ผู้เขียนได้รับเกียรติเป็นอย่างสูงจากสมาคมศิษย์เก่าพยาบาลสภากาชาดไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ร่วมกับวิทยาลัยพยาบาลสภากาชาดไทย ให้ร่วมในการประชุมวิชาการประจำปี พ.ศ. 2553 เรื่อง “การบริหารความขัดแย้ง : กลยุทธ์สร้างสรรค์สู่งานพยาบาลสร้างสุข” ณ โรงแรมแมนดาริน กรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดในวันที่ 5-6 สิงหาคม พ.ศ. 2553
โดยผู้เขียนได้ร่วมอภิปราย เรื่อง “Gap analysis : ความแตกต่างสู่การเรียนรู้” ในวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2553 เวลา 10.00 – 12.00 น. ร่วมกับ คุณพรทิพย์ ควรคิด ผู้ตรวจการพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยมี อาจารย์ ดร.ธัญลักษณ์ บรรลิขิตกุล อาจารย์พยาบาล วิทยาลัยพยาบาลสภากาชาดไทย(ผู้โทรศัพท์ทาบทามผู้เขียน) เป็นผู้ดำเนินการและร่วมอภิปราย
(ภาพบน) ถ่ายภาพคู่กับ อ.จุฬาภรณ์ อาจารย์เกษียณอายุได้ 2 ปีแล้วดูซิ... อาจารย์ยังงามพริ้งจนลูกศิษย์อาย (ภาพล่างซ้าย) อาจารย์ ดร.ธัญลักษณ์ บรรลิขิตกุล และ(ภาพล่างขวา) คุณพรทิพย์ ควรคิด "น้องในสภาฯ" ของผู้เขียน
ผู้เขียนดีใจมากที่ได้กลับมาบ้านที่เคยเฝ้าวนเวียน แวะเวียนจนแอบเข้าไปรำลึกถึงความหลังในบันทึก เรื่องเล่า....จากความทรงจำในอดีต.. “นักศึกษาพยาบาลจุฬาฯ” และยิ่งดีใจอย่างยิ่งยวดที่ผู้ร่วมอภิปรายด้วยกัน คุณพรทิพย์ ควรคิด เป็น “น้องในสภาฯ” (หรือตามมหาวิทยาลัยเรียกกันว่า “น้องรหัส”)ของผู้เขียนเอง น้องบอกว่า “โลกมันกลมจริงๆ...จากกันราว 30 ปีก็ยังเวียนมาพบกันได้”
ผู้เขียนเข้าห้องประชุมช้าเพราะมัวแต่ไปนั่งพักที่ห้องรับรองวิทยากร ได้พบอาจารย์และรุ่นพี่รุ่นน้องหลายท่าน จำกันได้บ้างไม่ได้บ้างเพราะแต่ละท่านรวมทั้งผู้เขียนก็เปลี่ยนแปลงกันไปตามกาลเวลา

มัวแต่แสดงความรักและคิดถึงกันอยู่นานจึงทำให้พลาดโอกาสได้ฟังการบรรยายพิเศษเรื่อง “Paradigm shift ของความขัดแย้งในงานพยาบาลสู่องค์การแห่งการเจริญเติบโตและสร้างสรรค์” จากอาจารย์ปานตา อภิรักษ์นภานนท์ โรงพยาบาลสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ หัวหน้าศูนย์ส่งเสริมคุณภาพชีวิต สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ พยาบาลจุฬาฯรุ่นพี่ได้อย่างเต็มที่ ทำให้เก็บเกี่ยวและเชื่อมโยงได้น้อย
เพียงเก็บบางประเด็นของการบรรยายมาฝากเล็กๆน้อยๆ แว่วแต่เพียงว่าในแนวคิดสมัยใหม่นั้นใช่ว่าองค์กรที่มีความขัดแย้งจะไม่ดี หากมีกลยุทธ์ที่ดีในการบริหารจัดการความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์ ก็สามารถทำให้องค์กรบรรลุเป้าหมายได้ พยาบาลมีส่วนสำคัญมากกับการลดข้อขัดแย้งและทำให้องค์กรมีความสุขได้
โดยประสบการณ์ตรงของผู้เขียน การใช้เทคนิคของ win-win situation สามารถหาจุดลงตัวของข้อขัดแย้งได้ดีแม้จุดร่วมกันมีเพียงน้อยนิด
อาจารย์กล่าวถึง 5 C’s Roach ซึ่งผู้เขียนไม่สามารถฟังและจดจำได้เพราะอดหันไปพูดคุยทักทายกับคณาจารย์และพี่ๆน้องๆที่จากกันมานานไม่ได้ จึงขอนำ link แนวคิดทฤษฎีที่อาจารย์กล่าวถึงดังกล่าวมาให้อ่านเพิ่มเติมเพื่อเป็นประโยชน์ต่อทุกคน

การบรรยายขออาจารย์ปานตาผู้เขียนฟังแล้วเห็นด้วยในหลายๆประเด็น ความขัดแย้งเป็นเรื่องปกติขององค์กรที่กำลังเปลี่ยนแปลง พยาบาลซึ่งเป็นผู้ที่ต้องเผชิญความขัดแย้งอยู่เสมออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้พึงมีความอดทน และใช้ความสามารถที่มีอยู่แล้วในเรื่องของการดูแลด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์มาช่วยจัดการลดข้อขัดแย้ง ซึ่งใช่แต่เฉพาะผู้ป่วยเท่านั้นที่ต้องการ แพทย์หรือผู้ร่วมงานทุกคนในทีมก็ต้องการความรัก ความเข้าใจด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์จากเราเช่นเดียวกัน
ในส่วนเนื้อหาการอภิปรายของผู้เขียน เรื่อง ประสบการณ์ “Gap Analysis : ความแตกต่างสู่การเรียนรู้” ในการทำงานคุณภาพบริการวิสัญญี สามารถติดตามอ่านได้ในบันทึกถัดไปค่ะ
สวัสดีครับพี่
ชอบสุด ๆ ก็ตรงนี้แหละครับ
แหะ แหะ มันบอกอะไรหลายอย่างครับ
หวัดดีจ้า...พ่อลูกอ่อนหนานเกียรติ
...ชอบจริงเหรอตัวเอง รู้นา...คิดอะไรอยู่
น้องรัก...แม้มันจะบอกอะไรได้ตั้งหลายอย่าง...แต่มันก็ยังไม่ได้บอกอะไรอีกหลายๆอย่างได้จ้า...อิอิ