ห้วงยามที่ชีวิตต้องการเติมเต็มกำลังใจ ผมมักไม่ลังเลที่จะปล่อยให้หัวใจโบยบินไปสู่ท้องทุ่งเสมอ เพราะนั่นคือแหล่งทุนทางกำลังใจอันยิ่งใหญ่สำหรับผม ...
ไม่นานมานี้ ผมและลูกชายแสนซนทั้งสองได้ตระเวนท่องเล่นในท้องทุ่งใกล้ ๆ กับมหาวิทยาลัย ผมบอกเล่ากับพวกเขาเสมอว่า ทุ่งนา คือ บ่อเกิดของสรรพชีวิต และมนุษย์เราต่างเป็นหนี้ท้องทุ่งนากันทุกคน ...
การไปท่องเล่นคราวนี้ เราสามคนตั้งใจที่จะไปเสาะแสวงดู “หุ่นไล่กา” อันแสนซื่อที่ยังคงหยัดยืนทำหน้าที่ปกป้องพืชผลในทุ่งนาอย่างไม่ลดละ
เราใช้เวลาท่องเล่นอยู่เกือบค่อนครึ่งวัน แต่จนแล้วจนรอดเราก็ไม่อาจพบเจอหุ่นไล่กาได้อย่างที่ใจหวัง ...
กระนั้นเราก็ไม่โชคร้ายเสียทั้งหมด เพราะอย่างน้อยเราก็ได้เห็นหุ่นไล่กาหน้าตาแปลก ๆ ที่ทำด้วย “กางเกง” ลอยสะบัดตามแรงลมอยู่อย่างน่าชัง !
อันที่จริงผมก็ไม่ใคร่แน่ใจนักว่าสิ่งนี้เขาเรียกว่าหุ่นไล่กาหรือไม่ ... แต่ที่แน่ ๆ มันก็ทำหน้าที่ไล่นกไล่กาอยู่อย่างเห็นได้ชัด และลูก ๆ ของผมก็ยืนยันว่า นั่นมันหุ่นไล่กาชัด ๆ ..
ชีวิตในวัยเด็ก, ผมรู้สึกเสมอว่าหุ่นไล่กาเป็นสัญลักษณ์ของผู้ปกป้องพืชผลในทุ่งข้าว และหุ่นไล่กาของแต่ละท้องถิ่นก็จะมีรูปลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป แต่ภาพรวมอันเป็นลักษณะร่วมกันก็คือ “รูปร่างเหมือนคน” มีศีรษะ มีแขนและมีขาเหมือนมนุษย์นี่แหละ สำคัญคือยืนกางแขนอยู่กลางทุ่งอย่างไม่กลัวเปลวแดดและลมฝน
ผมคุ้นชินกับหุ่นไล่กาที่ทำจากเศษฟาง รูปร่างสมส่วนบ้างไม่สมส่วนบ้าง แต่หุ่นทุกตัวก็ถูกแต่งองค์ทรงเครื่องด้วยผ้าเก่า ๆ โทรม ๆ มีหมวกสวมไว้บนศีรษะ มีผ้าขาวม้า (หรือแม้แต่เศษผ้า) มัดรอบเอวอย่างแน่นหนา ขณะที่ลำตัวของหุ่นผูกยึดไว้กับไม้ที่มัดไขว้ไว้ในลักษณะของกากบาด และปักแน่นลึกลงสู่คันนา ...
ทุกครั้งที่ลมพัดล่องลงสู่ท้องทุ่งข้าว หุ่นไล่กาที่ต้องลมก็จะเอนส่ายขยับตัวไปมาราวกับเคลื่อนไหวได้จริง ๆ ...

