ก่อนนอนของแต่ละวัน ผมมักนั่งสนทนากับตัวเองเสมอ โดยเฉพาะการปิดประเด็นประจำวันในทำนองว่า “วันนี้-มีเรื่องดีๆ อะไรให้จดจำบ้าง ?”
ฟังดูเป็นการใช้ชีวิตแบบเอาจริงเอาจังเกินไปสักหน่อย แต่ที่จริงมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ แหละ กระนั้นก็ยังอยากจะยืนยันว่า กระบวนการเช่นนั้น เป็นเพียงเสี้ยวสั้นๆ เท่านั้นเอง หาใช่สนทนากับตัวเองแบบเอาเป็นเอาตาย และที่ทำเช่นนั้นก็เพราะถือว่า นั่นคือวิธีการหนึ่งของการกล่อมตัวเองให้นอนหลับ-ฝันดี
สำหรับวันนี้ ผมปิดประเด็นคุณค่าของการใช้ชีวิตด้วยกิจกรรม“สานฝันให้เด็กป่วย..โรงพยาบาลศรีนครินทร์” ซึ่งผมและน้องผู้ติดตามอีกสองชีวิตได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนให้กำลังใจ ทั้งต่อคณะทำงานและน้องๆ ที่เป็น “เด็กป่วย”
งานวันนี้, ผมไม่ได้ลงแรงอันใดนัก เพราะหนึ่งคือไม่สันทัดกับกิจกรรมนันทนาการแนวเฮฮาร่าเริง และสองคือแรงกายที่ดูเหมือนโรยแรงอยู่มาก อันเป็นผลพวงของการกรำงานติดต่อกันแบบไม่หลับไม่นอนมาหลายคืนหลายวัน จนไม่มีเวลาได้ช่วยกระจายข่าวไปยังคนรอบข้างสักเท่าไหร่
ดังนั้น การไปของผมในวันนี้ จึงได้แต่ยืนยันกับน้อง“สายลม” อย่างแน่นหนักว่า “ไปเป็นกำลังใจ” เพียวๆ ...

หล่อ..สวย-ร่ำรวยน้ำใจ
ครั้นออกเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางนั้น ผมถือโอกาสแวะบ้านหนองเขื่อนช้างเพื่อซื้อสิ่งของบางอย่างไปสมทบกับกิจกรรมในครั้งนี้ โดยพุ่งเป้าไปสินค้าพื้นบ้านพื้นเมืองเป็นหลัก เพราะเห็นว่าของขวัญแห่งความรักที่เป็นตุ๊กตา ของเล่น กระปุกออมสินนั้น มีมากมายก่ายกองแล้ว
ผมตั้งใจที่จะนำเอาผลิตภัณฑ์พื้นบ้านๆ ของชาวมหาสารคามไปฝากผู้คนที่นั่น
โดยลึกๆ ก็กะจะให้น้องสายลมใช้กระบวนยุทธอันช่ำชองแปรรูปผลิตภัณฑ์เหล่านั้นเป็น “เงิน” เพื่อระดมเป็นทุนให้กับน้องๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งนั่นเป็นงานที่น้องสายลมถนัดนักถนัดหนาอยู่แล้ว
และก็เป็นที่น่ายินดีว่า ผลพวงดังกล่าวก่อรูปร่างเป็นต้นทุนได้มากถึง 2 พันต้นๆ (บาท) เลยทีเดียว

กิจกรรมของวันนี้ ดำเนินไปอย่างเรียบง่ายและงดงามเป็นที่สุด กิจกรรมแต่ละช่วงถูกขับออกมาจากความปรารถนาดีของแต่ละคนอย่างเป็นกันเอง ทั้งผู้ให้และผู้รับได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเวทีนั้นๆ อย่างสนิทแน่น
ฉากชีวิตที่เกิดขึ้นในวันนี้ ชวนให้ผมหวนคิดถึงบทรำพึงรำพันของตัวเองเมื่อหลายปีที่แล้วไม่ได้ นั่นคือ “การที่ผมเชื่อว่า ในโลกกว้างใบนี้ ไม่เคยมีใครถูกละวางให้อยู่อย่างโดดเดี่ยว เราล้วนถูกสร้างขึ้นจากความรัก และความรักเองนั่นแหละ คือกุญแจแห่งการหลอมรวมเราทุกคนให้หันหน้าเข้ามาดูแลกันและกัน”
