เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๙ เมษายน ที่ผ่านมา อ.สกล กับผมได้มีโอกาสนำเรื่องการดูแลคนไข้ระยะสุดท้ายไปนำเสนอให้ กลุ่มสามพราน ที่มี อาจารย์ประเวศ ..นพ.ประเวศ วะสี เป็นประธาน

กลุ่มสามพรานนี้ นับเป็นการประชุมประจำเดือนของผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการสาธารณสุขไทย ที่มีประวัติความเป็นมาหลายสิบปี เป็นต้นธารของโครงการสำคัญๆหลายอย่างของประเทศ

ภาพ: นพ. โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ นพ. สกล สิงหะ

ผมเคยไปนำเสนอโครงการดูแลคนไข้ระยะสุดท้ายให้ที่ประชุมแห่งนี้เมื่อหลาย ปีก่อน ครั้งนั้น เป็นการนำเสนอเฉพาะการพัฒนาในโรงพยาบาลที่ผมทำงาน..โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ แต่ครั้งนี้ อ. สกลกับผมไปนำเสนอ ระบบ การดูแลคนไข้กลุ่มนี้ในระดับประเทศ นอกจากจะเหมือนไปส่งการบ้านให้ครูตรวจแล้ว ยังเป็นโอกาสดีที่จะได้คำแนะนำดีๆจากที่ประชุมในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ใน ระดับประเทศต่อไป


ความเป็นมาก็เพราะ จดหมายฉบับข้างล่าง

 

เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ในการประชุม Asia Pacific Hospice Conference (APHC 2009) ที่เมืองเพอร์ธ ออสเตรเลีย อ.สกล ในฐานะตัวแทนประเทศไทยในกรรมการบริหาร Asia Pacific Hospice Palliative Care Network (APHN) ได้ไปนำเสนอประเทศไทย เพื่อเป็นเจ้าภาพการประชุม APHC 2013 แข่งกับอีก ๔ ประเทศ พอเรานำเสนอเสร็จ ประเทศที่เหลือก็ถอนตัวหมด

ครับ ประเทศไทยจะได้เป็นเจ้าภาพ การประชุมนานาชาติเกี่ยวกับการดูแลคนไข้ระยะสุดท้าย ในปี พ.ศ. ๒๕๕๖ คืออีก ๓ ​ปีข้างหน้า ต่อจากมาเลเซีย ซึ่งจะเป็นเจ้าภาพในปีหน้า


ทำไมถึงดีใจ และทำไมเรื่องนี้สำคัญ

การได้เป็นเจ้าภาพการประชุมถือว่าสำคัญ แต่มีเรื่องที่สำคัญมากกว่านั้น

ทุกประเทศที่ได้เป็นเจ้าภาพการประชุมนี้ ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น เกาหลี ฟิลิปปินส์ คงต้องยกเว้นออสเตรเลีย ต่างใช้การประชุมนี้เป็นหมุดหมายเพื่อรวมแรงรวมใจทุกภาคส่วนในประเทศ ผลักดันระบบการดูแลคนไข้ระยะสุดท้ายของประเทศตนทั้งสิ้น

จะจัดประชุมให้ดีได้ จะต้องมีระบบบริการด้านนี้ที่ดีพอด้วย ในฐานะประเทศเจ้าภาพ

ในที่ประชุมคณะทำงานเครือข่าย palliative care ในโรงเรียนแพทย์  ในฐานะต้นเรื่องนี้  ให้ความสำคัญกับ การขับเคลื่อนเรื่องระบบบริการในระดับประเทศ ก่อนเรื่อง ความพร้อมในการจัดประชุม

เราใช้หลักการ สามเหลี่ยมเขยื้อน ภูเขา ของท่านอาจารย์ประเวศ ซึ่งโดยสรุปคือ ถ้าจะขับเคลื่อนยากๆเชิงระบบในระดับประเทศ ต้องประกอบด้วย ๓ องค์ประกอบ คือ

  • ความรู้ที่ปฏิบัติได้จริงจากกลุ่มนักวิชาการ เช่น เครือข่ายของเรา
  • การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เช่น เครือข่ายพุทธิกา มูลนิธิชีวันตารักษ์
  • การดำเนินการทางการเมืองและนโยบายระดับประเทศ เช่น การมี พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ บทบาทของกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.)

เรามองหาเจ้าภาพที่จะมาเป็นแกนกลางในการขับเคลื่อนนี้ ผมจึงนำเรื่องนี้ปรึกษาพี่โกมาตร..นพ.​โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ พี่ได้แนะนำให้นำเรื่องนี้เข้า เสนอในการประชุมกลุ่มสามพรานข้างต้น


นอกจากคำแนะนำดีๆจากผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์หลายท่านในที่ประชุม ซึ่งผมจะขอเขียนเป็นอีกบันทึกแยกต่างหาก สิ่งที่เราได้จากการประชุมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา คือ พี่อำพล..นพ.อำพล จินดาวัฒนะ  พี่ชาตรี..นพ.ชาตรี เจริญศิริ  จากสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) พร้อมจะเป็นร่มใหญ่ให้กับการขับเคลื่อนระบบนี้ของประเทศ และได้พี่สุวิทย์..นพ.สุวิทย์ วิบูลย์ผลประเสริฐ มา เป็นประธานเรื่องนี้ให้

ครับ นี่เป็น อีกหนึ่งก้าวสำคัญ ในการพัฒนาการดูแลคนไข้ระยะสุดท้ายของประเทศไทย