“แต่แม่ครับ ถ้าคู่เทียบเป็นหนอนหนังสือ ไม่แน่นะแม่”“แม่ พรุ่งนี้คุยต่อ แม่อย่าเขียนเกินน้องพูดนะ ขอนอนก่อน" "คนหรือมนุษย์ ฉลาดเหนือสิ่งที่ตัวเอง สร้างขึ้นมาจริงหรือเปล่า"

ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงความรู้ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ (Digital Divide)

 

เห็นคำยาก ๆ คำนี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว คันไม้คันมืออยากพิมพ์อยากเขียน ร่วมเสวนาเรื่องนี้บ้างค่ะ

 

ติดว่า มีคิวไปนำเสนอผลงาน(ทางการแพทย์)ของตัวเองสองเรื่อง(ยาว)

จึงผัดผ่อน คุณน้องสี่ซี่เจ้าของบันทึกเชิญชวน และชาว usable lab ที่น่ารัก ขยันขันแข็ง

 

*ได้รับจดหมายอิเล็คโทรนิคเชิญชวนไปงาน Gotoknow Forum แล้วนะคะ ขอขอบคุณมาก ๆ ค่ะ ยังจัดงานการทั้งสามคน พ่อแม่ลูกไม่ลงตัว ถ้าไปจะไปกันทั้งสามคน ค่ะ ชอบทำอะไรเป็นทีมค่ะ

อิ อิ*

 

เมื่อพอมีเวลา อ้าวความคิดที่ร่าง ๆ ไว้ในสมอง ชักรางเลือน

เอ่ยปากถามลูกชาย สิบขวบแล้ว น่าจะเป็นเป้าหมายด้วย ในหัวข้อสัมมนาเรื่องนี้

 

แม่”น้องครับ น้องคิดว่าน้องมีความคิดเห็นอย่างไรบ้างต่อคำ ๆ นี้ Digital divide ”

 

ลูก”การแบ่งแยกเกี่ยวกับสิ่งที่, ภาพ, ข้อมูลที่คอมพ์พิวเตอร์สร้างมาหรือ แม่”

 

แม่”อืม...”

แม่”อืม...ความหมายอื่น ๆ ล่ะ น้องคิดถึงอะไรอีกบ้าง” ชอบฟังความคิดลูกค่ะ

 

ลูก”การแบ่งแยก..ด้วย..สิ่งที่เกี่ยวกับการใช้นิ้ว, เอ หรือสิ่งที่เกี่ยวกับหน่วยพื้นฐานของตัวเลขพื้นฐาน..”

 

แม่..”อืม.."จริง ๆ งง ค่ะ

 

ในใจกำลังคิดเห็นด้วยว่า แปลอย่างนี้ก็ได้ นิ

 

เอาล่ะเฉลยให้เขาฟังโดยการดึงตัวมาหอมสักฟอดใหญ่ แล้วให้อ่านบันทึกพี่สี่ซี่

 

“อ๋อ น้องเคยอ่านเจอแล้ว” เขาชะแว้บ ๆ มา โกทูโนอยู่เหมือนกัน

“น่านแหละ เกี่ยวกับเด็กวัยลูกนะ ไหนลองคิดมาหน่อย”

 

จากนี้ไปเป็นถ้อยคำ ข้อความ ความคิดเห็นที่ถอด เรียบเรียงจากเด็กเริ่มเข้า วัยรุ่น(สิบขวบ)ค่ะ

 

คอมพิวเตอร์นะแม่ น้องเคยคุยกับพ่อมาบ้าง พ่อบอกว่า ไทยเราเรียกว่า เครื่องสมองกล เดิมในอดีตใช้กับงานวิจัยทางสถิติ ประมวล วิเคราะห์ข้อมูล แทนเครื่องคิดเลข ไม้ slide rule ฯลฯ

 

(พ่อยังติดค้างลูก ยังอธิบายไม่หมด)

 