หรือแม้แต่บทรำพึงรำพันที่เขียนไว้ในบันทึกส่วนตัวอย่างโอ้อวดว่า “มนุษย์ล้วนเป็นศาสนาแห่งความปราณีได้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการที่จะเป็นเช่นนั้นกี่มากน้อยเท่านั้นเอง”

แน่นอนครับ ผมคงไม่ได้ฟันธงว่า กิจกรรมทั้งปวงของวันนี้ คือภาพสะท้อนของความเป็น “ศาสดาแห่งความปราณี” ดังที่ผมเคยเชื่อและจดจารไว้อย่างลึกเร้นในสมุดบันทึกเล่มเล็กของตัวเอง
หากแต่กำลังจะบอกว่า กิจกรรมวันนี้ คือส่วนหนึ่งของความงดงามที่ศาสดาแห่งความปราณีได้ประทานให้กับทุกๆ คน จนแต่ละคนสามารถหลอมรวมพลังมาสู่การ “แบ่งปัน-สานฝัน” ในครั้งนี้อย่างมีความหมาย
ผมเห็นฉากชีวิตที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของแต่ละคนถูกเปิดเปลือยออกมาอย่างไร้พรมแดน ก็พลอยสุขใจไปด้วย พร้อมๆ กับการบอกกล่าวกับตัวเองอย่างเงียบๆ ว่า กิจกรรมในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเติมพลังชีวิตให้กับน้องๆ อย่างทรงพลังที่สุดก็ว่าได้ และนั่นก็คือการยืนยันว่า “ความดียังคงงดงามเสมอ, ความดีคือพลังชีวิต, ความดีคือเสียงที่กระซิบให้แต่ละคนไม่หลงลืมที่จะเติมพลังชีวิตให้แก่กันและกัน” ...

ถึงแม้ชีวิตของผม จะเติบโตมาแบบไม่เคยมีตุ๊กตาเป็นสมบัติส่วนตัวแม้แต่ตัวเดียว แต่ก็รู้ค่าดีว่า สิ่งเหล่านั้นเป็น “สัญลักษณ์ทางใจ” ของพลังชีวิตดีๆ นั่นเอง เพราะ อย่างน้อยก็เป็นสื่อรักจากใครสักคนที่พร่ำบอกผู้รับว่า “เขาไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว..จงมีพลังชีวิต และหยัดสู้ต่อไปอย่างไม่ท้อถอย”
(จวบจนเมื่อโตเป็นหนุ่มนั่นแหละ ผมถึงได้รู้เช่นเห็นจริงว่าสัญลักษณ์ทางใจที่ว่านั้นสำคัญแค่ไหน เพราะผมเองก็เคยต้องทุบกระปุ๊กออมสินแสนรักเพื่อนำไปซื้อตุ๊กตาให้กับใครสักคนหนึ่ง และโชคดีเป็นที่สุด-ตุ๊กตาที่ว่านั้น ก็ยังคงอยู่คู่กับผมและเธอมาจวบจนบัดนี้
มิหนำซ้ำยังกลายมาเป็นนิทานเล็กๆ ที่สองหนุ่มบังคับให้ผมเล่าให้ฟังอย่างไม่รู้จบ พอผมเล่า เขาก็ชวนกันยิ้มและหัวเราะ โดยหารู้ไม่ว่า แท้ที่จริงนั้น ผมก็เขินที่จะเล่าให้เขาฟังอยู่มิใช่น้อยเลยทีเดียว)

ครับ...การให้ คือ สิ่งที่ยืนยันได้ว่า ในโลกกว้างใบนี้ ไม่เคยมีใครถูกละวางให้อยู่อย่างโดดเดี่ยว
เราทุกคนล้วนมีดอกไม้ในมือด้วยกันทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับว่าคนแต่ละคนพร้อมที่จะเป็นผู้ให้แล้วหรือยัง
แต่สำหรับกิจกรรมในวันนี้, ผมไม่กังขาเลยสักนิดว่า “งดงามเพียงใด”
เพราะอะไรที่ทำกันด้วยใจ ผมถือว่างดงามและยิ่งใหญ่เสมอ
ถึงแม้มูลค่าในเชิงตัวเลขจะดูน้อยนิดไปบ้าง
แต่ความหมายโดยนัยนั้น ยิ่งใหญ่และมีความหมายอย่างสุดซึ้ง !

