ความทรงจำที่สมองน้อยๆ อันชราภาพพอจำได้ คับคล้ายคับคลา... อาจมีคาดเคลื่อนไปบ้าง ตามจิต ที่ลำเอียง..อิ อิ (ผู้ชายที่ได้อ่านนับว่าโชคดีนะคะ เพราะปกติผู้ชายเข้าไปไม่ได้ค่ะ)

การอบรมฟื้นฟูวิสัญญีวิทยาคราวนี้ จัดที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ ถิ่นเก่าของฉัน ฉันไม่โทรฯบอกเพื่อนๆที่อยู่ รพ.จุฬาฯแม้แต่คนเดียว  เพราะอยากอยู่กับความรู้สึกเก่าๆ แบบเดิมๆ เงียบๆ  เพื่อสุขทางใจ... มันมีความสุขอย่างประหลาด....

   

ฉันเป็นผู้เข้าอบรมที่ดี ตั้งใจฟังบรรยายทุกวัน ทั้งวัน จวบจนเย็นวันที่ 3 ของการอบรม ได้พบน้องพยาบาลจุฬาฯสองคน นั่งอยู่ใต้ถุนตึกห้องประชุม ฉันเดินเข้าไปแล้วลูบกากบาทสีแดงบริเวณแขนเสื้อจนน้อง ก่อนแนะนำตัว เธอน่าจะงงๆ คงนึกในใจว่าท่าทาง (อีนี่)จะบ้าหา

 

 คุณ ศุภวรรณ  พันธุศิริ  และคุณปิยะมาศ  คำพิบูลย์....  

 

ช่วงบ่ายวันต่อมาจึงแวบไป วิทยาลัยพยาบาล สภากาชาดไทย สถาบันที่สอนให้ฉันเป็นพยาบาลในทุกวันนี้... 

เพื่อดูร่องรอยที่หลงเหลืออยู่กับความทรงจำที่เปี่ยมสุข

 

ตึกผู้ป่วยที่ยังคงรูปทรงเดิม เวลาจะนำยาไปให้ผู้ป่วยชั้นบนทาน...กลัวผีแทบแย่... ตอนนี้ก็ยังใช้เป็นหอผู้ป่วยอยู่ ตึกยังคงความงามอยู่และอนุรักษ์ไว้ได้ดีเยี่ยมจริงๆค่ะ...

 

ฉันเดินลัดเลาะไปเรื่อยๆ แล้วก็มาเจอเพื่อนกันค่ะ (ภาควิชาวิสัญญีวิทยา)

 

มาถึงหน้าวิทยาลัยพยาบาลแล้ว...

    
กับความทรงจำเื่มื่อเกือบ 20 กว่าปีที่ผ่านมา


ตอนที่๑... เมื่ออยากพบนักศึกษาพยาบาลจุฬาฯ... 


นับว่าเป็นโชคดีของท่านผู้ชายที่ได้อ่านบันทึกนี้ เพราะปกติแล้วภายในบริเวณวิทยาลัยฯไม่อนุญาตให้ผู้ชายเข้าไปได้เลย 

 แต่วันนี้ "กฤษณา" จะพาซอกแซกเองค่ะ

จุ๊ๆๆๆ... อย่าเอ็ดไปค่ะ เดินตามเงียบๆล่ะ  

 

  

อ้าว...ปิด...แล้วเขาจะเข้าทางไหนกันล่ะ?...

   

....แต่เดิมนั้น ประตูนี้เป็นทางเข้า "ตึกสุทธาทิพย์" ซึ่งมีไว้สำหรับผู้ที่ต้องการพบนักศึกษาพยาบาลค่ะ 

เดินผ่านประดูเข้ามา เลี้ยวขวาจะพบอาจารย์เวร

 

บุคคลภายนอก ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครองหรือเพื่อนๆ (ทั้งชายและหญิง) ที่ต้องการพบนักศึกษาต้องมาแจ้งชื่อที่อาจารย์เวร ...ที่โต๊ะนี้ค่ะ แล้วนั่งคอย

 

หากผู้มาเยี่ยมสูงอายุจะกล้ามานั่งในนี้  แต่หากเป็นหนุ่มมาหาพวกเราจะไปนั่งคุยชายคาโน่นเลยค่ะ

 

อาจารย์จะให้พนักงาน phoneให้...แล้วก็นั่งคอย (ไปเถอะ)

...ถ้าอยากดัง เราก็ปล่อยให้ phone นานๆหน่อย...เป็นการอวดเพื่อนๆว่า...ฉันก็มีผู้ชายนะยะ....