ถ้าน้องคิดเองนะ น้องคิดว่า เครื่องคอมพ์พิวเตอร์ถูกสร้างโดย คน

ดูเผิน ๆ เหมือนเป็น หุ่นยนต์ ที่ฉลาด และทำอะไร ๆ ให้เราได้หลายต่อหลายอย่าง

 

แต่น้องคิดว่า ถ้าคนหรือมนุษย์เป็นคนสร้าง คอมพ์พิวเตอร์

อย่างไรเสีย คนหรือมนุษย์ซึ่งเป็นผู้คิด ก็ต้องฉลาดเหนือ สิ่งที่เราสร้าง

 

ไม่รู้นะแม่ น้องเทใจให้ “ตรรก” ตรงนี้ก่อน

เดี๋ยวน้องจะค่อย ๆ คิดต่อว่า จริง ๆ แล้ว

 

คนหรือมนุษย์ ฉลาดเหนือสิ่งที่ตัวเอง สร้างขึ้นมาจริงหรือเปล่า

 

น้องไม่แน่ใจเหมือนกัน ยิ่งพักนี้ ที่พ่อให้พี่จ้อย(ครูสอนการเขียนโปรแกรมคอมพ์พิวเตอร์ส่วนตัว)มาสอน น้องยิ่งเห็นว่า คอมพ์ นี่มันฉลาดมาก ๆ เลย

 

ถ้าเรารู้ภาษาของมัน HTML(แม่สะกดผิดมั้ยเนี่ย), CS, ภาษา binary(...และอะไรอีกบ้าง แกะไม่ทันค่ะ) เราจะทัน..มัน มั้ย

 

น้องต้องขอเวลาศึกษา แล้วค่อยมาตอบแม่ใหม่

 

“เดี๋ยว ๆ “

“ถ้าตอบแบบง่าย ๆ ก่อนน่ะ ลูก ลูกคิดว่า ถ้าคนเราบางคน หรือเด็กนักเรียนคนไหนไม่มีคอมพ์พิวเตอร์ ลูกคิดว่าเขาจะเกิดการเหลื่อมล้ำกับการเข้าถึงความรู้หรือเปล่า”

 

“อ๋อ แน่นอน คนไหนไม่มีเค้าจะช้ากว่านะแม่ ช้ากว่าในการที่จะเข้าถึงการค้นคว้า เช่นค้นหัวเรื่องที่สนใจ”

“แต่แม่ครับ ถ้าคู่เทียบเป็นหนอนหนังสือ ไม่แน่นะ แม่”

 

“ทำไมล่ะครับ” แม่อยากรู้แนวคิดเห็นเขาจริง ๆ ตื๊อต่อทั้งที่เขาเริ่มง่วง

 

“เก้าะ แม่ เด็กไทยที่อ่านภาษาอังกฤษได้ดี ๆ ไม่เยอะมากนัก

สอง แม่บอกน้องเองว่า บางอย่างที่มีคนเขียนไว้ ใน website ยังเชื่อถือทั้งหมดไม่ได้

เช่นคำศัพท์ภาษาอังกฤษ น้องเชื่อแม่แล้วว่า ใช้ search engine ได้เวลาเราอยากรู้ด่วน ๆ

แต่ถ้าเราเปิด Dictionary โอ๊ยแม่ เราได้ศัพท์ในหน้านั้นอีกหลายคำเลยล่ะ

 

“แม่ พรุ่งนี้คุยต่อ แม่อย่าเขียนเกินน้องพูดนะ ขอนอนก่อน"

 

 

ว่าแล้ว ภู..วายฟาย(ฉายาเขาที่โรงเรียนค่ะ)

ก็หลับไปง่าย ๆ เนื่องจากสามวันมานี้ เราสามคนไปร่วมงานประชุมวิชาการที่เมืองชายทะเล ว่ายน้ำ วิ่ง และกินอาหารทะเลกันเปรม

 

 

 

เขาจึงหลับง่ายเช่นนี้ และเรื่องนี้จึงต้องมีตอนต่อค่ะ