ความเห็น: 16
ผู้อยู่ VS ผู้กำลังจะจากไป ตอนที่ 3 (จบ)
ความเดิมอ่านได้ใน ผู้อยู่ VS ผู้กำลังจะจากไป ตอนที่ 1และ2
http://gotoknow.org/blog/palliativelover/102228 และhttp://gotoknow.org/blog/palliativelover/103977
ทีมของผมเยี่ยมคุณป้าสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และให้คำปรึกษากับครอบครัวของคุณป้าเพื่อช่วยให้คุณป้าสบายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อาการคุณป้าช่วงหลังๆ เริ่มที่จะซึมลง พูดน้อยลง กินน้อยลง บางรคั้งร้องครวญครางและกุมที่ท้อง มีคิ้วขมวดเป็นพักๆ ทางญาติผู้ป่วยจ้างเด็กชาวพม่ามาช่วยดูแลคุณป้า ซึ่งถึงน้องจะพูดไทยไม่ได้แต่ก็ดูแลอย่างดี ป้าเรียกน้องคนนี้ว่า "เจ้าอ้วน"
เจ้าอ้วนของคุณป้าคอยพลิกขยับตัวให้คุณป้าบ่อยๆตามที่คุณป้าบอก ลูกสาวผู้ป่วยบอกว่า เจ้าอ้วนรู้ใจคุณป้ามากเพราะดูแลตั้งแต่เริ่มป่วย ช่วยอาบนำให้คุณป้า เป็นความสัมพันธ์ที่งดงามของเด็กชาวพม่ากับคุณยายที่คุยกันไม่รู้เรื่องแต่ก็ดูแลกันจนถึงวินาทีสุดท้าย
พี่วาทคนขับรถของเรานั่งคุยกับคุณลุง
พี่ยุ้ยเลขาโครงการกัลยามิตรพูดคุยกับลูกสาวผู้ป่วย(บังเอิญพี่ยุ้ยเป็นคนพื้นที่จึงรู้จักกับลูกสาวผู้ป่วย ยิ่งทำให้การพูดคุยให้กำลังใจง่ายขึ้น)
ผมอธิบายถึงธรรมชาติของผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่จะซึมลงเนื่องจากพลังงานชีวิตเริ่มหมด เลือดที่ไปเลี้ยงสมอง/ลำไส้จะลดลง ทำให้ซึมและไม่หิว เลือดจะถูกส่งไปเลี้ยงก้านสมอง/หัวใจซึ่งเป็นอวัยวะที่สำคัญกว่า
เราแนะนำเรื่องการดูแลแผลกดทับ และฉีดยาแก้ปวดเป็นระยะ (ผู้ป่วยกินไม่ได้และ รพ.ผมไม่มี fentanyl แผ่นแปะ ) ผู้ป่วยจากไปอย่างสงบที่บ้านเมื่อวันที่ 29 ก.ค.2550
ทีมเราพยายามช่วยผู้ป่วยอย่างเต็มที่ เพื่อให้ผู้ป่วยและครอบครัวทุกข์น้อยที่สุด ไม่มีใครที่จะสามารถหลีกหนีความตายพ้น น้อยคนที่จะไม่ทุกข์หากมีคนที่รักป่วยหนักใกล้เสียชีวิต และบุคคลากรทางการแพทย์ช่วยเขาได้เสมอแม้จะไม่มียาอะไรเลยหากแต่มีใจช่วยเหลืออย่างแท้จริง
ผมอยากเชิญชวนให้พวกเราบุคคลากรทางการแพทย์หันกลับมามองด้านที่เป็นมนุษย์ของเราว่าคิดอย่างไร อยากทำอะไร หลายคนอยากช่วยผู้ป่วยแต่มีข้อจำกัดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเวลา ภาระ
ผมเชื่อว่าทุกคนมีข้อจำกัด หากแต่เราร่วมมือกัน เสิรมข้อเด่น ปิดข้อจำกัด ทำงานเป็นทีม เด็กพม่ายังดูแลคุณป้าได้ดี พี่วาทคนขับรถยังให้กำลังใจคุณลุงโดยไม่ต้องไปอบรมที่ไหน เพียงแต่ช่วยเหลือด้วยใจ-ทำงานเป็นทีม-แบ่ง share ภาระมิให้ใครหนักหรือล้าจนเกินไป ผมเชื่อว่าพวกเราทำได้ครับ
