ผมไม่ได้ฟังข่าวสารอย่างตั้งใจมากนักในระยะนี้ อันเนื่องมาจากการมีงานที่ต่อเนื่องกัน แต่ "ข่าว 3 มิติ" ของคุณกิตติ สิงหาปัด ได้ติดตามข่าวของ "เด็กชายหม่อง ทองดี" ซึ่งเป็นเด็กผู้ไร้สัญชาติไทยอยู่โรงเรียนบ้านสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ... อ้าว ! จังหวัดที่ผมกำลังอาศัยอยู่ตอนนี้นี่นา แล้วมันเป็นยังไงมาไงกันเนี่ย
การหาข้อมูลจึงเริ่มต้นขึ้นจากคุณครู google ให้ค้นข่าวเก่า จนถึง วันนี้ดู

(http://www.posttoday.com/breakingnews.php?id=64791)
อันเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2551 ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับสมาคมเครื่องบินกระดาษพับจัดการแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับ ชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 5 รุ่นเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี ผู้ชนะคือ เด็กชายหม่อง ทองดี (เด็กชายผู้ไร้สัญชาติไทย) ทำเวลาได้ 12.50 นาที (http://gotoknow.org/blog/stateless-in-bkk/291891)
เด็กชายหม่อง ทองดี นักเรียนชั้น ป.4 อายุ 12 ปี ได้รางวัลชนะเลิศการแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับชิงแชมป์ประเทศไทยครั้งที่ 5 รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว และได้รับสิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับ ที่เมืองชิบะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะเริ่มการแข่งขันในวันที่ 15 กันยายน 2552 (http://www.posttoday.com/breakingnews.php?id=64791)
แต่เรื่องของเรื่อง เมื่อผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสันทราย พาเด็กชายหม่อง ทองดี ไปเพื่อทำหนังสือรับรองให้เด็กชายหม่อง เดินทางออกและกลับเข้าประเทศไทยได้ เพื่อที่จะเดินทางไปแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับที่เมืองชิบะ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 19-20 กันยายน ทางกระทรวงมหาดไทยไม่สามารถออกหนังสือรับรองให้ได้
แต่ลองฟังเหตุผลของ นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ อธิบดีกรมการปกครอง ดูไหมครับ
"ตามกฎหมายไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่มีอำนาจออกหนังสือรับรองดังกล่าวได้ เนื่องจากบิดา และมารดา ของเด็กชายหม่อง เป็นแรงงานต่างด้าว ไม่ใช่บุคคลที่มีสัญชาติไทย พร้อมระบุ ขอให้ทุกคนเข้าใจ เนื่องจากกฎหมายไทย ไม่ได้เปิดช่องให้มีการผ่อนผัน หรือหาช่องทางที่จะช่วยเหลือในกรณีนี้ได้"
(http://www.posttoday.com/breakingnews.php?id=64791)
ส่วน นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวกับเรื่องนี้ว่า
"การจะพิจารณาให้สัญชาติจะต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง แต่เห็นว่า ตามหลักการแล้ว ไม่น่าจะเป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม หาก ด.ช.หม่อง จะเดินทางไปแข่งขันจริง ต้องไปในนามตัวแทนของประเทศพม่า ที่ใช้สัญชาติพม่าพำนักในประเทศไทย"
(http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1251873959&grpid=03&catid=no)
คุณกิตติ สิงหาปัด รายงานต่ออีกว่า อธิบดีกรมการปกครองเกรงว่า หากให้เด็กชายหม่อง ทองดี เดินทางออกนอกประเทศไทย จะทำให้แรงงานต่างด้าวอีก 200,000 คน จะทำตามและเอาอย่างบ้าง
ผมไม่แน่ใจจริง ๆ ว่า "ผู้ถือกฎหมายในมือได้คิดทบทวนถึงความคุ้มค่าที่เกิดขึ้นบ้างหรือเปล่า หรือแค่อ่านตามตัวบทกฎหมาย โดยไม่ได้ดูปัจจัยอื่น ๆ ที่ยังประโยชน์แก่ประเทศชาติ"
ได้อ่านบันทึกของคุณอัจฉรา น้องหม่อง:เดินทางไปแข่งพับเครื่องบินกระดาษ , วิเคราะห์ข้อเท็จจริงเด็กชายหม่อง ทองดี , กว่าจะเข้าใจคนของสังคม : กรณีน้องหม่อง ทองดี
และบันทึกของคุณจุฑิมาศ หม่อง ทองดี: ความฝันที่ถูกมหาดไทยตัดปีก
ทำให้เข้าใจในเรื่องกฏหมายมากขึ้น แถมยังได้ความรู้สึกถึงเจตนาที่แท้จริงของกฎหมายที่ออกมาว่า "หากการบังคับใช้กฎหมายมันทำให้ประเทศชาติเสียประโยชน์ ก็ย่อมสามารถหาช่องทาง หรือวิธีการทางกฎหมายมาใช้ช่วยเหลือได้"
มันอยู่ที่ "คนใช้กฎหมาย" จริง ๆ ครับว่า จะเลือกใช้ไปด้านใด ?
