จากกิจกรรม Boat Rally ในการสัมนา OD ที่นครนายก...เมื่อลงเรือลำเดียวกันต้องสามัคคีกันเท่านั้น...จึงจะอยู่รอด...

          เมื่อล่องแก่ง...มีเหตุการณ์ เรือบางลำรั่ว...บางลำล่มกลางลำน้ำ บางลำก็ตื่นเต้นหวาดเสียว บางลำก็สบายๆ มีสิ่งเกิดขึ้นมากมาย ทั้งปัญหาฝีพายมือใหม่ อุปสรรค์ของก้อนหิน กิ่งไม้ที่ยื่นมาตามลำน้ำ ความเชี่ยวของน้ำ ความตื้นลึกของน้ำและความสามัคคีของฝีพายทั้งสี่คนและคนคัดท้ายเรือ ในการที่จะนำเรือให้ตลอดรอดฝั่งเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร

 

 

          จากการสัมนา OD ที่นครนายก ได้จัดให้มีการล่องแก่งด้วยเรือยางหรือBoat Rally ตามลำน้ำของเขื่อนขุนด่านชัยปราการ ซึ่งเป็นลำน้ำที่มีความเชี่ยวระดับ 2-3 คือไม่เชี่ยวมากนักมีตื่นเต้นให้เป็นระยะๆและให้ทำกิจกรรมในระหว่างล่องเรือด้วย 4-5 ข้อโดยเรือ 1 ลำจะนั่ง 7-8 คนเวลาพายต้องหน้า 2 คนหลัง 2 คนท้ายเรือ 1 คน คนที่เหลือก็ต้องทำปริศนาที่โจทย์ให้มา จากกิจกรรมที่ต้องลงเรือลำเดียวกันต้องไปด้วยกัน ต้องช่วยกันคิดแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่จะเกิดขึ้นตลอดเวลา ต้องใช้ความสามัคคืในการพายเรือให้เป็นทิศทางและจังหวะเดียวกัน จึงจะไม่เหนื่อยและต้องออมแรงไว้ในช่วงที่น้ำเชี่ยวๆ ซึ่งในลำเรือแต่ละคนก็มีหน้าที่ต่างกัน ต่างคนก็ทำให้ดีที่สุด มี่คนพาย คนโยก คนคุม คนจดและช่วยกันตอบโจทย์ของคำถามด้วย แบ่งหน้าที่กันอย่างพอเหมาะ ทำให้เรือไม่ล่ม

 

 

          มีคนบอกว่าขบวนการใดๆก็ตาม ต้องให้เหนื่อยจึงจะเห็นความสำคัญของทีมและเห็นนิสัยที่แท้จริงของฝ่ายตรงข้าม เช่นการพิสูจน์ของคู่รักในการเดินขึ้นภูกระดึง บางคู่กลับมาแต่งงานกัน บางคู่ก็เลิกกันเพราะเห็นธาตุแท้ของอีกฝ่ายนั่นเอง (แต่เหตุผลนี้ห้ามใช้กับคู่ที่แต่งงานนานแล้ว...รับรองท่านมีสิทธิ์โดนทิ้งอยู่บนภูกระดึงแน่...ไม่ลงก็อย่าลง..5555…เป็นซะงั้น!!! )

 

 

          จากความเหนื่อยและท้าทายทำให้ต้องมาช่วยกันร่วมมือกันทำงาน

         คนคุมท้ายเรือ เปรียบเหมือนหัวหน้าห้อง ซึ่งต้องมีทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิ เนื่องจากต้องบริหารความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

          ส่วนเรือ เปรียบเหมือนห้องทำงาน คนในห้องทำงานมีใครทำอะไรบ้าง?และใครเป็นคนที่มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ ไม่ทำงานมัวแต่ขัดแย้ง

          ส่วนสายน้ำ เปรียบเหมือนเรื่องความเสี่ยง ต้องรู้จักการบริหารความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ในเมื่อได้ลงเรือลำเดียวกันแล้ว เป็นภาพรวมของห้องต้องกำจัดจุดอ่อนของทีมและพัฒนางานให้เกิดความเสี่ยงน้อยที่สุด โดยให้เรือยางไม่มีความเสี่ยงเกิดรั่วหรือล่มก่อนถึงจุดหมายปลายทาง

          ปัญหาที่มอบหมายให้ทำในระหว่างการล่องเรือ เปรียบเหมือนกับผู้ป่วยที่มารับบริการ ซึ่งเราต้องให้ความสำคัญมากที่สุดด้วยเช่นกัน เปรียบเหมือนการให้การรักษาและบริการดูแลความปลอดภัยอย่างดีที่สุด ให้มีความเสี่ยงน้อยที่สุดหรือเท่ากับศูนย์ (ภารกิจต้องครบและอยู่ในสภาพสมบูรณ์)

          เมื่อเสร็จกิจกรรมมาวิเคราะห์สถานการณ์ดูจะเห็นว่า เรือที่รั่ว นั้นเกิดจากความเสี่ยงหลายอย่าง เช่น เรือเก่า ฝีพายสู้แรงน้ำไม่ไหว การพายไม่สมดุลย์กันของฝีพาย คนคุมท้ายเรือเด็กไปอายุไม่ถึง 15 เมื่อมีการบริหารความเสี่ยงโดยเด็กอายุไม่ถึง 15 มาดูแล จึงทำให้เมื่อเรือเสียสมดุลย์และถูกซัดไปโดนหนามไม้ไผ่ที่อยู่รอบๆริมน้ำ ทำให้เรือยางรั่วและได้สั่งให้คนในเรือที่หนักสุดโดดน้ำ ทำให้ได้รับบาดเจ็บหัวเข่ากระแทกหินใต้น้ำ โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก

          ส่วนเรือที่ล่ม เกิดจากการพายไม่พร้อมกันและเมื่อถึงจุดวิกฤติอีกทั้งน้ำวนและเชี่ยว ไม่ยอมฟังคนคุมท้ายที่บอกอย่าหยุดพาย จึงทำให้เรือหมุนและตีโค้งม้วนคว่ำลงกับสายน้ำที่หมุน การทำงานก็เช่นกันถ้าต่างคนต่างทำ ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน เรือลำนั้นก็เสี่ยงที่จะล่มกลางทางได้ทุกเมื่อเพราะมัวแต่งัดข้อกันนั่นเอง

 

 

 

          การลงเรือลำเดียวกันแล้ว  ต้องรู้จัก การผ่อนหนักผ่อนเบา รู้จักปรับตัวเข้าหากัน ช่วยกันแก้ปัญหา กำจัดจุดอ่อนที่เกิดขึ้นและรับฟังซึ่งกันและกัน มิฉนั้นเรือที่อาศัยอยู่ร่วมกัน อาจมีปัญหาก่อนถึงปลายทาง...

          ในวันนั้น  โชคดีจัง..!!!..ที่สามารถล่องเรือไปถึงจุดหมายปลายทางได้ปลอดภัยและยังมีโอกาสได้แวะเล่นน้ำกลางทางอย่างสนุกสนานอีกด้วย....เหนื่อยก็เหนื่อยด้วยกัน...สุขก็สุขด้วยกัน...ในเมื่อเราลงเรือลำเดียวกัน.... Oh.!!!!!....Yes.!!!!!.....