ถ้าหล่อนไม่ยอมลงมาหาจริงๆก็รอไปเรื่อยๆๆๆ จนเหงือกแห้งน่ะแหละ

นี่แหละค่ะ...อดีตสอนให้เรารู้จักการรอคอย....

 

  

 

นี่ไงคะ...น่านั่งกว่าข้างในเยอะ

พอลงมาก็ต้องมานั่งคุยกันตรงเก้าอี้นี้ค่ะ...เป็นคู่ๆ (หมายถึงหนุ่มสาวค่ะ)

แต่ส่วนใหญ่เราจะเดินไปท้ายตึกโน่น หลบมุมหน่อย แอบนั่งคุยกันด้านหลัง...เขินอาจารย์  อาจารย์จะไม่เห็น (แต่คนเดินนอกรั้วเห็น)... 


มุมนี้แหละค่ะ   

นี่...น่านั่งกว่าหลายเท่า...หลบสายตาอาจารย์ได้..อิ..อิ...


อาจารย์มักจะเดินเวียนมาดูเป็นระยะ (ไอ้เรารึอยากอาจารย์ว่า ไม่ต้องห่วงหนู...) เพิ่งทราบว่าเดี๋ยวนี้อาจารย์เอายามมานั่งเฝ้าเลย....เฮ้อ...สงสารน้องๆจัง

หากเรารำคาญมากๆ เราก็ชวนกันเดินไปทานข้าวด้านหลังโรงพยาบาลซะเลย... กระหนุงกระหนิง... แล้วค่อยกลับมาก่อน 6 โมงเย็น


เดี๋ยวจะลองพาไปดูข้างในนะคะ ระหว่างนี้ขอเดินสำรวจรอบๆบริเวณวิทยาลัยฯก่อนค่ะ....

ประตูรั้วด้านข้างก่อนนี้เป็นเพียงประตูต้นชบา  ตอนนี้ทำซะแน่นหนาเชียว

 

ออกจากประตูนั้นก็มาเป็นช่องทางนี้ค่ะ เป็นส่วนต่อระหว่างหอนักศึกษาพยาบาลและตึกผู้ป่วย... ทางไปโรงครัว....

ตอนนั้นรู้สึกว่าเบื่ออาหารโรงครัว แต่เวลาหิวโซกลับมาทานอร่อยทุกทีซีน่า...

เลี้ยวขวาจากเส้นทางนั้นก็เป็นเส้นทาง (หนีเที่ยว) นี้

 

...ทางหนีหอไปเที่ยว (สำหรับมืออาชีพ)... ประเภทต้องใจกล้าเพราะอาจต้องฝ่าด่านพี่ๆ ที่อาจไปบอกอาจารย์ได้

ท้ายตึก ทางลงจากตึกปัญจมราชินี  ตึกผู้ป่วยศัลยกรรมชาย


เวลาหนุ่มมาหาสาวก็มักจะมายืนดักท้ายตึกนี้แหละค่ะ เดินเลาะรั้วอยู่ประจำ ของใครบ้าง จำไม่ได้แล้ว มีทั้งหมอหนุ่ม วิศวะหนุ่ม สถาปัตย์หนุ่ม...อุ๊ย...เยอะค่ะ...(ของเพื่อน....)

คราวนี้จะพาเข้าไปดูภาพเด็ดๆ ข้างใน แล้วตามมาลยะคะ... 

(ตอนที่๒ ..บรรยากาศภายในโรงเรียน..ที่ผู้ชายไม่มีสิทธิเข้าฮะ...)