ล่าสุด ก็เห็นว่า ทางกระทรวงต่างประเทศจะออกหนังสือรับรองให้ โดย กระทรวงการต่างประเทศ สามารถออกเอกสารเดินทางคนต่างด้าว (Travel Document for Aliens) เล่มสีเหลืองชนิดอ่านได้ด้วยเครื่อง มีอายุใช้ได้ 1 ปี ให้แก่เด็กชายหม่อง ทองดี พร้อมกับออก Re-Entry Visa ให้เดินทางกลับเข้ามาในราชอาณาจักรอีก ทั้งนี้ โดยอาศัยหนังสือยืนยันจากกระทรวงมหาดไทยเป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินให้ต่อไป (http://www.thairath.co.th/content/region/30396)
และทาง รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นางสาวอัจฉรา สุทธิสุนทรินทร์ คณะทำงานโครงการบางกอกคลินิกฯเพื่อให้คำปรึกษากฎหมายโดยสถานะและสิทธิบุคคล ได้ทำความเห็นทางกฎหมายกรณีในกรณีปัญหาสิทธิในการเดินทางไปต่างประเทศของเด็กชายหม่อง ทองดี ซึ่งเป็นคนไร้สัญชาติประเภทเด็กและบุคคลที่เรียนอยู่ในสถาบันศึกษาไทยถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และสำเนาถึงนายกรัฐมนตรี
ดังมีหัวข้อหลัก ๆ ดังนี้
(1) เด็กชายหม่องมีสิทธิเดินทางออกไปจากประเทศไทยเพื่อทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศไทยหรือไม่ ?
(2) สถานบุคคลตามกฎหมายไทยของเด็กชายหม่อง ทองดี
2.1. เด็กชายหม่องไม่มีสิทธิในสัญชาติในขณะที่เกิด
2.2 เด็กชายหม่องถูกถือเป็นคนเข้าเมืองผิดกฎหมายในตั้งแต่เกิดจนถึงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2551
2.3 ฐานะการอยู่ของเด็กชายหม่องตั้งแต่เกิดจนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 จนถึงปัจจุบันเป็นไปตามกฎกระทรวงตามมาตรา 7 ทวิ ววรค 3 ซึ่งยังร่างไม่เสร็จ
2.4 เด็กชายหม่องมีสถานะเป็นคนไร้สัญชาติ (Nationality – less Person)
2.5 เด็กชายหม่องไม่ประสบปัญหาคนไร้รัฐ (Stateless Person)
2.6 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและอำนาจในการขจัดปัญหาความไร้สัญชาติให้แก่เด็กชายหม่อง ทองดี
(3) เหตุผลที่รัฐบาลไทยไม่ผลักดันบุพการีของเด็กชายหม่อง ทองดีออกจากประเทศไทยตั้งแต่ พ.ศ.2538
(4) สถานะความเป็นแรงงานต่างด้าวในทะเบียนราษฎรของรัฐไทยประเภท ท.ร.38/1 ของเด็กชายหม่อง ทองดี และครอบครัว
(5) สถานะความเป็นบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร
(6) เอกสารพิสูจน์ทราบตัวบุคคล (Identification Paper) สำหรับเด็กชายหม่องเพื่อเข้าแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับ ชิงแชมป์ประเทศญี่ปุ่น ครั้งที่ 4 ณ เมืองชิบะประเทศญี่ปุ่น
(7) ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการอนุญาตให้สิทธิเดินทางออกนอกประเทศไทยแก่เด็กชายหม่อง
เมื่อฟังข้อเท็จจริงว่า เด็กชายหม่อง ทองดี ไม่มีสัญชาติไทย สิทธิในการเข้าเมืองและอาศัยอยู่ในประเทศไทย ย่อมเป็นไปตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และเมื่อฟังได้ว่า เด็กชายหม่อง ทองดี เป็นคนไร้สัญชาติในทะเบียนราษฎรไทยที่มีสิทธิอาศัยตามมาตรา 17 แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยซึ่งรักษาการตามกฎหมายนี้ ย่อมมีอำนาจหน้าที่จะอนุญาตให้สิทธิเดินทางเข้าและออกประเทศไทยได้อย่างแน่นอน
(8) สิทธิมนุษยชนของเด็กที่จะไม่ถูกเลือกปฏิบัติในประเทศไทย
อ่านรายละเอียดในข้อกฏหมายได้ที่ http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1251883090&grpid=01&catid=00
กรณีศึกษา "เด็กชายหม่อง ทองดี" นี้ มีประเด็นคิดในหลาย ๆ เรื่องที่ต้องคิดพร้อม ๆ กัน ไม่ใช่ คิดทีละครั้ง หรือใช้กฎหมายคนละฉบับ
ผู้ถือกฎหมาย ... ไม่ใช่เพียงแต่ว่า ถือกฎหมายนั้น แต่หากต้องใช้กฎหมายนั้นให้ยุติธรรม สอดรับความกับ "ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์" ยิ่งไปกว่านั้น "เด็กผู้ชาย" ไร้รัฐคนหนึ่ง กำลังใจเดินทางไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศที่ตัวเองเกิด ถึงแม้ยังไม่มีสัญชาติไทยก็ตาม
เราได้สูญเสียคนเก่งระดับโลกไปหลายคนแล้ว จากการตัดสินใจที่มองกฏหมายเพียงด้านเดียวของผู้ถือกฎหมาย
โปรดตรองก่อนตัดสินใจ ดีไหมครับ ? ...
