ขอบคุณพี่แจ๊บ นักกิจกรรมบำบัด รพ.ขอนแก่น ที่แนะนำ Professional Development Program ชื่อ M.O.R.E. (Integrating the Mouth with Sensory and Postural Functions) โดยนักกิจกรรมบำบัด Patricia Oetter, Eileen W. Richter และ Sheila M. Frick

ทีมนักกิจกรรมบำบัดเฉพาะทางการพัฒนาเด็กกลุ่มนี้ได้ศึกษาและฝึกปฏิบัติทางคลินิกมานานจนเห็นประสิทธิผลของการจัดกิจกรรมการพัฒนาเด็กตามหลักพัฒนาการของการทรงท่าและการหายใจที่ได้รับคำสั่งจากการประสมประสานระบบความรู้สึกผ่านกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่

1. กิจกรรมการเคลื่อนไหว เช่น คลาน นั่ง ยืน เดิน วิ่ง กระโดด เล่นชิงช้า และของเล่นในสนาม

2. กิจกรรมการใช้ปาก เช่น เป่า ดูด เคี้ยว กัด อม ขนม นม หรือของเล่นมีเสียง พร้อมการนวดยืดกล้ามเนื้อแก้ม ลูบคอขึ้นมาถึงริมฝีปาก ลูบหว่างคิ้วลงถึงใต้จมูก สัมผัสเหงือด้านนอก แตะเหงือกด้านในถัดจากฟันบน ขยับฟันกรามล่างลงเป็นจังหวะ

3. กิจกรรมการหายใจ เช่น การบังคับลมหายใจตื้น-ลึก เร็ว-ช้า การสั่นลูบลงหน้าท้องขณะหายใจออก การใช้บอลเด้งตามกล้ามเนื้อซี่โครงรอบตัว

ความต่อเนื่องของการฝึกทำกิจกรรมข้างต้น ส่งเสริมให้การพัฒนาที่ดีขึ้นของเด็กด้านระบบกล้ามเนื้อ ระบบการทรงตัว และระบบการควบคุมการทำงานของร่างกายและจิตสังคม ผ่านก้านสมองในการรับรู้อย่างตื่นตัวในการใช้งานของกล้ามเนื้อเล็ก (มือ ตา ปาก ลิ้น) ระบบ Vestibular ในการทรงท่าและเคลื่อนไหวสัมพันธ์ทั้งสองซีกของร่างกาย (stability, mobility และ midline) ระบบการสัมผัสและการรับรู้ข้อต่อตามพัฒนาการ และระบบร่างกายในการตอบสนองการกินอาหารที่สัมพันธ์กับการหายใจ

ผมดู DVD และเห็นความมุ่งมั่นของทีมนักกิจกรรมบำบัดต่างชาติกลุ่มนี้ในการออกแบบโปรแกรมตามกรอบอ้างอิงทางกิจกรรมบำบัด กรอบอ้างอิงประสาทพัฒนาการ (เน้นทฤษฏีการประสมประสานประสาทความรู้สึก) ในการเพิ่มคุณภาพชีวิตของเด็ก

ผมอยากให้นักกิจกรรมบำบัดไทยทั้งหลายดูเป็นตัวอย่างว่า "อย่าจำหรือเรียนรู้เพียงเทคนิคการรักษาใดๆ จากคนอื่นเพื่อมาใช้ในวิชาชีพกิจกรรมบำบัด หากแต่ลองคิดใคร่ครวญกรอบอ้างอิงและวิธีการที่เหมาะสมทางกิจกรรมบำบัดอย่างเหมาะสม เพื่อนำเหตุผลทางคลินิกมาออกแบบและฝึกทักษะการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตของเด็กไทยอย่างแท้จริงและเป็นรูปธรรมแนวใหม่"