อะไรคือ .... แนวคิด PROUT (Progressive Utilization Theory)

แนวคิด PROUT (Progressive Utilization Theory) หรือ แนวคิดอรรถประโยชน์ก้าวหน้า หรืออาจใช้ชื่อว่า แนวคิด ProgressiveSocialismเป็นแนวคิดที่เผยแพร่โดย Prabat Ranjan Sargar (P.R.Sargar) นักปราชญ์ชาวอินเดีย ซึ่งมีการเผยแพร่ ตั้งแต่ ปี ค.ศ.1959 โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานความเชื่อ 2 ข้อ คือ
1. ทุกสรรพสิ่งในโลก ล้วนมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มาจากจุดกำเนิดเดียวกัน และมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง ไม่สามารถแยกจากกันได้ ดังคำกล่าวที่ว่า เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว (Butterfly effect) หรือที่เกี่ยวข้องและโยงกับ ทฤษฎีไร้ระเบียบ (chaos theory)
2. ทรัพยากรในโลกนี้แม้มีจำกัด แต่ก็เพียงพอสำหรับทุกชีวิตในโลก เพียงแต่ต้องรู้จักการใช้ การแบ่งปันและรู้จักการนำทรัพยากรเหล่านี้มาใช้อย่างเหมาะสม ดังสำนวนในภาษาอังกฤษที่ว่า No need for orchestra if the guitar can do

PROUT เป็นแนวคิดใหม่ของการอยู่ร่วมกันในสังคม ซึ่งพัฒนามาจากพื้นฐานจิตวิทยาแนวนีโอฮิวแมนนิส (Neo-HumanistPsychology) มีความเชื่อใน “ความเป็นหนึ่งเดียวของคนในสังคม” และ “ความเท่าเทียมกันของคนในสังคม” ซึ่งดูจะคล้ายคลึงกับ แนวคิดทุนนิยม และ แนวคิดสังคมนิยม (คอมมิวนิสต์) หากมีความแตกต่างกันอย่างมาก โดยนำข้อดีและข้อด้อยของทั้งสองทฤษฎีมาผสมผสานกัน เน้นการนำแนวคิดไปใช้อย่างเหมาะสมกับบริบทของสังคมของตน เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้แก่สมาชิกในครอบครัวโลก การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติให้ได้ประโยชน์สูงสุด ทุกชีวิตมีความสุข อยู่ดี กินดี และมีสันติภาพ ในขณะเดียวกันก็ยอมรับและธำรงรักษาซึ่งวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีความแตกต่างหลากหลาย
นโยบายที่ชัดเจนของแนวคิด PROUT ได้แก่
1. การมีระบบการศึกษาหรือระบบการเลี้ยงดูเด็ก ด้วยการให้ความรู้อย่างต่อเนื่องเพื่อให้คนในสังคมเห็นคุณค่าของตัวเอง
2. ลดความฟุ่มเฟือยของประชาชน
3. ลดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด
4. ลดการนำสินค้าเข้าจากนอกชุมชนที่เกินความจำเป็น
5. ส่งเสริมนโยบายที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม
6. ให้เห็นคุณค่าของวัฒนธรรมท้องถิ่น ส่งเสริมการผลิตด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น
7. สร้างความยั่งยืนให้เกิดความสมดุลในระบบนเวศน์
แนวทางในการพัฒนาตามแนวคิด PROUT ประกอบด้วยสอง ส่วน คือ
การพัฒนาปัจเจกบุคคล และการปรับเปลี่ยนสังคม ซึ่งทั้งสองส่วนนี้จะต้องดำเนินการควบคู่กันไปอย่างจริงจัง
การพัฒนาปัจเจกบุคคล ประกอบด้วย 3 เรื่อง คือ
