เมื่อรู้แล้ว...ก็ปล่อยวาง

        ผู้ป่วยโรคมะเร็งนั้นมักจะทุกข์ทรมานใจ เมื่อทราบว่าตนเองเป็นโรคมะเร็งและทำใจไม่ได้ ดังนั้นวันนี้มีพระท่านมาเทศน์ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยได้รู้จักกับทุกข์...ที่ควรกำหนดรู้...และเข้าใจชีวิตว่า...สิ่งที่ท่านกำลังประสบอยู่นั้นเมื่อกำหนดรู้แล้ว...ก็ปล่อยวาง...จากทุกข์และให้มองเห็นว่าการเจ็บป่วยมาเตือนสติให้ดำรงชีวิตด้วยความไม่ประมาทและรู้จักการกำหนดรู้

      

        พระท่านมองผู้ป่วยที่มานั่งฟังเทศน์แล้วพูดขึ้นว่า...มีใคร?กลัวทุกข์ไหม?...โยม... การจะปฏิเสธสิ่งที่มีอยู่ได้อย่างไร? ความไม่สบายกาย สบายใจ ทนได้ยาก นั่นแหละเรียกว่าทุกข์ การเกิด แก่ เจ็บ ตาย การพลัดพรากจากของรักของชอบใจทำให้เกิดทุกข์ ถ้าท่านกำหนดทุกข์ดู ท่านจะไม่ยอมให้ตัวท่านเองเกิดความทุกข์ ที่ท่านทุกข์เพราะท่านไม่เคยกำหนด ควรละสมุทัย(ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดทุกข์)คือความโลภที่มักปิดบังใจ

       

        สิ่งที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้นั้นคืออะไร? โยม  อริยสัจ 4 มีทุกข์ สมุทัย นิดรธ มรรค ค่ะ(แม่ชีท่านหนึ่งตอบ) ถูกต้องโยม โยมเคยลองคิดบ้างบ้างไหมว่า ความโกรธนั้นทำไมไม่เป็นโรค(มะเร็ง)บ้างเลย ความหลง(ในเรื่องต่างๆ)ก็เช่นกัน มะเร็งมันเกิดขึ้นที่กายของโยม...แต่โยมก็กำลังพยายามให้มันไปเปิดสาขาใหม่ขึ้นที่ใจของโยมเพิ่มขึ้นอีกและยังเพิ่มเฟรน์ชาย์ให้คนรอบข้างอีก

             

        การกำหนดรู้คือสิ่งที่ย้อนเข้ามาดูภายในตัวเองซึ่งเราไม่เคยกำหนดรู้เลย ...ทุกคนลองหลับตาดู แล้วมองย้อนกลับมาดูข้างในตัวเอง โดยเริ่มดูที่ร่างกายตัวเอง ทั้งภายนอกและภายใน ลองดูย้อนขึ้นข้างบนแล้วย้อนลงข้างล่าง ดูข้างหน้า...ดูข้างหลัง... ดูความเป็นอนิจจัง...จนได้เวลาพอสมควร ก็กำหนดรู้ก่อนออกจากสมาธิ ทำบ่อยๆก็จะทำให้ทุกข์เบาบางลง

        พระท่านได้เทศน์เกี่ยวกับพระราม-พระลักษณ์ ในเรื่องรามเกียรติ์ว่า พระลักษณ์เป็นร่างกาย พระรามเปรียบเหมือนจิตใจ ซึ่งต้องต่อสู้กับทศกัณฑ์ โดยมีหนุมานมากำหนดลม (ลูกพระพายโดนลมแล้วจะฟื้น) หนุมานได้เอากล่องดวงใจมาให้พระรามแผงศร แล้วหนุมานก็ขยี้จนทศกัณฑ์ตาย...ทุกข์เราก็เช่นกัน...เปรียบเหมือนต้องฆ่ากิเลสก่อนคือฆ่าที่ใจ มีสติเหมือนหนุมาน ดูกาย ดูใจ ไม่ให้เกิดทุกข์

            

        โยม...ความโลภ...ความหลง...ไม่เป็นมะเร็ง แต่ร่างกายเป็นมะเร็ง จะป่วยหรือไม่ป่วยก็ต้องเสื่อมลงเป็นธรรมดา ดังนั้น...ใจ...สำคัญที่สุด...สามารถฆ่าความโลภ โกรธ หลงได้

       ให้ถือเสียว่าการป่วยเป็นลาภ...นะโยม จะได้มีเวลาปฏิบัติธรรมดูทุกข์ ตัดทุกข์ที่ใจนี่แหละ มะเร็งตัดแล้วก็ยังมีความทุกข์กับร่างกายอยู่ ดังนั้นต้องมีสติให้เห็นกาย รู้อนิจจัง ทุกข์ขัง อนัตตา เช่นความโกรธนั้นเปรียบเหมือนมีดกรีดในใจ เมื่อนึกถึงทีไรก็เหมือนนำมีดคนอื่นมาปักใจตัวเองอีกโดยมือของตัวเองไม่ใช่คนอื่น เขาทำเราโกรธแค่ครั้งเดียว แต่เรากลับนำมาฉายอยู่ในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดังนั้น...การทำร้ายตัวเองให้เจ็บ...ควรสงสารตัวเองบ้าง แล้วกำหนดละ...ซะ ให้แผ่เมตตาให้ตัวเองเถอะ ซึ่งการทำให้ตัวเองเจ็บนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งความโกรธ พยาบาท อาฆาต สงสารตัวเองให้เลิก...ซะเถอะ การเกลียดเขามาก..เท่าไหร่? แล้วความคิดนั้นก็กลับมาอยู่ในใจอีก จงสงสารตัวเอง ...เมื่อท่านรู้แล้ว...ก็ปล่อยวาง...นั่นแหละ...คือทุกข์ ที่ควรกำหนดรู้...