นลิน - นางสาวนลินภัสร์ จิรกุลศรัณย์" สาวผู้กล้าเดินตามเสียงของใจตัวเองวัย ๒๗ ปี ซึ่งได้เริ่มต้นทำกิจกรรมดีๆ ให้กับตำบลกันตวจระมวล อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งทั้งหมดถูกยึดโยงด้วยคำๆ เดียวว่า "สำนึกรักบ้านเกิด

 

 

                       

 

                          

 

       ในสังคมที่ดูรีบเร่งไปหมดทุกอย่างจนไม่มีแม้กระทั่งเวลาหายใจหายคอให้ทั่วท้อง คงมีไม่บ่อยนักที่ใครสักคนจะได้ทบทวนตนเองอยู่เสมอๆ ว่าหากได้ปลีกเวลาน้อยๆ มาลองฟังเสียงของใจตัวเองดูสักนิด ก็อาจค้นพบความหมายและสิ่งที่ใจปรารถนาซ่อนอยู่ ...

 

   "นลิน - นางสาวนลินภัสร์ จิรกุลศรัณย์" สาวผู้กล้าเดินตามเสียงของใจตัวเองวัย ๒๗ ปี ซึ่งได้เริ่มต้นทำกิจกรรมดีๆ ให้กับตำบลกันตวจระมวล อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์  ซึ่งทั้งหมดถูกยึดโยงด้วยคำๆ เดียวว่า "สำนึกรักบ้านเกิด" เช่น ...

 

    .. การทำกิจกรรมอาสาสมัครกู้ชีพ

    .. การอนุรักษ์และฟื้นฟูวัฒนธรรมท้องถิ่น

    .. การอนุรักษ์หน้าดินด้วยหญ้าแฝก

 

            

   

 

       นลินเล่าว่า เธอเกิดและเติบโตขึ้นในครอบครัวที่มีพ่อเป็นทหารอากาศ พ่อ พี่ชายทั้งสอง และตัวเธอได้เข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ ตั้งแต่เด็ก มีเพียงแม่ที่ยึดวิถีชีวิตและอาชีพทำไร่ทำนาและขายของในจังหวัดสุรินทร์อย่างเหนียวแน่น แม่บอกว่าแม่รักสุรินทร์มาก ไม่อยากจากไปไหน ช่วงเวลาปิดภาคเรียนจึงเป็นช่วงเวลาที่สมาชิกในครอบครัวจะได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาตามประสาพ่อแม่ลูก

 

     เมื่อเรียนจบปริญญาตรีด้านการตลาดควบคู่กับปริญญาตรีอีกใบในสาขาสารสนเทศคอมพิวเตอร์ นลินได้ทำงานให้กับบริษัทสื่อรายใหญ่เป็นเวลาหลายปี เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างสุขสบาย มีพร้อมทุกอย่าง รายได้เกือบสี่หมื่นบาทต่อเดือนทำให้ชีวิตด้านนอกของนลินไม่เดือดร้อน กระนั้นก็ยังคลางแคลงใจว่า “ใช่ชีวิตที่ต้องการจริงๆ หรือเปล่า หรือจะเป็นการทำเพื่อตนเองฝ่ายเดียว ถึงจะสุขกาย แต่ชีวิตภายในเหมือนกับจะขาดอะไรไปบางสิ่ง "

 

     ช่วงต้นปี ๒๕๕๑ พ่อซึ่งป่วยเป็นโรคไต มีอาการทรุดหนัก จนแม่ดูแลคนเดียวไม่ไหว นลินจึงตัดสินใจลาออกจากงาน กลับมาช่วยดูแลพ่อที่บ้าน..

 

          

 

       จุดเปลี่ยนนี้เองทำให้ นลินได้ทบทวนตัวเองและเริ่มทำในสิ่งที่หัวใจต้องการ อย่างการทำอะไรเพื่อคนอื่นบ้าง เริ่มจากการเข้าทำงานในสถานีอนามัยตำบลกันตวจระมวล โดยมีนายกอบต.สุวรรณี โชติสิรินันท์ และพี่หมอใจดีอีกหลายท่านคอยแนะนำช่วยเหลือควบคู่ไปกับการศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเอง

 

      เสื้อตัวแรกที่นลินสวมใส่คือเสื้อของ “นักกิจกรรมบำบัด” คอยดูแลและจัดกิจกรรมให้คำแนะนำด้านสุขภาพแก่ผู้ป่วยเรื้อรังโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และวัณโรค

 

     จากนั้นไม่นานนลินก็ได้มีโอกาสทำงานจิตอาสาควบคู่กับงานประจำ กิจกรรมใหม่นี้ทำให้นลินต้องรับผิดชอบชีวิตผู้อื่นมากขึ้น และได้สวมใส่เสื้อตัวที่ ๒ ที่แสนภาคภูมิใจในนาม “อาสาสมัครกู้ชีพ” รับหน้าที่ทั้งออกเหตุ และบ่อยครั้งก็อบรมน้องเยาวชนในตำบลให้ปฏิบัติหน้าที่ได้เหมือนพี่ๆ ก่อนน้องจะเข้ารับการอบรมอย่างเป็นทางการจากโรงพยาบาลสุรินทร์อีกครั้ง นลินบอกอย่างสุขใจว่าน้องบางคนอายุไม่ถึงแต่ก็มีใจรักมาให้กำลังใจพี่ๆ เสมอ

 

             

 

             นลิน กล่าวว่า  เสื้อของอาสาสมัครกู้ชีพ เสื้อตัวนี้ใหญ่กว่าเดิมมาก เปรียบเสมือนสะพานทอดสู่ผู้คนทุกๆ คน เสื้อตัวนี้มีเพื่อคนทุกคนที่ต้องการความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก คนแก่ คนจน คนรวย คนมีตำแหน่ง คนมีสี หรือแม้แต่คนที่ไม่ได้ร้องขอ ฯลฯ ซึ่งไม่เคยคิดว่าเสื้อตัวนี้ใหญ่เกินไป กลับรู้สึกรัก และภาคภูมิใจที่ช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากความเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและจิตใจได้ ด้วยเหตุผลสั้นๆ คือ อยากช่วย อยากทำ และทนไม่ได้ที่เห็นคนเจ็บอยู่ตรงหน้าแล้วไม่ได้ทำอะไรเลย” ...

