิ่มเติม ๑๙.๓๕ น. ที่ อุบลราชธานี

ได้รับเพิ่มเติมข้อมูลจาก ท่านรองsmall man~natadee 
และอาจารย์ Wasawat Deemarn

  • โรงเรียนบ่อไร่ จ.ตราด
  • โรงเรียนบ้านร้องขี้เหล็ก อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่
  • โรงเรียนวัดควนมีด อ.จะนะ จ.สงขลา