1. การมีคุณธรรม จริยธรรม
2. การมีคลื่นสมองต่ำ
3. การมีภาพพจน์ของตนเองในด้านบวก
ด้วยเหตุนี้บุคคลที่ได้รับการพัฒนาตามแนวคิด PROUT แล้วจะมีลักษณะ ดังนี้
1. เป็นคนดีมีคุณธรรม
2. เป็นคนที่เห็นคุณค่าของตัวเอง
3. เป็นคนที่สนใจในความเป็นธรรมของคนในสังคม
4. เป็นคนที่มีระเบียบวินัยในตัวเองสูง
5. เป็นแบบอย่างที่ดีในกาใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างประหยัด
6. เป็นคนที่อยู่ห่างไกลจากสิ่งเสพติด
7. เป็นคนที่ทันสมัยแต่ไม่ตกเป็นทาสของเทคโนโลยี
8. เป็นคนที่เคารพตนเองและเคารพคนอื่น
9. เป็นคนมีความสามารถในการพึ่งพาตนเองได้ในหลาย ๆ ด้านของชีวิต
การปรับเปลี่ยนและพัฒนาสังคมแบบ Prout ได้แก่
1. การเลือกผู้นำตามแนวคิด PROUT ซึ่งขึ้นกับบริบทของชุมชนที่อาศัย โดยพิจารณาถึง เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงในเรื่องคุณธรรม ความซื่อสัตย์ มีประวัติการทำงานเพื่อชุมชน มีทักษะในการเป็นผู้นำ ใช้ชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง และเป็นผู้เอาใจใส่ดูแลสุขภาพของตนและสิ่งแวดล้อม
2. การสร้างกฎเกณฑ์และกฎหมายของสังคม เพื่อให้เกิดการกินดีอยู่ดี มีความเท่าเทียมกันในสังคม
3. การจัดกิจกรรมในสังคมที่ทำให้ทุกคนได้เห็นความจริงของสังคมและความเป็นไปของโลก

การศึกษาและพิจารณาแนวคิด PROUT นี้ ทำให้อดจะคิดถึงสังคมในยุคที่เรียกว่า ยุคพระศรีอาริยะเมตไตรย ไม่ได้ ผู้คนต่างมีความสุข มีศีลมีธรรมประจำใจ ล้วนแต่อายุยืน อยู่ดีกินดี ไม่มีการลักขโมย ไม่มีความทุกข์ยาก แอบคิดว่า...จะเป็นไปได้หรือ อาจารย์ท่านช่างนำสิ่งที่เป็นอุดมคติ (An ideal) มาสอนนิสิตทำไมกันนะ แล้วก็พากันหัวเราะกันอย่างไม่ได้ไตร่ตรองเสียเลยว่า...ก็ทำไมจะมีสังคม แบบนี้ไม่ได้ล่ะ ในเมื่อสรรพสิ่งล้วนไม่คงที่ เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ตอนนี้เราอยู่ในสังคมทุนนิยม (Capitalism) หรือสังคมบริโภคนิยมสุดขั้ว แล้วจะเปลี่ยนมาการอยู่ร่วมกันตามแนวคิด PROUT บ้างไม่ได้หรือไร

โลกจะเริ่มหมุน ... เมื่อเราก้าวเดิน...
ถ้าปัจเจกชนอย่างพวกเรา... ไม่เริ่ม...แล้วใครจะทำ...
คราวนี้...หันมายิ้มกับตัวเอง...หลังจากยิ้มไม่ค่อยออกมาหลายสัปดาห์...
เอ้า...เริ่มที่ตัวเราเองก่อนนี่แหละ...ไปด้วยกันนะคะ...
อ้างอิง
* ดร.เกียรติวรรณ อมาตยกุล , เท่าทันทุนนิยม,หจก.ภาพพิมพ์.2550
* ดร.เกียรติวรรณ อมาตยกุล , หยุดโลกร้อนด้วย PROUT,หจก.ภาพ พิมพ์.2551
* ดร.ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ , พุทธทาสกับทฤษฎีไร้ระเบียบ http://www.nokkrob.org/index.php?file=forum&obj=forum.view(cat_id=ch-ch,id=6)
* ขอบคุณคุณกวิน สำหรับลิงค์ Introduction to Chaos Theory @ 168985
สวัสดีค่ะ คุณคนไม่มีราก
อ่านแล้วรู้สึกดีจัง..
ไปค่ะ..เราเดินไปด้วยกัน..^_^..