จะว่าไปแล้ว หุ่นไล่กาเป็นภูมิปัญญาที่ชาวนารังสรรค์ขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องมือหรืออุปกรณ์ในการไล่นกไล่กาที่จะมาจิกกินข้าวและพืชผลในทุ่งนา ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ ในอดีตไม่ว่าทุ่งนาของใครก็มักพานพบเจอกับหุ่นไล่กาอยู่อย่างมากมาย และดูประหนึ่งเป็นเครื่องประดับทุ่งไปเลยก็ว่าได้ !
สำหรับผมแล้ว ในสมัยที่หมู่บ้านยังไม่มีไฟฟ้า ทีวียังไม่ผงาดมาเป็นเฟอร์นิเจอร์อันทรงเสน่ห์ในครัวเรือน ผมจะมีความรู้สึกสนุกสนานที่ได้พบเจอกับหุ่นไล่กาในท้องทุ่ง
ต่อเมื่อชีวิตประจำวันมีทีวีให้ดูอย่างไม่ขาดเขิน ผมก็มีโอกาสได้ดูละครเกี่ยวกับหุ่นไล่กาบ้างตามแต่โอกาสจะอำนวย และเริ่มมีความรู้สึกที่แปลกและแตกต่างไปจากเก่าก่อน ...
หุ่นไล่กาดูน่ากลัวขึ้น ... หุ่นไล่กาดูราวกับมีชีวิตและมีวิญญาณสิงอยู่ในนั้น และเมื่อโตขึ้นได้ดูหนังฝรั่งก็ยิ่งเห็นความน่าสะพรึงกลัวของหุ่นไล่กา ...
แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่ายุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปไกลจากอดีตสักแค่ไหน ผมก็ยังมีความทรงจำที่ดีเกี่ยวกับหุ่นไล่กาเสมอ ... ผมรู้สึกอย่างไม่เปลี่ยนแปลงว่า หุ่นไล่กาเป็นเพื่อนรักของชาวนา หรือหากจะเรียกว่าเป็นทาสผู้ซื่อสัตย์ก็คงไม่ผิดนักกระมัง ..
ปัจจุบัน... ท้องทุ่งหลายแห่งร้างไร้ซึ่งหุ่นไล่กา ...
การไร้ซึ่งหุ่นไล่กาในท้องทุ่งนั้น มีสาเหตุอยู่หลายประการ เป็นต้นว่า คนทำนากันน้อยลงและนกกาทั้งปวงก็คุ้นชินกับหุ่นไล่กาเสียแล้วก็เป็นได้ ดังนั้น หุ่นไล่กาที่ทำขึ้นในระยะหลังจึงสะท้อนให้เห็นมิติความคิดของการสร้างความบันเทิงด้วยเหมือนกัน
สภาพปัจจุบันเราอาจพบเจอหุ่นไล่กาที่ทำจากเศษฟางน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ท้องทุ่งหลายแห่งปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ไล่นกไล่กาไปหลายรูปลักษณ์ บางแห่งใช้ถุงพลาสติกสีขาวมัดไว้กับไม้และปักไว้กลางทุ่ง บางแห่งใช้วิถีบันทึกเสียงลงในม้วนเทปแล้วเปิดไล่นกไล่กาแล้วก็มี ฯลฯ....
แล้วท่านละครับ... มีความทรงจำใดบ้างกับหุ่นไล่กา ...
หรือแม้แต่หุ่นไล่กาที่ท่านพบเจอในวันนี้ หน้าตาเป็นเช่นใดบ้าง ?