ใคร ๆ เขาก็รักชีวิต เหมือนกับที่เรารักตัวเราเองนั่นแหละ
ขอบคุณครับ ;)
ป.ล. ไม่รับ Comment ไม่สุภาพ หรือ หยาบคาย ครับ
แหล่งอ้างอิง
ไทยรัฐ. บัวแก้วให้ความช่วยเหลือดช.หม่อง ทองดี. http://www.thairath.co.th/content/region/30396 (2 ก.ย.52).
โพสต์ ทูเดย์. มท.ช่วยดช.หม่องไม่ได้. http://www.posttoday.com/breakingnews.php?id=64791 (2 ก.ย.52).
มติชนออนไลน์. มท.1บอก"น้องหม่อง"ต้องไปแข่งขันเครื่องบินพับในนามตัวแทน"พม่า". http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1251873959&grpid=03&catid=no (2 ก.ย.52).
มติชนออนไลน์. ผู้เชี่ยวชาญ กม.ฟันธงกรณี ด.ช.หม่อง มท.มีอำนาจเข้า-ออก ปท. ทำพาสปอร์ตไปญี่ปุ่นได้. http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1251883090&grpid=01&catid=00 (2 ก.ย.52).
Thai Justice. ความเห็นทางกฎหมาย กรณี ด.ช.หม่อง ทองดี มีพาสปอร์ตไปญี่ปุ่นได้หรือไม่ ?. http://www.thaijustice.com/webboard.asp?sub=0&id=1205338 (2 ก.ย.52).
คุณอัจฉรา สุทธิสุนทรินทร์. http://gotoknow.org/profile/dutchmill (2 ก.ย.52).
คุณจุฑิมาศ สุกใส. http://gotoknow.org/profile/chutbloc (2 ก.ย.52).
สวัสดีค่ะอาจารย์ ..เด็กเก่ง..ก็ควรส่งเสริม..แม้ว่าจะเป็นใครเพราะรับเขาเป็นนักเรียนไทย และทำดี.. เก่ง ดี มีสุข ใช่ไหม่ค่ะ
คนพวกนั้นไม่มีความคิดเรื่องมนุษยธรรมอยู่ในสมอง มีแต่กฎหมายสร้างศัตรูและพยายามข่มเหงผู้ที่ด้อยกว่า เพราะเป็นเทรดดิชั่นส่วนผิดของรัฐศาสตร์ อธิบดี และ คุณ ชวรัตน์เรียนรัฐศาสตร์หลักสูตรเก่า จึงไม่รู้ลำดับขั้นเรียงจากมากไปหาน้อยของกฏหมาย ดังนี้ 1.กฎบัตรสหประชาชาติ 2.พระบรมราชโองการ/พระประศาสน์ของประธานาธิบดี 3.รัฐธรรมนูญ 4.กฎหมายของแต่ละประเทศ 5.คำสั่งของประมุขบริหาร 6.คำสั่งข้าราชการ/ผู้บังคับบัญชาตามลำดับขั้น อย่าเอาแต่หาผลประโยชน์ อย่าเอาแต่อ้าปากเพ็ดทูล จงยอมสูญเสียทุกอย่างเพื่อคุณธรรม ในศักดิ์ศรีของความเป็นคนแล้ว น้องหม่องมีความเพียบพร้อมบริบูรณ์มากกว่า ท่านมีหน้าที่คุ้มครอง ไม่ใช่อ้างกฏหมายมารังแกกันแบบนี้ 200,000 กรณีที่เกิดขึ้นล้วนแต่เป็นเพราะปัญหาที่ทางกระทรวงก่อ ต้องแก้ให้หมดไม่ใช่มายกตัวอย่างว่าจะเกิดปัญหา ทีคนจากประเทศรวยๆ ประคบประหงมกันยกใหญ่ ลองคิดดูนะ คุณชวรัตน์ กับอธิบดีกรมการปกครอง ลองย้อนไปตอนอายุ 12 ปี แล้วจะรู้ว่าใครมีความสามารถกว่ากัน
ทางต่อไป หาทางให้น้องหม่องไปเป็นอาจารย์พิเศษสอนวิชาพับเครื่องร่อน(อากาศยานหนักกว่าอากาศ)ประจำภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์แล้วโอนวิชาไปอยู่กับ กศน. หรือเรียนชดเชยปิดเทอม
ไปวังไกลกังวลแล้วพับเครื่องร่อนถวายฎีกา
ทางสุดท้ายขอพระราชทานปริญญาบัตรวิทยาศาสตรบัณฑิตสาขาฟิสิกส์(อากาศยาน)กับสภาวิจัยถ้าสำนักพระราชวังไม่ยอมเจอดีแน่ เบอร์นี้ 0859921962 พล
ทั้งหมดเป็นปัญหาที่เกิดจากต้นเหตุเดียวกันคือหลวงวิจิตรวาทการ เเละ เสด็จในกรม ที่สอนว่าไทยกับพม่าเป็นศัตรูกัน มันล้าสมัยเเล้ว แทนที่จะทำอย่างไรให้พม่าเป็นมิตรกับเรา
