การรับรู้ เป็นเหตการณ์ความรู้สึกที่เป็นผลจากกิจกรรมของเซลล์ประสาทสมอง เป็นลักษณะหนึ่งของจิต ไม่ใช่จิตทั้งหมด จัดเป็นประเภทอสสาร สามารถ Observe หรือ Experienceได้ด้วยวิธีพินิจภายใน(Introspection)

การรับรู้ หมายถึง  การรู้สึกสัมผัสที่ได้รับการตีความให้เกิดความหมายแล้ว  เช่นในขณะนี้  เราอยู่ในภาวะการรู้สึก(Conscious)  คือลืมตาตื่นอยู่  ในทันใดนั้น  เรารู้สึกได้ยินเสียงดังปังมาแต่ไกล(การรู้สึกสัมผัส-Sensation)  แต่เราไม่รู้ความหมายคือไม่รู้ว่าเป็นเสียงอะไร  เราจึงยังไม่เกิดการรับรู้  แต่ครู่ต่อมามีคนบอกว่าเป็นเสียงระเบิดของยางรถยนต์ เราจึงเกิดการรู้ความหมายของการรู้สึกสัมผัสนั้น  ดังนี้เรียกว่าเราเกิดการรับรู้

เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในเสี้ยววินาที  คนทั่วไปจะแยกไม่ออก  ผมเองก็แยกไม่ออก  แต่ผมใช้เหตุผลมาแยกขั้นตอนการเกิดออกได้ คือ  เพราะว่าเราอยู่ในภาวะการรู้สึก ดังนั้นเราจึงรู้สึกสัมผัส และเพราะว่าเรารู้สึกสัมผัส ดังนั้นเราจึงรู้ความหมาย   เป็นไปไม่ได้ที่เราจะรู้สึกสัมผัสก่อนการรู้สึก และเป็นไปไม่ได้ที่เราจะตีความเสียงดังปังก่อนการรู้สึกสัมผัส  ดังนั้นมันจะต้องเกิดเป็นขั้นๆ  นับจากขั้นการรู้สึก  การรู้สึกสัมผัส  การตีความให้รู้ความหมาย  อย่างแน่นอน

ถ้าเราวิเคราะห์กระบวนการรับรู้จะได้ดังนี้  คลื่นเสียงเดินทางเข้ากระตุ้นที่หู  แล้วเกิดการเปลี่ยนคลื่นเสียงเป็นกระแสประสาท  จากนั้นจึงเดินทางต่อไปจนถึงแดนการรู้สึกได้ยินคือ Auditory cortex ที่สมองบริเวณขมับ  กระบวนการทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นเหตุการณ์ทางกาย  ทางวัตถุ  หรือทางสสาร  แต่ในทันใดนั้น  การรู้สึกได้ยินเสียงก็เกิดขึ้น(การรู้สึกสัมผัส-sensation)  กระแสประสาทจากนิวโรนกลุ่มนั้นจะกระตุ้นนิวโรนข้างเคียงต่อๆกันไปเรื่อยๆ จนอ่อนกำลัง  เมื่อนิวโรนข้างเคียงได้รับการกระตุ้น (กาย)  ความรู้สึก(จิต)ก็เกิดขึ้นด้วยควบคู่กัน แต่ความรู้สึกในคราวนี้เรียกว่า  การระลึก(Recall หรือ Retrieval)  ผลจากการระลึกนี้จะโยงสัมพันธ์กับการรู้สึกสัมผัสที่เกิดอยู่ก่อนแล้วนั้น  ทำให้เกิดการรู้ความหมายขึ้น  เรียกว่า  การรับรู้

การรับรู้เป็นเหตุการณ์ทางจิต  เกิดจากกิจกรรมของกลุ่มนิวโรน มันจึงต้องเกิดขึ้นในสมอง  เพราะนิวโรนเป็นเซลล์ประสาทที่รวมตัวกันเป็นก้อนสมอง  ในเมื่อมันอยู่ในสมอง  เราจึงดูด้วยตาไม่เห็น แลแม้ว่าเราจะเปิดกระโหลกเข้าไปดูสมองได้  แต่เราก็จะไม่เห็น ความรู้สึกได้ยินเสียง  นั้นเลย  เพราะมันเป็นอสสาร  ไม่มีทางที่เราจะมองเห็นการรู้สึกเจ็บ  การรู้สึกรัก ฯลฯ วิ่งไปมาอยู่ในสมองได้เลย  ดังนั้น  เราต้อง  เดา เอาเอง  การเดาเอาเองนี้เรียกให้ไพเราะขึ้นก็ว่า  เราสันนิษฐาน และผลของการสันนิษฐาน  เราเรียกว่าภาวสันนิษฐาน หรือ Construct  ที่ได้กล่าวให้ท่านหูอื้อเล่นมาแล้วในเรื่อง Concept   นั่นก็คือ  การรู้สึกสัมผัสก็ดี  การรับรู้ก็ดี เป็น Construct  และด้วยเหตุที่มันเป็นผลของกิจกรรมของกลุ่มนิวโรน มันจึงต้องโยงสัมพันธ์กับกลุ่มนิวโรนนั้นๆ  ถ้าสักวันหนึ่งเราสามารถมองเห็นกิจกรรมของกลุ่มนิวโรนนั้นๆ(วัตถุ)ที่เกิดควบคู่กับความรู้สึกนั้นๆ(จิต) แล้ว  ภาวสันนิษฐานนั้นก็เป็นของจริง(Entity/Fact)

การรู้สึก  การรู้สึกสัมผัส  การรับรู้  ต่างก็เป็น  ชื่อ ของภาวสันนิษฐาน  มันต่างก็เป็นลักษณะหนึ่งของจิตในจำนวนลักษณะของจิตที่มีอยู่มากมาย    ภาวสันนิษฐานเหล่านี้ครั้งหนึ่งเคยถูกปฏิเสธจากกลุ่มพฤติกรรมนิยมแบบ Radical  ยังผลให้การวิจัยเรื่องจิตเงียบหายไปราว 60 ปี  บัดนี้เราได้เข้าไปศึกษาจิตอีกครั้งหนึ่ง  ด้วยความสนุกสนานมากกว่าเดิม  และรวดเร็ว  เพราะได้ยืมเครื่องมือสำคัญของ Behaviorism  มาใช้  คือ  Scientific Method  หรือ Empirical Research   ภายใต้ธงที่ชื่อ  COGNITIVE PSYCHOLOGY