กำลังค้นๆ เรื่องหุ่นไล่กาอยู่เหมือนกัน เป็นหนึ่งในศิลปะที่เกี่ยวข้องกะวัฒนธรรมข้าวของบ้านเรา (บ้านอื่นเมืองอื่นก็มีเหมือนกัน) แถวนครชัยศรี ศาลายา ใกล้บ้านผม ก็มีหุ่นไล่กาบ้างเหมือนกันครับ แต่งองค์ทรงเครื่องครบทีเดียว เสียดายไม่มีกล้อง ถ้าเจอะวันหลังจะถ่ายมาฝากครับ
สวัสดีค่ะน้องชาย...แผ่นดิน
อิอิ..ขำขำ
สวัสดีครับ คุณแผ่นดิน
ชอบและชื่อชมงานเขียนใน BLog ของคุณแผ่นดินมาก
วันนี้บังเอิญเห็นสารคดีเกี่ยวกับ เศรษฐกิจพอเพียง เห็นแบบผ่าน ๆ เพราะเจ้าลูกชายแย่งดูการ์ตูนก่อน
ทำให้ฉุกคิดและเกิดคำถามขื้นในใจว่า
"ในวิถีชีวิตปัจจบัน และในอนาคตข้างหน้า
ถ้าจะอยู่แบบไม่ใช้เงินเลยหรือใช้แต่น้อย
จะอยู่อย่างเป็นสุขได้หรือไม่?"
ในอดีตวิถีชีวิตลูกชาวนาอย่างผม ครอบครัวของเราอยู่แบบไม่ใช้เงินหรือใช้แต่น้อยได้อย่างแน่นอน เพราะในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ตอนเรียนประถม พอเลิกเรียน ก็ออกไปช่วยพ่อแม่ทำนา ทำสวน ทำไร่ พี่ชายผมใส่เบ็ด หาปลาเก่งกว่าผมมาก ผมเป็นคนดูแลเลี้ยงควาย แม่รดน้ำผัก พ่อก้บพี่ชายหาปลา เรามีกินอย่างพอเพียง โดยแทบจะไม่ต้องใช้เงินเลย ต้องจากซื้อเสื้อผ้า ชุดนักเรียน สมุด ดินสอ เท่านั้น ชีวิตในสม้ยนั้นผมมีความสุขมาก
ปีที่แล้วเรียนหนังสือกับท่านอาจารย์ท่านหนึ่ง ท่านทำวิจัย เกี่ยวกับปัญหาความยากจน "กาฬสินธ์โมเดล" ท่านพบว่า จริง ๆ ชาวบ้าน "ไม่จน" แต่มีคนจัดให้จน กล่าวคือ เอา "เงิน" เป็นตัวตั้งวัดว่าใครจนใครรวย แต่ไม่ได้วัดว่าใครมีความสุขมากกว่ากัน
นำหุ่นไล่กาของญี่ปุ่นมาฝากค่ะ
สวัสดีครับ อ.แผ่นดิน
สวัสดีค่ะ หุ่นไล่กาที่หนูเจอปัจจุบันบางตัวก็มีหมวกบางตัวก็มีเสื้อ ขอบคุณนะค่ะที่มาแสดงความคิดเห็นให้กับหนู
สวัสดีครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์
สำหรับหุ่นไล่กาแล้วตอนเด็ก ๆ ดิฉันคุ้นเคยดีค่ะลักษณะของหุ่นไล่กาจะมีลักษณะดังนี้ค่ะ เหมือนคนยืนกางแขนค่ะจะทำมาจากฟางข้าวค่ะแล้วสวมด้วยเสื้อผ้าและหมวกเก่า ๆ ค่ะ
จากการที่ได้อ่านบันทึกของอาจารย์แล้วครอบครัวของอาจารย์เป็นครอบครัวที่อบอุ่นค่ะเป็นครอบครัวตัวอย่างที่ดีค่ะ
สวัสดีคุณ
แผ่นดิน ค่ะ
อยากเห็นเด็กหัวจุกครับ ว่าจะทำยังไง หรือถามว่าอะไรเมื่อเจอกางเกงไล่กา
สวัสดีครับ อ.ขจิต
....
กรณีเจ้าตัวเล็กทั้งสองนั้น .. ตอนนี้ปิดเทอมแล้วครับ
คนเล็กไปอยู่กาฬสินธุ์ ส่วนคนโตก็อยู่ที่มหาสารคาม
...
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ อ.แผ่นดิน
สวัสดีครับ ครูอ้อย