ไม่มีคำด่า ไม่ได้ด่า.....แช่ง
สวัสดีครับพี่ Was
ขอบพระคุณมากนะครับที่มาเล่าเรื่องน้องหม่องให้อ่านอย่างได้ภาพรวม ^^ เดย์รู้เลยว่าตัวเองตกข่าวระเอียด ดีใจที่ได้ความรู้เพิ่มขึ้นครับ โดยเฉพาะตัวบทกฏหมาย
ชอบ ปล. ครับพี่ ตอนแรกก็ไม่เข้าใจ? แต่ก็คิดว่าพี่คงรู้ว่าจะมีความเห็นหลากหลายสำนวน 555
เก่ง ดี มีสุข ครับ คุณครู rinda ;)
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีครับ คุณ นพพล แก้วสูงเนิน ;)
ผมได้รับความรู้เรื่อง การเรียงลำดับจากมากไปหาน้อยของกฏหมาย ดังนี้
1.กฎบัตรสหประชาชาติ
2.พระบรมราชโองการ/พระประศาสน์ของประธานาธิบดี
3.รัฐธรรมนูญ
4.กฎหมายของแต่ละประเทศ
5.คำสั่งของประมุขบริหาร
6.คำสั่งข้าราชการ/ผู้บังคับบัญชาตามลำดับขั้น
ทุกอย่างต้องปรับตัวให้เข้ากับโลกสมัยใหม่ รวมถึงความคิดด้วยนะครับ
ขอบคุณสำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันครับ
ขอบคุณครับ ;)
ยินดีและขอบคุณครับ น้องเดย์ adayday ;)
เท่าที่ตามอ่านอยู่ มีหลากหลายความคิดเกิดขึ้นครับ หลายคนเลือกข้างตามที่ตัวเองคิดว่าถูก แล้วไปว่าคนอื่นว่า ไม่ฉลาดเท่าตน สังคมแบบนี้ไม่ควรสนับสนุนครับ เพราะบ้านเรามีจุดแตกแยกกันกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่สามารถประนีประนอมกันได้ แต่ไม่ทำ
ความระมัดระวังและพร้อม "ลบ" มีอยู่เสมอสำหรับการเป็นเจ้าของบันทึกครับ
ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าเรียนรู้ครับสำหรับ "เด็กชายหม่อง ทองดี"
(1) เด็กชายหม่องมีสิทธิเดินทางออกไปจากประเทศไทยเพอื่ ทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศไทยหรือไม่ ?
มาเสียค่าปรับ และคัดไทยเสียดีๆ อิอิ ^^
ได้ข่าว "เด็กชายหม่อง" แว่วๆ แล้วก็คิดว่ายังไงทางการก็คงจะสนับสนุน ว่างั้น..(คิดเอาเอง) แล้วก็ไม่ได้ติดตามข่าวอีกเลย จนมาเจอบันทึกอาจารย์ในเช้านี้ก็..มันมีอะไรมากว่าที่คิดแฮะ (น่าเขกกระโหลกตัวเองเบาๆ 1 ที โทษฐานไม่ติดตามข่าวสารบ้านเมือง--ก็เถียงอีกว่าแล้วมันจะมีอะไรให้น่าติดตาม)
ณ วันนั้นที่ได้ยินข่าวแว่วๆ ว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนจะลงทุนควักกระเป๋าส่งคุณครู 1 ท่านไปดูแลน้อง (นึกปรบมือในใจ ท่านเจ๋งจริง --แล้วระดับผู้ใหญ่กว่านี้มัวทำอะไรอยู่ ทำไมไม่ให้การช่วยเหลือ) เนื่องจากจะส่งน้องไปแข่งขันโดดเดี่ยวเดี่ยวดาย อุแม่เจ้า..อึ้ง ให้ข้าเจ้าเดินทางไปต่างประเทศคนเดียวมีหวังขวัญหนีดีฝ่อ (ถึงในชีวิตนี้จะไม่มีโอกาสได้ไปก็เถอะ เหอๆๆ)
เอาใหม่ๆๆ พออ่านบันทึกของอาจารย์เสร็จ ต้อมก็เดินไปคุยกะเพื่อนที่อีกโต๊ะแล้วบอกว่า "สงสารน้องจัง..ฯลฯ.." เพื่อนก็บอกว่า "มันไม่ถูกต้องตามกฏหมาย ก็เด็กไม่ใช่คนไทย %+๒๓๔฿๕๖#$%^+(^+ ต้องให้พม่าส่งสิ" เถียงกันอีกหลายคำแล้วต้อมสะอึกเลยเดินกลับมาที่โต๊ะ เพื่อพิมพ์ความคิดเห็นนี้ในบันทึกนี้ T_T
กรณีนี้เป็นกรณีศึกษานะคะ และต้อมสงสัยว่า "กฏหมายคืออะไร"
อ้อ..สงสัยอีกว่า "หัวใจ" กับ "ตัวบทกฏหมาย" จะใช้ไม้บรรทัดคนละอันกันใช่หรือไม่???????