สวัสดีค่ะคุณใบไม้
เป็นแนวคิดทางตะวันออกที่ใกล้ชิดวิถีเรา มีส่วนผสมที่ดีระหว่าง มนุษยนิยม กับ สังคมนิยม เน้นการไม่เบียดเบียนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และพอเพียง
อยากให้ประเทศไทยเป็นแบบนี้ ครับ
เป็นคนดีมีคุณธรรม เป็นคนที่เห็นคุณค่าของตัวเอง เป็นคนที่สนใจในความเป็นธรรมของคนในสังคม เป็นคนที่มีระเบียบวินัยในตัวเองสูง เป็นแบบอย่างที่ดีในกาใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างประหยัด เป็นคนที่อยู่ห่างไกลจากสิ่งเสพติด เป็นคนที่ทันสมัยแต่ไม่ตกเป็นทาสของเทคโนโลยี เป็นคนที่เคารพตนเองและเคารพคนอื่น เป็นคนมีความสามารถในการพึ่งพาตนเองได้ในหลาย ๆ ด้านของชีวิต
สวัสดีค่ะคุณเอกราช
สวัสดีครับคนไม่มีราก
No need for orchestra if the guitar can do
สำนวนนี้เพิ่งเคยได้ยิน เป็นสำนวนที่ไพเราะคล้องจอง+ความหมายดีจังครับ จำได้ว่า ผมเคยศึกษาแนวความคิดของ Karl Marx muj ที่เขียนโดย ดร.มั่น พัฒโนทัย แล้วสรุปย่อไว้ในชื่อบทความ เรื่อง From Communism to Technocrats ซึ่งคนไม่มีรากเคยเข้าไปอ่านแล้ว ดร.มั่น พัฒโนทัย แสดงทรรศนะ ไว้ว่า
ประเด็นที่มากซ์คาดไม่ถึงก็คือในปัจจุบันมีชนชั้นเกิดขึ้นใหม่ และเป็นอันตรายต่อนายทุนยิ่งกว่าคอมมิวนิสต์เสียอีก ชนชั้นนั้นก็คือพวก เทคโนแครท (Technocrat) พวกเทคโนแครทนี้ล่ะครับที่นายทุนปัจจุบันโดยเฉพาะประเทศที่เจริญด้วยอุตสาหกรรมและเทคโนโลยกลัวเหลือเกิน เพราะเขาเหล่านี้คือผู้ควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างๆ ที่เป็นสมองกลของบริษัทหรือองค์กรด้านความรู้ความสามารถทางเทคโนโลยีขั้นสูง เพราะนายทุนไม่มีความรู้ความสามารถที่จะควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างทั่วถึง จึงต้องยอมให้พวกเทคโนแครท คุมการบริหารกิจการของตน ถ้าพวก เทคโนแครทไม่ทำงานเสียอย่างกิจการของนายทุนก็ต้องล้มครืนทันที เพราะนายทุนใช้เครื่องสมองกลไม่เป็น สั่งการในกิจการที่กว้างขวางและมีสาขาอยู่ทั่วโลกไม่ได้ ตัวอย่างเช่นในเมืองไทย ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในธนาคารต่างๆ ก็ดี หรือเครื่องเอทีเอมเสีย ธนาคารนั้นหรือสาขานั้นก็จะเป็นง่อยทางธุรกรรมทันที จะเบิกจะถอน หรือฝากเงินไม่ได้ทั้งนั้น ต้องรอให้ช่างเทคนิค (Technocrat) มาแก้ ถ้าช่างไม่ว่าง หรือไม่มา วันนั้นธนาคารก็ไม่ต้องทำธุรการใดๆ ทั้งนั้น ทั้งๆ ที่มีพนักงานอยู่นับร้อย อย่างนี้เป็นต้น
ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่า ดร.มั่น พัฒโนทัย ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ ฮาๆเอิ๊กๆ
สวัสดีค่ะ
* อยากให้เป็นอย่างไร...เริ่มที่ตัวเราก่อน...ใช่เลยค่ะ
* ครูพรรณาเกลังเริ่มค่ะ...
* มีความสุขมากๆ นะคะ....ขอให้มีความสุขในประเทศที่อยู่ค่ะ
สวัสดีค่ะท่านผอ.ประจักษ์
มาเยี่ยม คุณคนไม่มีราก
อ่านแล้วเป็นบันทึกอย่างมีคุณภาพจริงนะนี่ ฮิ ฮิ ฮิ
สวัสดีค่ะคุณกวิน
สวัสดีค่ะอ.พรรณา
คุณคนไม่มีรากเพื่อนรัก
งานนี้อ่านแล้วมีนตึบ เรื่องอะไรก็ไม่รู้ นี่คือที่เรียนหรือ เฮ้อ...มิน่าพวกเรียนมาก ๆ พูดจากันแปลก ๆ ทุกคน ไม่เว้น...เธอเลยหรือนี่
ถ้าให้อ่านแล้ววิเคราะห์แบบคนที่ยังรัก โลภ โกรธ หลงนะ ฉันว่าไอ้สังคมแบบนี้ไม่มีวันเกิดขึ้นในประเทศไทยหรอก ชาติหน้าตอนบ่าย ๆ ล่ะได้ ก็ปัจเจกชนใช่ไหม ไม่เปลี่ยน แล้วสังคมจะเปลี่ยนได้ไงเล่าจ้ะ..เธอจ๋า
เอาเหอะยกให้คน...เธอก็เป็นงี้มานานแล้ว ไม่เคยเปลี่ยนหรอก ฝันและยึดมั่นกับอุดมคติต่อไป....แล้วกันนะ
ผู้คนต่างมีความสุขได้
พร้อมทั้งใจเปี่ยมด้วยศีลธรรม
เพราะทุกอย่างเกิดจากกรรม
งั้นเริ่มทำกรรมดีพร้อมก้าวเดิน
.....................