 

         ช่วงเวลานี้เองที่ต้นกล้าของสำนึกรักบ้านเกิดได้งอกงามขึ้นในใจของนลินอย่างเต็มที่แล้ว ไม่เพียงแต่การอุทิศตนทำงานอาสาสมัครกู้ชีพ ออกเหตุดึกๆ ดื่นๆ บ่อยครั้ง ....

 

       นลินยังร่วมกับเยาวชนกว่าสิบชีวิตในตำบลกันตวจระมวลอนุรักษ์ รักษา และฟื้นฟูวัฒนธรรมดั้งเดิมที่กำลังจะสูญหาย หนึ่งในนั้นคือการแสดงละครผสมการร้องกันตรึม ซึ่งเป็นการแสดงโบราณของชาวสุรินทร์ ...

 

      อีกทั้งยังได้ร่วมประกวดในโครงการ To Be Number One สิ่งที่ทำให้นลินประทับใจคือน้ำใจของน้องๆ ที่แต่งเนื้อร้องภาษาเขมรใช้เองในการประกวด แม้ท้ายที่สุดจะไม่มีรางวัลติดมือ แต่นลินก็พอใจและมองว่าสำหรับมือใหม่หัดประกวดแล้วก็ถือเป็นก้าวแรกที่จบลงอย่างงดงามด้วยการที่น้องๆ ได้แสดงศักยภาพ ความตั้งใจ และเอาชนะใจตัวเองได้

 

                            

 

         เธอบอกว่า การร้องกันตรึม แต่เดิมมักจะเห็นแต่ผู้เฒ่าผู้แก่ร้องรำกัน สมัยที่ปู่ย่าตายายยังหนุ่มยังสาว แต่มาวันนี้เด็กกลุ่มหนึ่งที่อายุยังน้อยกลับร้องรำและแต่งเนื้อร้องเป็นภาษาเขมรได้อย่างคล่องแคล่ว ก็ทำให้อดตื้นตันและพลอยแปลกตาไปไม่ได้ อย่างน้อยความรู้สึกหนึ่งคือ “การร้องกันตรึม” วัฒนธรรมเก่าแก่ของบ้านเราไม่สูญหายไปกับกาลเวลา สิ่งเหล่านี้ยังคงอยู่และจะคงอยู่ตลอดไป....

 

            

 

    นอกจากงานจิตอาสาข้างต้นแล้ว นลินยังเป็นพี่เลี้ยงชวนเยาวชนทำกิจกรรมเพื่อชุมชนอีกหลายอย่าง ด้วยกัน เช่น..

 

    .. การจัดกิจกรรมดูแลสุขภาพผู้สูงอายุสัญจร

    .. การชวนน้องๆ ทำกระทงสายลอยในแม่น้ำในเทศกาลลอยกระทงปีที่ผ่านมา

    .. การทำตุ๊กตาปูนปลาสเตอร์ให้เด็กๆ ระบายสีเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ

    .. การอาสาพาน้องนักเรียนเด็กเล็กข้ามถนนทุกๆ เช้า-เย็น 

   .. การทำกิจกรรมปลูกหญ้าแฝกให้กับฝายส่งน้ำ ป้องกันพื้นที่การเกษตรกว่า ๕ พันไร่ใน ๘ หมู่บ้านไม่ให้ถูกชะล้างหน้าดิน ทั้งยังเป็นการรักษาแหล่งน้ำไปในตัว โดยงานนี้ได้รับความเอื้อเฟื้อจาก อบต.กันตวจระมวลและหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ ๕๔ ซึ่งใจดีมอบหญ้าแฝกให้

 

       

   

   แม้ว่านลินและน้องๆ จะทราบกันดีว่ากิจกรรมครั้งนี้จะต้องเหนื่อยยากลำบากมากแน่นอน ทว่าทั้งหมดก็ไม่ย่อท้อ แต่กลับเตรียมพร้อมยอมเหนื่อยกับการลงแขกปลูกหญ้าแฝกกลางแดดกล้าในฤดูฝนนี้เพื่อชุมชนบ้านเกิดอันเป็นที่รักของตน

 

            

 

                  

 

     ความฝันอันสูงสุดของนลินตอนนี้ คือ "การเห็นคนหนุ่มสาวของตำบลกันตวจระมวลมีสำนึกรักบ้านเกิด เติบโตและเบ่งบานเต็มที่ที่กันตวจระมวล คงจะดีถ้าสิ่งๆ นี้เป็นจริงขึ้นมาสักวัน วันที่หนุ่มสาวได้กลับมาช่วยกันพัฒนาบ้านเกิดในทุกๆ ด้าน ไม่ใช่การเข้าเมืองหลวงเพื่อแสวงหาแต่เงินทองของมายา โดยลืมไปว่าข้าวปลาคือของจริง”

 

ที่มา :

http://www.okkid.net/dekdee_detail.php?dekdee_id=141