ขอบคุณโกทูโนที่นำพาเราๆ ท่านๆ มาเป็นชาวบล็อก กระทั่งนำพาเราๆ ท่านๆ มาพบกับน้องๆ ที่เป็นเด็กป่วยที่ซึ่งกำลังขับเคี่ยวกับชะตากรรมชีวิตอย่างหนักหน่วงไม่แพ้ผู้ปกครองของพวกเขาเอง
แต่สำหรับผมแล้ว ในบางขณะเมื่อเบิ่งมองไปเห็นรอยยิ้มของพวกเขา... ผมเองก็อดที่จะรู้สึกไม่ได้ว่า นั่นคือ รอยยิ้มของโลกอย่างแท้จริง
ขอบคุณบล็อกเกอร์ผู้ริเริ่มกิจกรรมนี้ทุกๆ ท่าน,
ขอบคุณทุกๆ ความดีงามที่แบ่งปัน-สานฝันกันอย่างอบอุ่น
ขอบคุณที่ช่วยให้ผมได้มีเรื่องดีๆ มาเติมพลังชีวิตตัวเอง
และขอบคุณรอยยิ้มของน้องๆ ที่ช่วยให้ผมรู้สึกว่า “โลกไม่เงียบเหงา..เพราะยังมีคนให้เราได้คิดถึง
เป็นภาพแห่งความชื่นชมยินดีมากๆครับ
"จิตอาสาโกทูโน" ที่เราเคยคุยกันที่ปายต่อเนื่อง เดินเรื่องต่อไปอย่างชัดเจน และง่ายงามนะครับ
ผมยังคิดต่อว่า จะมีโครงการใหญ่ๆที่คุณพนัสสานต่อเรื่องของ "จิตอาสาโกทูโน" ต่อ ไม่ทราบว่า จะมีต่ออีกใช่หรือเปล่าครับ ปีนี้ขอทางโซนอีสาน...
:)
อ่านแล้ว ซึมซับความงดงามของ การมีความสุขร่วมกันได้อย่างดียิ่ง
ขอบพระคุณสำหรับการให้รับรู้ เรียนรู้ ตัวอย่่างการสนทนากับตนเองที่มีคุณค่าครับ
ห.ม.อ.สุ.ข.
ให้กัน ผ่านมิตรภาพ
คุณพนัสครับ รบกวนติด tag "จิตอาสาโกทูโน" หรือ "จิตอาสา gotoknow" ด้วยครับ ;)
ผมคิดว่า ในที่สุดแล้วเรื่องราวของจิตอาสาที่ทำกันมาเป็นวิถีของชาว blog จะถูกร้อยเรียงเป็นเรื่องเล่าที่ดีงามแต่ละช่วงเวลา ...
ขอบคุณอาจารย์เช่นเดียวกัน ที่นำเรื่องดีๆเช่นนี้มาให้อ่านก่อนนอน
คืนนี้...ก็คงจะนอนหลับฝันดี...จากเรื่องราวดีๆ...ของคนที่มีจิตใจงดงาม
ขอบคุณอาจารย์มากๆ นะคะ
ซึ้งจัง ตอนนี้ 12 ดวงตา กำลังมารุมจ้องจอ อ่านทุกตัวอักษร และอีก 10 ตา กำลังจ้องจอคาราโอเกะ ร้องเพลงเผื่อนะคะ
สวัสดีครับคุณเอก.. จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
ขอโทษทีครับ,..แรกเริ่มลงบันทึก ไม่รู้เป็นเพราะอะไร ภาพต่างๆ ทำให้บรรทัดแต่ละบรรทัดหลุดๆ พ้นๆ ไม่ปะติดปะต่อ..พลอยให้อ่านขัดๆ เขินๆ ไปบ้าง..
...
ดีใจมากครับที่คุณเอกบอกล่าวเรื่อง "จิตอาสาโกทูโน" ..จากคุณเอก วันนี้ผมและพี่แก้วคุยเรื่องนี้กันยกใหญ่ๆ ...และสำหรับกิจกรรมในวันนี้เราก็เขินๆ ที่จะใช้ชื่อ "จิตอาสาโกทูโน" เพราะไม่ผ่านระบบเหมือนที่คุณเอกได้ขับเคลื่อน
แต่ทั้งปวงนั้น (วันนี้) ต้องยกเครดิตในทีมพี่แก้ว, พี่แดง, พี่ไก่ ฯลฯ สายลม และยิ่ง "พลอล่า" ด้วยแล้ว ต้องน้อมเคารพอย่างสุดซึ้งครับ
....