มาจับมือกันก้าวไปพร้อมๆกัน...ใครเหนื่อยหรือท้อก็ช่วยกันดึง...ไม่ให้หลุด...
จะได้มีเพื่อนร่วมทาง...ด้วยใจเหมือนๆกัน...ดีมั้ยค่ะ :D
สวัสดีค่ะคนไม่มีราก
มาอ่านทั้งที่ไม่ค่อยรู้เรื่องค่ะ แต่ดูเป็นแนวคิดที่ออกเชิงพุทธอยู่เหมือนกันนะคะ
ความจริงแล้ว ถ้าทุกคนไม่เห็นแก่ตัว รักคนอื่นเหมือนที่รักตัวเอง รักสังคม รักประเทศ รักโลก คงทำให้ดีขึ้นกว่านี้มาก
นักท่องเที่ยวที่มาพังงานั้น เท่าที่สังเกตมีจิตสำนึกในเรื่องการรักสิ่งแวดล้อมมากกว่าคนไทยนะคะ คิดว่าเป็นการสร้างสำนึกมาตั้งแต่เด็กแล้ว ไม่เหมือนเราที่มักจะไม่ปลูกฝังเด็ก ๆ เพราะคิดว่าเขายังเด็กเกินไป ยังไม่รู้เรื่องค่ะ
แล้วจะเข้ามาอ่านอีกนะคะ
กะปุ๋มเชื่อว่าเป็นไปได้และไปถึง...ในปลายทางนั้น...
สังเกตดีดีว่า หลายๆ กลุ่มสังคมเล็กๆ ที่เกาะเกี่ยวกันนั้นเมื่อได้รับการขัดเกลาระดับจิตวิญญาณหลายๆ กลุ่มมารวมตัวกันบนพื้นฐาน "จิต" ที่ดีงาม ก็จะก่อเกิดเป็นกลุ่มใหญ่เกิดขึ้น...
หากว่า...ใครก้าวตามไม่ทัน นั่นหมายถึง...ระดับความละเอียดทางจิตใจปราศจากการขัดเกลา ยังนอนเนืองด้วยอนุสัยของความรัก โลภ โกรธ หลงอยู่...กลุ่มนี้ก็จะค่อยๆ เลือนหายไป
สังเกตไหมคะว่า...เดี๋ยวนี้ การดำรงอยู่ยังต้องเริ่มเข้าสู่การมีสภาวะศีลที่เป็นรั้วในการดำรงอยู่...
Babanum Kavalum ค่ะ... "คนไม่มีราก"....
(^____^)
แนวคิดแบบนี้ไม่ได้เป็นของใหม่ มีการกล่าวอ้างมานานพอสมควรแล้ว เพียงใช้ชื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ
คนไทยก็ยังคงเป็นทาสฝรั่งเหมือนเดิม ต้องใช้ชื่อให้มีภาษาอังกฤษติดอยู่ด้วย คนจึงจะยอมรับและกล่าวอ้าง
แต่ก็ชอบแนวคิดที่บอกทั้งในส่วนของการพัฒนาระดับปัจเจกและระดับสังคม ซึ่งได้ให้แนวทางไว้อย่างเป็นรูปธรรม เพียงแต่จะทำได้...หรือเปล่าเท่านั้น
ก็เห็นด้วยกับคนเขียนที่ว่า...ถ้าปัจเจกชนอย่างพวกเรา... ไม่เริ่ม...แล้วใครจะทำ...
คุณคนไม่มีรากนี่ก็ช่างเป็นคนที่...มองโลกแง่ดีนะ
คุณครูขจิตคะ
สวัสดีค่ะอ.ยูมิ