ช่วงนี้ที่บ้านสวนถั่วพูเริ่มออกฝักอ่อนๆน่ากินมากๆ ส่วนใหญ่จะเก็บกินมากกว่าเก็บขาย เพราะเพื่อนบ้านต่างก็ปลูกถั่วพูไว้กินกันเองที่บ้านกันเป็นส่วนใหญ่ ที่บ้านถ้ำทะลุดินดีปลูกอะไรๆก็งอกงามไม้ต้องใส่ปุ๋ยก็งามค่ะ

วันนี้จึงนำข้อมูลเกี่ยวกับถั่วพูบันทึกไว้เป็นความรู้ค่ะจากการค้นหาข้อมูลมาน่ารู้ดังนี้ค่ะ

ถั่วพู (ชื่อวิทยาศาสตร์: Psophocarpus tetragonolobus) 

•ถั่วพูเป็นพืชเขตร้อน ถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบประเทศ เอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ อินเดีย พม่า ไทย ลาว ปาปัวนิวกินีและฟิลิปปินส์ ปัจจุบันปลูกได้ในมลรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา(ฤดูร้อน)

•กอนี้หนูรี...ปลูกเองกับมือ ใช้เมล็ดปลูกเจ้าค่ะ•

•ถั่วพูเป็นพืชล้มลุก ลำต้นชนิดเลื้อยพันทอดเกี่ยวไปตามแนวต่างๆ ใบของต้นถั่วพูมีลักษณะกลมสีเขียวเข้ม ดอกมีสีม่วงอ่อน เมื่อดอกได้รับการผสมเกสรแล้ว มันก็จะกลาย เป็นฝักไม่ยาวมากนัก และมีส่วนที่เป็นหยักตามขอบของฝัก ฝักมี 4 พู เมื่อแก่เต็มที่ฝักจะแห้งและมีสีน้ำตาล

•ออกดอกแล้วเริ่มมีฝัก อีกหนึ่งวันก็เก็บกินได้•

•ถั่วพูเป็นพืชที่ปลูกได้ง่าย นำเมล็ดแก่ฝังดินปลูกได้ทันที เจริญเติบโตได้ดีในทุกภาคของประเทศไทย นิยมปลูกกันตามริมรั้วหรือสวนหลังบ้าน หรือปลูกเป็นพืชหัวไร่ปลายนาสำหรับกินเป็นผักสวนครัว

•ฝักเริ่มใหญ่แล้วแบบนี้ไม่อร่อยแล้ว..แก่•

•ส่วนที่ใช้เป็นอาหาร ยอดอ่อน ดอกอ่อน ใบอ่อน ฝักอ่อน รสมัน (กินเป็นผัก) และหัวใต้ดิน (กินเป็นอาหารแป้ง)

•ข้าวสวยร้อนๆ ไข่ดาวน้ำพริกจิ้มถั่วพู...อาหร่อยค่ะ •

•คนไทยทุกภาคกินฝักอ่อนถั่วพูเป็นผัก มีทั้งที่กินสด ลวกราดน้ำกะทิ กินแกล้มกับน้ำพริกต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำพริกปลาร้า อาจใช้ประกอบอาหารยำ ลาบ ผัดกับน้ำมัน นำมาหั่นใส่ในทอดมันหรือแกงเผ็ดก็ได้

•ส่วนทางใต้กินยอดอ่อน ดอกอ่อน และฝักอ่อน เป็นผักสด หรือนำไปต้ม ผัด ใส่แกงส้ม แกงไตปลา
 •ญี่ปุ่นใช้ฝักอ่อนถั่วพูทอดเทมปุระ ปรุงอาหารกับเครื่องเทศรสจัดได้ทุกชนิด ฝักอ่อนดองไว้กินได้ด้วยตามความนิยมของชาวอินเดียและศรีลังกา
•ถั่วพูมีคุณค่าทางโภชนาการเทียบเท่าถั่วเหลือง หากมองในแง่พืชที่เป็นแหล่งโปรตีนพบว่าเมล็ดถั่วพูให้โปรตีนสูงกว่าเมล็ดถั่วเหลือง และในทุกส่วนที่นำมากินได้ของถั่วพู (เช่น ดอก ใบอ่อน หัวใต้ดิน) ล้วนประกอบไปด้วยโปรตีนและธาตุอาหารต่างๆ ทั้งสิ้น เช่น ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม และเหล็ก