สวัสดีครับ หนูต้อม เนปาลี ;)
ได้ทำการแก้ไข และคัดไทยไปแล้ว 10 รอบครับ อิ อิ นำมาใช้แล้วไม่ได้แก้ไขให้ถูก
"ผู้ใหญ่" หมายถึง ผู้ที่ใหญ่กว่า ผอ.โรงเรียนใช่ไหมครับ หุ หุ คนที่เป็นผู้บังคับบัญชาในเขตพื้นที่การศึกษาที่สังกัดอ่ะดิ แบบนี้
ผมว่า เป็นเรื่องปกติของเขา (สพท.) ครับ (ฮึ ฮึ)
ความคิดเห็นในกรณีศึกษานี้มีสองด้าน ผมก็เป็นด้านที่สามเลยว่า "ทางสายกลาง" คืออะไร การตัดสินใจของผู้มีอำนาจควรชั่งน้ำหนักดูครับ แต่แบบสุดโต่งมากเกินไป แบบนี้เรียกว่า "ด่วนสรุป" ไม่ศึกษาให้ดีแล้วมาตัดสินใจแทนชีวิตของคนอื่น
คนที่บอกว่า "เขาไม่ใช่เด็กไทย" ผมก็อยากทราบเหมือนกันว่า "เขาคือมนุษย์ที่มีลมหายใจแบบเราหรือไม่" ... ลองคิดกลับกันว่า หากคนพูดบ้านแตกสาแหรกขาด บ้านเมืองมีสงครามอยู่นับสิบปี สิ่งที่เขาจะทำได้คือ หนีมาอยู่ในที่สุขสงบ ไม่มีการรบราฆ่าฟันกัน ไม่ใช่เหรอครับ ... ถ้าให้ชีวิตเลือกได้ ใครอยากจะมีชีวิตแบบนี้กันบ้างล่ะครับ
ศึกษาประวัติศาสตร์ของเพื่อนบ้านให้ดีก่อนที่จะมาตัดสินใจคิดแทนคนอื่น
เลือกมองและคิดให้ได้ทุกแง่ครับ ... กรณีศึกษานี้สอนแบบนี้ แล้ว ยังต้องเชื่อมั่น "กฏหมาย" ที่จะสนับสนุนให้คนทำความดี หากไม่สนับสนุนแล้วไซร้ ... ยกเลิกเถอะครับกฎหมายฉบับนั้น บ้านเมืองจะย่อยยับหมด
ขอบคุณครับ หนูต้อม เนปาลี ;)
ยินดีและขอบคุณมากครับ คุณ สามสัก ;)...
มาอย่างไรก็ได้ครับ ยินดีเสมอ
สภาทนายความ ยื่นฟ้องศาลปกครองขอให้มีคำสั่งไต่สวนฉุกเฉิน
สานฝันน้องหม่องไปญี่ปุ่น
3 กันยายน 2552- วันนี้เวลา 11..00 น. สภาทนายความ โดยนายนิติธร ล้ำเหลือ ประธานอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติ และผู้พลัดถิ่น สภาทนายความ ทนายความผู้รับมอบอำนาจฟ้องคดีแทนเด็กชายหม่อง ทองดี และคณะได้เดินทางไปที่ศาลปกครอง เพื่อดำเนินการฟ้องคดีต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล) ทั้งนี้เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนเสียหาย โดยได้รับผลกระทบอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้จากการใช้อำนาจตามกฎหมาย หรือจากกฎ คำสั่งทางปกครอง หรือจากการละเลยต่อหน้าที่ ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร มีผลเป็นการละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพของผู้ฟ้องคดี ทั้งยังกระทำการที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 หลักสิทธิมนุษยชน ส่งผลกระทบต่อหลักนิติรัฐ หลักนิติธรรม ทั้งการปกครองระบอบประชาธิปไตย ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ฟ้องคดีอย่างร้ายแรง
สภาทนายความเห็นว่ากรณีดังกล่าวเป็นกรณีสำคัญเร่งด่วน จึงเดินทางไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอศาลมีคำสั่งให้ ไต่สวนฉุกเฉินเพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวแก่เด็กชายหม่อง ทองดี ซึ่งการอนุญาตก็ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายหรือจะก่อให้เกิดปัญหาต่อความมั่นคงแต่อย่างใด โดยขอศาลได้โปรดมีคำสั่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอนุญาตให้เด็กชายหม่อง ทองดี เดินทางออกนอกประเทศและเดินทางกลับเข้าประเทศได้ เพื่อดำเนินการแข่งขัน ฯ ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าการพิจารณาคดีจะเสร็จสิ้น
หลังจากที่เมื่อวานนี้(2กันยายน) นายดวงฤทธิ์ เกติมา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยทราย จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยเด็กชายหม่อง ทองดี อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.4 ได้เดินทางเข้าพบ นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ อธิบดีกรมการปกครอง และนายชำนิ บูชาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่ากระทรวงมหาดไทย เพื่อขออนุญาตให้กระทรวงมหาดไทย ทำหนังสือรับรองให้เด็กชายหม่อง เดินทางออกและกลับเข้าประเทศไทยได้ เพื่อที่จะเดินทางไปแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับที่เมืองชิบะ ประเทศญี่ปุ่น
ทั้งนี้ เด็กชายหม่อง ทองดีได้รางวัลชนะเลิศการแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับชิงแชมป์ประเทศไทยครั้งที่ 5 รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว และได้รับสิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับ ที่เมืองชิบะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่ง Japan Origami-Airplane Association (JOAA) ระหว่างวันที่ 18-20 กันยายน 2552และได้กำหนดให้เดินทางในวันที่ 16 กันยายนนี้ โดยทาง สวทช. และ เอ็มเทค กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้แจ้งว่าต้องดำเนินการขอหนังสือเดินทางของคนต่างด้าว และนำหนังสือเดินทางไปขอวีซา ณ สถานทูตประเทศญี่ปุ่นภายในวันศุกร์ที่ 4 กันยายนนี้