"จิตอาสาโกทูโน" ..เป็นเรื่องที่เราอยากให้ขยายผลมาโซนอีสานและที่อื่นๆ ..ถ้ามีโอกาสก็ถือเป็นเกียรติที่ชาวบล็อกแถวอีสานจะได้เป็นเจ้าภาพ ผมและพี่แก้ว หรือแม้แต่ท่านอื่นๆ ก็เปรยเช่นกันว่าอาจมีการคุยกันที่สงขลาบ้าง
แต่งานวันนี้, เป็นส่วนหนึ่งของชาวบล็อกที่ลงแรงใจช่วยกัน แต่จิตอาสาโกทูโนที่คุณเอกริเริ่มนั้น ผมถือว่าในแต่ละปีควรมีสักครั้งแบบ "เต็มรูปแบบ" บนกรอบแนวคิด "ง่าย-งาม" ครับ
...
ขอบคุณครับ
ขอบคุณค่ะ
อิ่มใจในบทสนทนาที่ได้ร้อยเรียง และบอกเล่าแบ่งปัน
คือความสุข...ที่หาที่ไหนไม่ได้ กับการแบ่งปันเรื่องราวที่ดี ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความสุขและการขัดเกลาทางจิตวิญญาณ อันปราศจากและละออกจากลาภ ยศ สรรเสริญ และชื่อเสียง ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้เรายิ่งวิ่งหา ก็ยิ่งวิ่งหนีห่างออกไป
พลังความดีวันนี้เป็นพลังที่งดงามมากค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณแผ่นดิน
มาอ่านบทความ
มาทักทายที่ห่างหายไปนานค่ะ
คุณพนัสครับ
จริงๆ จิตอาสาโกทูโน คำว่าเต็มรูปแบบนั้น ผมคิดว่า คงไม่ใช่มาตรฐานจาก กิจกรรมที่ปายนะครับ อะไรก็ได้ที่เป็นกิจกรรมการให้ความรัก การให้เพื่อการสร้างคุณค่าในตัวเอง หรือ กิจกรรมดีอื่นๆตามแต่จะสร้างสรรค์ตามโอกาสและเวลาที่มี เราเรียกว่า จิตอาสาโกทูโน ได้เหมือนกัน
อย่างกรณี กิจกรรมในวันนี้ เป็นกิจกรรมเล็กๆที่งดงามมากครับ ในความรู้สึกผม
หนุ่มสาวจากกรุงเทพฯ ขับรถไปที่ขอนแก่นเพียงเพื่อเรื่องราวดีๆเช่นนี้ พี่ๆน้องๆที่ขอนแก่นเองก็เตรียมการต้อนรับและร่วมกิจกรรม ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยใจทั้งนั้น
ทั้งหมดที่ผมยกตัวอย่างเท่าที่เห็น นั่น คือ ความยิ่งใหญ่ที่แท้จริง ของ "จิตอาสา" ครับและเราจะภูมิใจมากๆ ถ้าเราได้ใช้ชื่อเรียกกิจกรรมดีๆเหล่านี้ว่า "จิตอาสาโกทูโน" ครับ
----------------------------------------------
******** ที่หาดใหญ่ ผมคิดว่า เรานำประเด็นนี้ไปพูดคุยใน gotoknow forum กันนะครับ ผมอยากจะให้เป็น วัฒนธรรมหนึ่งของชาว blog gotoknow ไปด้วยครับ
สวัสดีครับ... ห.ม.อ.สุ.ข.
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมนะครับ - ผมเป็นคนประเภทสนทนากับตัวเองเรื่อยเปื่อย และเป็นเช่นนี้มานานมากโขเลยทีเดียว.