•ในประเทศเพื่อนบ้านของไทยมีการกินหัวถั่วพู โดยนำมาต้มกินคล้ายหัวมัน หัวใต้ดินมีปริมาณโปรตีนร้อยละ 20-30 นักโภชนาการของไทยนำหัวถั่วพูมาแปรรูปเป็นแป้งสำหรับประกอบอาหารต่างๆ ได้ดี นำไปเชื่อมเป็นขนมหวานได้ รวมทั้งฝานเป็นแผ่นบางๆ ทอดกรอบแบบมันฝรั่งก็เป็นอาหารขบเคี้ยวโปรตีนสูงได้ด้วย แต่ไม่มีผู้ปลูกหัวถั่วพูในเชิงการค้า

•ฝักแก่ แม่เก็บมาตาก...ไว้ปลูกใหม่•

•เมล็ดจากฝักแก่•
•เมล็ดถั่วพูแก่มีโปรตีนร้อยละ 29-37 มีกรดอะมิโนและกรดอะมิโนจำเป็นหลายชนิดคล้ายถั่วเหลือง มีน้ำมันร้อยละ16-18 สกัดเป็นน้ำมันพืชปรุงอาหารได้ น้ำมันที่ได้จากเมล็ดถั่วพูมีคุณสมบัติทาน้ำมันเมล็ดถั่วพูมีกรดโอเลอิกร้อยละ 39 กรดไลโนเลอิกร้อยละ 27 และพบกรดบีเฮนิกและกรดพารินาริกด้วย ไม่ทำให้เกิดคอเลสเตอรอลในหลอดเลือด นอกจากนั้นในเมล็ดถั่วพูมีสารโทโคฟีรอลในปริมาณสูง สารนี้มีผลทำให้น้ำมันมีรสหวานและอยู่ตัว และมีคุณสมบัติต้านอ็อกซิเดชั่นช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ร่างกายได้

•สรรพคุณทางยา
รากใช้ประกอบสมุนไพรและน้ำดอกไม้ เป็นยาแก้โรคหัวใจและชูกำลัง หัวใต้ดินเผาหรือนึ่งกินช่วยบำรุงกำลัง เมล็ดแก่ของถั่วพู ตากแห้งบดเป็นผงละลายน้ำครั้งละ 5-6 กรัม กินวันละ 3 เวลา ก่อนอาหาร ช่วยบำรุงร่างกาย

•สรรพคุณทางการเกษตร
ถั่วพูใช้เป็นอาหารสัตว์ได้ดี ต้นเจริญได้ในดินเสื่อมโทรม ใช้ได้ทั้งในรูปของใบอ่อน เถาแห้ง เปลือกฝักหัวใต้ดิน และกากเมล็ดที่สกัดน้ำมันออกแล้ว เหมาะที่จะปลูกเป็นแปลงใหญ่แล้วปล่อยสัตว์เข้าไปแทะเล็มเองเหมือนทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ทั่วไป ได้คุณค่าอาหารมากกว่ากินหญ้า ทำให้มีอัตราการเจริญเติบโตที่ดี

นอกจากนี้ยังใช้ถั่วพูใช้เป็นพืชบำรุงดินได้ดี เนื่องจากปมรากของถั่วพูเป็นที่อาศัยของเชื้อไรโซเบียมที่มีคุณสมบัติในการตรึงไนโตรเจนจากอากาศ การปลูกถั่วพูจึงเป็นการเพิ่มไนโตรเจนแก่ดิน และหากไถกลบต้นถั่วพูหลังการเก็บผลผลิตแล้วจะกลายเป็นปุ๋ยพืชสดที่อุดมคุณค่าแก่ดิน

•ถั่วพูกินได้ เลี้ยงสัตว์ได้ ปรับปรุงดินได้ ผลิตน้ำมันได้ เหมาะเป็นพืชยุคเศรษฐกิจพอเพียงที่สุด
•ขอขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูลhttp://www.doctor.or.th/node/5672
ขอให้มีความสุขทุกท่าน
♥สวัสดีค่ะ♥