โดยนายวงศ์ศักดิ์ ได้ชี้แจงว่า ตามกฎหมายไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่มีอำนาจออกหนังสือรับรองดังกล่าวได้ เนื่องจากบิดา และมารดา ของเด็กชายหม่อง เป็นแรงงานต่างด้าว ไม่ใช่บุคคลที่มีสัญชาติไทย และเด็กชายหม่องมีสถานะเป็นผู้ติดตาม ดังนั้นการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรจึงไม่อยู่ภายใต้เงื่อนไขตามประกาศกระทรวงมหาดไทย(หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท.0204.2/1184 ลงวันที่ 1 กันยายน 2552)
ทั้งนี้คำฟ้องคดี ระบุว่า เด็กชายหม่อง ได้รับการบันทึกในทะเบียนราษฎรของประเทศไทยในฐานะผู้ติดตามแรงงาน และได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ แต่ในปี 2548 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้มียุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคล (มติคณะรัฐมนตรี 18 มกราคม 2548) ซึ่งได้แยกประเภทเด็กไร้รัฐไร้สัญชาติในสถาบันการศึกษาออกมา ได้รับการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน และได้รับการกำหนดเลขประจำตัว 13 หลัก ขึ้นต้นด้วยเลข 0 คือ 0-5001-89000-94-1 เมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ.2548 โดยอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่เมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ.2550 และบัตรดังกล่าวจะหมดอายุในวันที่ 14 มกราคม พ.ศ.2560
นอกจากนี้สิทธิในเสรีภาพที่จะเดินทาง เป็นสิทธิเสรีภาพที่ได้รับการคุ้มครองโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 อันจะถูกจำกัดมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยบทบัญญัติของกฎหมาย ซึ่งไม่ปรากฎว่ามีกฎหมายใดห้ามมิให้ผู้ฟ้องคดีเดินทางออกนอกประเทศและกลับเข้ามาในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการเดินทางออกนอกประเทศเพื่อการสร้างชื่อเสียง และทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศไทย มิได้ส่งผลกระทบใดๆ ต่อความมั่นคงของประเทศแม้แต่น้อย และสิทธิในเสรีภาพที่จะเดินทางไปยังต่างประเทศนี้ ได้มีทางปฏิบัติอันเป็นปกติประเพณีของประเทศไทย
โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เคยอนุญาตให้บุคคลที่มีลักษณะเดียวกันกับผู้ฟ้องคดีเดินทางออกไปนอกประเทศและกลับเข้ามาในประเทศไทยมาก่อนแล้ว ได้แก่ อาจารย์อายุ นามเทพ ซึ่งเป็นอาจารย์สอนดนตรีคลาสิคที่มหาวิทยาลัยพายัพ ซึ่งถือบัตรประจำตัวผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน ขึ้นต้นด้วยเลข 0 ได้เดินทางออกไปทำคุณประโยชน์ให้ประเทศชาติ หลายครั้ง เพื่อไปแสดงดนตรีรวมถึงแข่งขันในเวทีระหว่างประเทศ ซึ่งสิทธิในเสรีภาพดังกล่าวนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะต้องรับรองและให้ความคุ้มครองแก่บุคคลทุกคนโดยเสมอภาค และเลือกปฏิบัติมิได้ การดำเนินการไปในทางจำกัดสิทธิเสรีภาพดังกล่าว เป็นสิ่งที่ไม่อาจกระทำได้ เว้นแต่โดยผลของกฎหมาย และหากกฎหมายมีผลเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพก็จะต้องดำเนินการโดยละเอียด รอบคอบ อย่างเคร่งครัด ทั้งต้องเปิดโอกาสให้ผู้ได้รับผลกระทบชี้แจงได้ โดยกำหนดระยะเวลาให้โต้แย้งคัดค้านคำสั่งดังกล่าวด้วย
นอกจากนี้ สิทธิในเสรีภาพที่จะเดินทางนี้ ยังผูกพันประเทศไทยในฐานะรัฐภาคีที่จะต้องคุ้มครองรับรองแก่บุคคลด้วย ตามกติการระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางแพ่งและสิทธิทางการเมือง ยิ่งไปกว่านั้น โอกาสที่จะได้เดินทางไปแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับนั้น ยังหมายถึง โอกาสของการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กอย่างเด็กชายหม่อง เพื่อการพัฒนาไปสู่การมีชีวิตที่มีคุณภาพ การมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อย่างเสมอภาค อันเป็นสิทธิที่ได้รับการคุ้มครองและผูกพันรัฐภาคีเช่นประเทศไทย ตามข้อ 24 แห่งกติการระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางแพ่งและสิทธิทางการเมืองและอนุสัญญาสิทธิเด็กทั้งฉบับ
สถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อการเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ
Stateless Watch for Research and Development Institute of Thailand (SWIT)
437/37 ซ.จรัลสนิทวงศ์ 35(วัดมะลิ) ถ.จรัลสนิทวงศ์ แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700
437/37 SoiJaransanitvong 35 (wadmali) Jaransanitvong Rd. Bangkhunsri Bangkoknoi Bangkok 10700
[email protected] Tel/Fax (66)2-864-9009
แจ้งข่าวความคืบหน้า
ล่าสุดศาลปกครองรับฟ้องแล้ว หมายเลขคดีดำ 1372 /2552 เมื่อเวลา 14.00 น.
โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้
..............................
ปิ่นแก้ว อุ่นแก้ว
ผู้จัดการ
สถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อการเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ
437/37 ซ.จรัลสนิทวงศ์ 35(วัดมะลิ) ถ.จรัลสนิทวงศ์ แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700
Stateless Watch for Research and Development Institute of Thailand (SWIT)
437/37 SoiJaransanitvong 35 (wadmali) Jaransanitvong Rd. Bangkhunsri Bangkoknoi Bangkok 10700
Tel/Fax (66)2-864-9009
ขอบคุณมากครับ คุณเอก จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร ที่ส่งข่าวล่าสุดมาให้เรื่อย ๆ ... เพิ่งสอนเสร็จ หมดแรงข้าวต้มแล้วครับ ;)
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณมากครับ คุณ ครูคิม ;)...
สุภาพเสมอใจ ครับ ...
เพิ่มเติม
เก็บความคิดเห็น...
คุณ JK แห่ง OKNATION เล่าไว้ในบันทึกว่า "ตอนที่คนไทยรู้ว่าไทเกอร์ วู๊ดส์ แชมป์โลกการแข่งขันกอล์ฟ สัญชาติอเมริกัน มีแม่เป็นคนไทย ผู้หลักผู้ใหญ่หลายคนในบ้านเมืองนี้ กับคนไทยบางกลุ่ม พยายามยัดเยียดความเป็นคนไทยให้เขาให้ได้ แต่ไทเกอร์ วู๊ดส์ ก็เฉยชามาก เขาไม่เคยตอบรับความเป็นคนไทย การแข่งขันกอล์ฟของไทเกอร์ วู๊ดส์ ทุกครั้ง เขาทำเพื่อเงินและเพื่อชาติสหรัฐอเมริกาแผ่นดินเกิดของเขาเท่านั้น"
(http://www.oknation.net/blog/chakkrish/2009/09/03/entry-2)
เพิ่มเติม
เก็บความจากข่าว ...
จากใจ 2 นักกฎหมาย"มีชัย-พันธุ์ทิพย์"กรณี"น้องหม่อง"กับความล้าหลังของมหาดไทย
ความรู้สึกของ 2 นักกฎหมายชั้นนำของไทยคือ"มีชัย ฤชุพันธุ์-พันธุ์ทิพย์ กาญจนจิตรา"กรณี"น้องหม่อง"ซึ่งสะท้อนถึงความล้าหลังของเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งทำงานด้านคนไร้สัญชาติ
หมายเหตุ "มติชนออนไลน์"-เป็นการเขียนจดหมายโต้ตอบกันระหว่าง รศ.พันธุ์ทิพย์ กาญจนจิตรา อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานรัฐสภา กรณีด.ช.หม่อง ทองดี ที่กระทรวงมหาดไทยไม่ยอมออกหนังสือรับรองการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยเพื่อนำไปทำหนังสือเดินทางเพื่อเดินทางไปแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับที่ญี่ปุ่นซึ่งสะท้อนให้เห็นแนวคิดอันล้าหลังของเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำงานด้านคนไร้สัญชาติในประเทศไทย(ดูรายละเอียดที่ http://www.meechaithailand.com/ver1/?module=4&cateid=&action=view&id=036879#q)
สัญชาติพม่าที่ประเทศไทยให้กับบุคคลธรรมดาในประเทศไทย
เรียน ท่านอาจารย์มีชัย ที่เคารพอย่างสูง
วันนี้ หนูเหนื่อยและเสียกำลังใจมากทีเดียวกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับน้องหม่อง ทองดี ท่านอาจารย์ทราบนี้บ้างไหมคะ ถ้าท่านยังไม่ทราบ กรุณาคลิกตรงนี้ http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1251883090&grpid=no&catid=02
ตื่นมาแต่เช้า เพื่อนั่งอ่านข้อกฎหมายข้อนโยบายด้านกฎหมายสัญชาติ กฎหมายคนเข้าเมือง และกฎหมายทะเบียนราษฎร ทบทวนหลายรอบ ก็คิดว่า มีความเข้าใจว่า กฎหมายและนโยบายของรัฐไทยมิได้เลือกปฏิบัติต่อมนุษย์ด้วยเหตุแห่งสัญชาติในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน
การเดินทางไปแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับของเด็กชายหม่อง ก็คือ การทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศไทย เป็นการยืนยันความสามารถของวงการศึกษาไทยในเรื่องของวิทยาศาสตร์กายภาพที่เกี่ยวกับการสร้างวัสดุที่บินได้
นึกถึงท่านอาจารย์ เพราะท่านคงเข้าใจคนทำงานด้านกฎหมายเกี่ยวกับสถานะบุคคลอย่างหนู ถ้ามาเล่าความทุกข์ใจให้ท่านฟัง ท่านคงมีมุมมองด้านวิชาชีพที่ทำให้หนูหายทุกข์ใจลงบ้าง
หนูทุกข์ใจทุกครั้งที่ไม่อาจคุ้มครองผู้ทรงสิทธิทางกฎหมาย ? ทำใจไม่ได้สักทีค่ะ และยิ่งคราวนี้เป็นเด็ก
เราตัดสิทธิ์เด็กคนหนึ่งเพราะอำเภอไทยอำเภอหนึ่งไปเรียกเขาว่า "คนสัญชาติพม่า" ในเอกสารราชการไทย ซึ่งในความเป็นจริง เขาอาจจะไร้สัญชาติโดยแท้ หรือเป็นคนสัญชาติไทยก็ได้
ข้อกฎหมายระหว่างประเทศหรือข้อกฎหมายไทยก็มีความชัดเจนในเรื่องนี้ว่า รัฐไทยมีอำนาจให้สัญชาติไทยแก่บุคคล แต่ไม่มีอำนาจไปให้สัญชาติของรัฐอื่นแก่บุคคล
เรื่องราวอย่างนี้ อธิบายกันมายาวนาน ไม่จบเสียที ... จะมีใครอีกสักกี่คนที่เสียสิทธิเพราะการกำหนดสถานะบุคคลที่ผิดพลาด
หนูขอประทานโทษที่มาบ่นตรงนี้ ด้วยว่า อยากได้กำลังใจในการทำงานต่อไป เลยมาขอกำลังใจจากท่านเอาดื้อๆ ค่ะ
ด้วยความเคารพอย่างสูง
อ.แหวว
คำตอบ
เรียน อาจารย์พันธุ์ทิพย์
เมื่อเห็นข่าวทีแรก ก็นึกถึงอาจารย์ทันที โดยนึกว่าปัญหาอย่างนี้ต้องอาจารย์พันทิพย์ถึงจะแก้ไขได้ ไม่นึกว่าจะไปเจอทางตันเข้า ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ นั้น มีทางเลือก 2 ทาง คือทางหนึ่งไล่เลียงไปตามกฎหมายที่มีอยู่ ซึ่งในทางนี้บางทีก็ยุ่งยากไม่น้อยเพราะต้องคอยรบรากันเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมองกฎหมายไปคนละอย่าง
อีกทางหนึ่งก็คือมองอย่างนก คือ เมื่อตันเข้าก็ต้องมองอย่างภาครวม เพื่อหาทางแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคในการแก้ไขปัญหา อาจารย์ก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้กว้างขวางในแวดวงของสภา การแก้ไขปัญหาโดยทางที่ 2 จึงไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะเหลือบ่ากว่าแรง แต่อาจต้องเสียเวลาในการอธิบายให้ ส.ส.เข้าใจถึงประโยชน์ที่เขาจะได้รับจากการเสนอกฎหมายที่มีผลเฉพาะทางด้านคุณธรรม ไม่มีประโยชน์งอกเงยทางด้านวัตถุ ขอเอาใจช่วยและอวยพรให้คิดทางแก้ไขปัญหาได้สำเร็จ
มีชัย ฤชุพันธุ์
3 กันยายน 2552
(http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1251974071&grpid=01&catid=00)
มาเกาะติดคะ่
กรณีคล้ายแบบนี้ครูเอเคยเจอบ่อยค่ะ
โดยเฉพาะในเด็ก......ไร้สัญชาติ........
อีกมุมมอง
ณ วันนี้ประเทศไทยก็ยังไม่สามารถจัดการได้
อยากให้ทุกคนมองโดยภาพรวม ให้ความเสมอภาค เท่าเทียม
....เพราะพวกเขาก็คือบุคคลในสังคมสามารถ.... สร้าง
และทำลายได้เหมือนกับพวกเรา
ถ้าพวกเขาไม่ได้รับการศึกษาที่ดี ได้รับโอกาสที่ดี
ย่อมมีปัญหาตามมามายมาก
โดยปัญหาเกิดในแผ่นดินของเราเอง
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณมากครับ คุณ ครูเอ ;)...
เห็นด้วยกับการให้การศึกษาและสอนให้เขารู้จักรักประเทศที่เขาอาศัยอยู่ ...
อย่างไร เด็กก็คือผ้าขาว อยู่ที่เราจะสร้าง หรือ ทำลาย
;)