การให้, เป็นความสุขที่แท้จริง ซึ่งผมรู้สึกเช่นนั้นผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่ผมได้สัญจรเข้าไปเกี่ยวข้อง ทั้งในฐานะคนร่วมสังเกต และในฐานะผู้ร่วมจัดกิจกรรม และการให้ที่มาจากมิตรภาพของผู้คนในเครือข่าย หรือบริบทเดียวกันนั้น สะท้อนถึงพลังที่น่ายกย่องมาก จากนั้นก็หมายถึงการขยายเครือข่ายให้กว้างขึ้นๆ ตามลำดับต่อไป
ขอบคุณครับ
ครับคุณเอก..
จิตอาสาโกทูโน
เป็นเรื่องอันดีงามและจะถูกบอกเล่าอย่างไม่รู้จบ - ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ...อ.อรวรรณ
ตอนนี้ตาเริ่มปิดแล้วครับ ไม่นานคงได้นอนพักยาวๆ เสียที...
และรู้สึกเลยว่า คืนนี้ ผมจะฝันดีอย่างไม่ต้องสงสัยใดๆ อีกแล้ว
ฝันดี, เช่นกันนะครับ
สวัสดีครับ...พี่ไก่...กัญญา
ยินดีที่ได้เจอตัวจริง นะครับ-ทีมงานแต่ละท่านหัวจิตหัวใจยิ่งใหญ่กันจริงๆ
ขอบคุณนะครับสำหรับเวทีชีวิตดีๆ ..เสียดายก็แต่ไม่ได้แชร์ค่าอาหารกลางวันเท่านั้นแหละ
ถามมะเดี่ยว, น้องบอกว่า ทีมขอนแก่นเป็นเจ้าภาพ
แล้วเมื่อไหร่สารภาพจะได้เป็นเจ้ามือบ้างล่ะทีนี้...
สวัสดีคะอาจารย์พนัส
พี่ขอยืมใช้เครื่องพี่ไก่กัญญามาทักทายและขอบคุณอาจารย์ที่มาร่วมสานฝันให้กับเด็กในครั้งนี้ เพราะตอนนี้อยู่บ้านพี่ไก่กัญญา กำลังใช้ดูเรื่องราวต่าง ๆ และรวมตัวกันส่งใจและขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมกันทำกิจกรรมดีๆและมีบุญวาสนาได้พบกัน ดีใจมากๆ คะได้เห็นความร่วมือร่วมใจกันของสมาชิก
เพิ่งได้ฤกษ์ส่งของไปร่วมเมื่อเช้านี้เองค่ะ เจ้าหน้าที่บอกว่าทางโน้นจะได้รับในวันพูธนะคะ ส่งของแบบด่วนค่ะที่ธนาคารออมสินร้อยเอ็ด จ .ร้อยเอ็ด รบกวนสานต่อด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะคุณพนัส
พี่ดีใจมากที่น้องๆเรามาทำบุญร่วมกัน
หัวหน้าพยาบาล ฝากบอกกับชาวโกทูโน ทุกคนว่า...ขอบคุณมากๆ เพราะทุกคนทำงานอย่างมีความสุข
สุขครั้งนี้..นอกจากได้แบ่งปันกับแม่และลูกป่วย เรายังทำให้พวกเราอิ่มบุญด้วย
นอกจากนี้ พี่เห็นรอยยิ้มอันสดใสของพี่หัวหน้าพยาบาลแล้ว พี่รู้สึกว่าพวกเราทำให้พี่หัวหน้าฯ มีความสุขมาก พี่เชื่อเช่นนั้นค่ะ
คุณ Ka-Poom กะปุ๋ม..ครับ
สุขใจ, เย็นใจเสมอที่ได้คุยกัน.
หลายถ้อยคำ เหมือนได้อ่านหนังสือปรัชญาดีๆ นั่นเอง
พลังความดีวันนี้ เป็นพลังที่งดงาม
เห็นด้วยกับวาทกรรมข้างต้นนั้นนะครับ
ยินดีและดีใจที่ได้เห็นตัวเป็นๆค่ะ..
คงได้ร่วมงานกันอีก..ถ้าเป็นแถวๆโซนอีสานค่ะ..
ขอบคุณค่ะ
แวะมายิ้มร่วมกับพี่น้องค่ะ..กิจกรรมดีดีเห็นแล้วต้องชื่นชมจากใจ
สวัสดีครับ..ภัทรานิษฐ์ เจริญธรรม
สบายดีนะครับ..
ตอนนี้แถวบ้านผมร้อนน่าดู
ทางโน้นเป็นยังไงบ้างครับ
....