ขอบคุณคุณป้าที่สอนบทเรียนการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายให้กับผมอย่างที่ตำราเล่มไหนก็ทำไม่ได้ ขอบคุณจากใจ ขอให้ป้าไปสู่สุขคติครับ
ความเห็น
หมอโรจน์ครับ
- หลายคนคิดว่า ต้องรอผู้เชี่ยวชาญมทำเรื่องแบบนี้ แล้วก็รอ..รอ..รอ น้องอ้วนไม่เห็นต้องรอเลยนะครับ
- ขอบคุณน้องโรจน์มากครับ ที่เอาเร่ื่องนี้มาเล่า
- มีความเห็นเรื่องยาระงับปวดนิดนะครับ
fentanyl แบะ คงแพงน่าดู ไม่รู้โรงพยาบาลน้องมี morphine ชนิดน้ำรับประทานหรือยัง ถ้ายัง อยากให้พยายามหามาใช้นะครับ เพราะเป็นตัวที่ออกฤทธิ์สั้น ต้องใช้ในการเริ่มยา ปรับปริมาณยาก่อนเปลี่ยนเป็นชนิดออกฤทธ์ยาวอย่างเม็ด หรือ fentanly แปะ นะครับ

หมอโรจน์ ครับ
- ผมไม่แน่ใจ เรื่องรพ.ทั่วไปไม่มีโควต้ามอร์ฟีนน้ำนะครับ รู้แต่ว่าทุกโรงพยาบาลมีโควต้ายากลุ่มนี้ของตัวเอง ซึ่งมักจะไม่ค่อยพอ แต่ห้องยาสามารถแสดงปริมาณยาที่เราใช้จริง เพื่อขอเพิ่มได้ล่วงหน้า
- ผมคงต้องถามห้องยาของผมดูก่อนครับ ไม่ทราบทางออกปัญหานี้เหมือนกัน เป็นเรื่องระดับชาติจริงๆครับ สำหรับเมืองไทยที่มียาเสพย์ติดมากมาย แต่ไม่มีมอร์ฟีนให้ผู้ป่วยของเราใช้ อายประเทศยูกานดาจริงๆ
- ช่วยลบความเห็นผมสองอันแรกทิ้งหน่อยนะครับ ตอนผมพิมพ์เมื่อวาน มัน error ตลอดเวลา ต้องพิมพ์ใหม่หลายหน จนต้องขอไปนอนซะก่อนครับ
ขอบคุณเจ้าพี่โรจน์ ..... จากการทำงานที่ศูนย์แพทย์ชุมชนสองเดือน เบียร์แฮปปี้มากๆๆเลยพี่โรจน์ ..รู้สึกว่าเรียนมาถูกจุดเลย...(ถึงแม้ช่วงที่เรียนจะไม่ค่อยเวิร์ค 555) ... แต่ออกมาทำงานละมีความสุขดีค่ะ ...ชาวบ้านน่ารักทุกคน ... เบียร์กับทีมพยาบาลออกไปเยี่ยมบ้านเกือบทุกวัน ..ชาวบ้านเค้าต้อนรับเราดีมากๆเลย ... เพิ่งมีเคสคนไข้สูงอายุเรื้อรังระยะสุดท้ายมาเคส เพิ่งเสียชีวิตไปค่ะเมื่อวานไปร่วมงานศพมา .... แต่ก็ภูมิใจที่ได้ช่วยsupportive ระยะสุดท้ายให้ครอบครัวไป .... รู้สึกดีกับตัวเราและทีมมากๆเลยค่ะ .... โชคดีที่มาเรียนแฟมเมดมากๆๆค่ะ เพราะทำให้เรารู้แนวทางเลยว่าเราชอบทำงานแบบไหนที่มีความสุข ให้ไม่เสียดายเวลาที่เกิดมา และเวลาที่เหลืออยู่...
.
. หวังว่าพี่โรจน์กะพี่จอย จะมีความสุขเช่นกันที่ตากนะคะ .... ช่วงนี้เห็นน้ำท่วม..ขับรถระวังกันด้วยนะเจ้า
บันทึกอื่นๆ
- เก่ากว่า « wishing well ความฝันครั้งสุดท้าย ของหัวใจดวงเล็กๆ ตอนที่ 2
- ใหม่กว่า » ความประทับใจที่ รพ.นครไทย






































